คดีการหายตัวไปของนางลีเนตต์ ดอว์สัน ที่เป็นปริศนามานานกว่า 40 ปี ได้ข้อสรุปแล้ว หลังศาลตัดสินให้อดีตครู สามีของเธอ มีความผิดฐานฆาตกรรม เพื่อที่เขาจะได้ไปคบกับลูกศิษย์วัยเพียง 16 ปี

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 30 ส.ค. 2565 ผู้พิพากษา เอียน แฮร์ริสัน ตัดสินให้นายคริส ดอว์สัน อดีตครูโรงเรียนมัธยมวัย 74 ปี มีความผิดจริงในข้อหาฆาตกรรมนางลีเนตต์ ดอว์สัน ภรรยาของเขาเมื่อปี 2525 เพื่อที่เขาจะได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่กับลูกศิษย์หญิงของเขาที่ตอนนั้นมีอายุเพียง 16 ปีเท่านั้น

คำตัดสินดังกล่าวมีขึ้นตามหลังการพิจารณาคดีนาน 3 เดือน โดยมีการพิจารณาหลักฐานต่างๆ ที่ตำรวจซึ่งตามสืบคดีการหายตัวไปของนางลีเนตต์ เก็บรวบรวมมาตลอด 40 ปีที่ผ่านมา ขณะที่นายดอว์สันปฏิเสธการกระทำผิดมาตลอด อ้างว่า ภรรยาเป็นฝ่ายทิ้งเขาไปในตอนที่ลูกๆ ของทั้งคู่มีอายุเพียง 2 และ 4 ขวบเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ตำรวจยังคงสงสัยในตัวนายดอร์สันมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา และข้อกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของลีเนตต์ก็ถูกนำกลับมาพูดถึงอีกครั้ง หลังรายการพอดแคสต์ ของนายเฮดลีย์ โธมัส นักข่าวสืบสวนชื่อดังในออสเตรเลีย ได้รับการเผยแพร่เมื่อปี 2561 ภายใต้หัวเรื่องว่า “สัตว์เลี้ยงของคุณครู” (Teacher's Pet)

พอดแคสต์ดังกล่าวมีการตรวจสอบการสืบสวนของตำรวจ และรวบรวมหลักฐานใหม่ๆ ซึ่งรวมถึงคำให้การที่ว่า นายดอว์สันมีเพศสัมพันธ์กับนักเรียนของเขา ซึ่งใช้นามสมมติว่า เจย์ซี (JC) หลังจากลีเนตต์หายตัวไปแล้ว

ในการพิจารณาคดีล่าสุด ผู้พิพากษาปัดตกคำกล่าวอ้างของพยานหลายคนที่ระบุว่า พบเห็นนางลีเนตต์ ดอว์สัน ในช่วงหลายปีหลังปี 2525 ผู้พิพากษาแฮร์ริสันระบุด้วยว่า แม้คำตัดสินจะไม่มีหลักฐานโดยตรงสนับสนุน แต่หลักฐานที่นำเสนอทำให้เขาเชื่อว่า นายดอว์สันลุ่มหลงในตัว เจย์ซี อย่างมาก ถึงขั้นไม่เห็นทางอื่นที่จะได้อยู่ด้วยกันนอกจาก ฆ่าภรรยา

...

หลังการพิจารณาคดี นายเกร็ก วอลช์ ทนายความของนายดอว์สัน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ลูกความของเขาตัดสินใจที่จะยื่นอุทธรณ์

ทั้งนี้ ผู้พิพากษายังเปิดเผยความเป็นมาของความสัมพันธ์ระหว่างนายดอว์สัน กับ เจย์ซี อดีตนักเรียนซึ่งกลายมาเป็นภรรยาคนใหม่ของเขาในเวลาต่อมา โดยระบุว่า เธอมีชีวิตครอบครัวที่ยากลำบาก อาศัยอยู่ในอพาร์ตเมนต์แคบๆ กับพ่อเลี้ยงติดสุราที่ชอบควบคุมและใช้ความรุนแรง ทำให้เธอต้องหันไปขอความช่วยเหลือและการสนับสนุนจากครู

“เป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไม เจย์ซี จึงถูกดึงดูดเข้าหาอะไรก็ตามที่ทำให้เธอรู้สึกได้รับการปลดปล่อย จากสถานการณ์ภายในบ้านของเธอ” ผู้พิพากษาแฮร์ริสันกล่าว และเสริมว่า ในปี 2523 เจย์ซีเริ่มทำงานเป็นพี่เลี้ยงเด็กในบ้านของครอบครัวดอว์สัน ซึ่งนายดอว์สันสอนเธอขับรถยนต์ และอยู่มาวันหนึ่ง ฝ่ายชายก็สารภาพรักกับเธอภายในรถคันนั้น และเริ่มมีเพศสัมพันธ์กันในสัปดาห์ต่อมา ตอนที่เธอมีอายุ 16 ปี

ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ลึกซึ้งขึ้น จนกระทั่งลีเนตต์หายตัวไป พวกเขาก็ได้แต่งงานกัน อย่างไรก็ตาม ชีวิตแต่งงานของทั้งสองก็จบลงในปี 2534 โดยเจย์ซีได้มอบหลักฐานที่แสดงให้เห็นพฤติกรรมที่ชอบควบคุมของนายดอว์สันแก่ศาล ทั้งเรื่องที่เขาคอยติดตามสถานที่ที่เธอไป, เพื่อนที่เธอคบ หรือชุดที่เธอสวมใส่ ซึ่งทำให้ผู้พิพากษาแฮร์ริสันเชื่อว่า ความยึดติดที่ดอว์สันมีต่อเจย์ซี เพียงพอเป็นแรงจูงใจให้เขาสังหารลีเนตต์

อย่างไรก็ตาม นายแฮร์ริสันยอมรับว่า หลักฐานไม่ได้เผยว่านายดอว์สันสังหารนางลีเนตต์อย่างไร หรือว่าเขาเป็นคนลงมือเองคนเดียว หรือมีผู้ช่วยคนอื่น นอกจากนั้นยังไม่มีหลักฐานที่เปิดเผยว่า เขาลงมือเมื่อไร, ที่ไหน และตอนนี้ศพของลีเนตต์อยู่ที่ใด แต่เขาก็เชื่อว่าหลักฐานที่มีการนำเสนอนั้น น่าเชื่อถือ