พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้รับการประกาศให้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการแล้ว
...
สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ได้รับการประกาศให้ขึ้นครองราชสมบัติเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่แห่งสหราชอาณาจักรอย่างเป็นทางการแล้ว ในพระราชพิธีที่พระราชวังเซนต์ เจมส์ ในกรุงลอนดอน เมื่อวันเสาร์ที่ 10 ก.ย. 2565 หลังการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2
ในพระราชพิธีเดียวกันนี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ยังทรงประกาศข่าวการสิ้นพระชนม์ของควีนเอลิซาเบธที่ 2 อย่างเป็นทางการ และตรัสสาบานจะอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนจักรแห่งสกอตแลนด์ ขณะที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรอาวุโส รวมถึง นายกรัฐมนตรี ลิซ ทรัสส์ ได้กล่าวถวายความจงรักภักดีแด่กษัตริย์พระองค์ใหม่
ต่อมา พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 มีพระราชดำรัสสรรเสริญการทำงานอย่างไม่เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนของควีนเอลิซาเบธ “การปกครองของมารดาของข้าพเจ้านั้นไม่มีผู้ใดเสมอเหมือน ทั้งในด้านระยะเวลา, การอุทิศตัว และความทุ่มเท” “แม้จะโศกาอาดูร เราก็ขอขอบคุณสำหรับชีวิตที่น่าเลื่อมใสที่สุดนี้”
พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ตรัสด้วยว่า พระองค์ตระหนักดีถึงการสืบทอดความรับผิดชอบอันหนักอึ้งของการเป็นกษัตริย์ และพระองค์จะทรงพยายามอย่างหนักเพื่อเจริญรอยตามแบบอย่างอันเป็นแรงบันดาลใจยิ่งของพระมารดา เพื่อความสงบ ความปรองดอง และความเจริญรุ่งเรืองของประชาชนในสหราชอาณาจักร เครือจักรภพ และดินแดนต่างๆ ทั่วโลก
ทั้งนี้ พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ไม่ได้ปรากฏพระองค์ในช่วงครึ่งแรกของการประชุมของสภาสืบราชสันตติวงศ์ อันประกอบด้วยสภาองคมนตรี, นักการเมือง, นักกฎหมาย และเจ้าหน้าที่อาวุโสอีกหลายคน ซึ่งประกาศให้พระพระองค์ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่
นายริชาร์ด ทิลบรูค เสมียนสภาองคมนตรี ประกาศให้พระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ขึ้นครองราชย์เป็นพระประมุขของเครือจักรภพอย่างเป็นทางการ ภายในห้องประชุมซึ่งแน่นขนัดด้วยบุคคลสำคัญมากมาย รวมถึง อดีตนายกรัฐมนตรีแห่งสหราชอาณาจักร 6 คนที่ยังมีชีวิตอยู่ ก่อนจะลงท้ายด้วยประโยคที่ไม่ได้ใช้มาตั้งแต่ปี 2495 ว่า “God Save the King”
จากนั้น ประกาศดังกล่าวก็ถูกนำไปอ่านบนระเบียงเหนือ Friary Court ของพระราชวังเซนต์ เจมส์ ต่อหน้าประชาชนมากมายที่พาลูกหลานมารวมตัวกัน ณ ลานด้านหน้า เพื่อเป็นสักขีพยานในการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์พระองค์ใหม่ โดยหลังจากสิ้นเสียงทรัมเปตของนักดนตรี เหล่าองค์มนตรีที่ออกจากพิธีและมารวมตัวกันด้านนอก ก็ร่วมเอ่ยคำว่า “God Save the King” อีกครั้ง ท่ามกลางเสียงเชียร์ของผู้คน