และแล้ว องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (นาซา) ก็ได้เริ่มต้นภารกิจ ‘อาร์ทิมิส 1’ (Artemis I) ก้าวแรกของการนำมนุษย์กลับไปสู่ดวงจันทร์อีกครั้ง หลังจากร้างลาไปนานถึง 50 ปี นับตั้งแต่ภารกิจอะพอลโล 17 สิ้นสุดลงในปี ค.ศ. 1972 โดยภารกิจ‘อาร์ทิมิส’ ของนาซา มีเป้าหมายในการนำมนุษย์ขึ้นไปอยู่บนดวงจันทร์ในระยะยาว

นาซามีกำหนดปล่อยจรวด ‘Space Launch System’ (SLS)  จากศูนย์อวกาศเคนเนดี รัฐฟลอริดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ภายในเวลา 2 ชม. นับตั้งแต่เวลา 08.33 น. ของวันจันทร์ที่ 29 ส.ค. ตามเวลาท้องถิ่น หรือตรงกับเวลา 18.33 น. ตามเวลาในประเทศไทยเป็นต้นไป

จรวด SLS ถือเป็นจรวดทรงพลังที่สุดเท่าที่นาซาเคยสร้างมา มีความสูง 98 เมตร เท่าตึก 32 ชั้น มีน้ำหนัก 2.6 ล้านกิโลกรัม และใช้เวลาพัฒนามานานกว่า 10 ปีเลยทีเดียว

จรวด SLS จะนำยานแคปซูลโอไรออน (Orion Capsule) ซึ่งยังไม่มีมนุษย์เดินทางไปด้วย ออกจากวงโครจรโลก พุ่งทะยานไปบินทดสอบวนรอบดวงจันทร์ โดยถึงแม้ภารกิจอาร์ทิมิส 1 จะยังไม่มีมนุษย์อวกาศเดินทางไปด้วย แต่มีการนำอุปกรณ์ทดสอบต่างๆ ที่จะช่วยเตรียมการเดินทางในรอบหน้าให้ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

...

มีการใช้หุ่นจำลอง 3 ตัว แทนมนุษย์อวกาศในที่นั่งลูกเรือ ซึ่งหุ่นนี้สวมชุดป้องกันที่ได้รับการออกแบบใหม่ ทั้งยังติดตั้งเซนเซอร์วัดแรงสั่นสะเทือนและปริมาณรังสีอันตรายที่มาสัมผัสร่างกาย เพื่อปรับปรุงความปลอดภัยให้กับมนุษย์อวกาศที่จะปฏิบัติภารกิจไปสำรวจดวงจันทร์ในอนาคต โดยยานแคปซูลโอไรออนมีภารกิจบินวนรอบดวงจันทร์เป็นโค้งใหญ่ ก่อนจะเดินทางกลับมายังโลกตกลงที่บริเวณมหาสมุทรแปซิฟิก ในอีก 6 สัปดาห์หน้า

หากภารกิจอาร์ทิมิส 1 สำเร็จด้วยดี นาซาจะดำเนินภารกิจ‘อาร์ทิมิส 2’ ต่อไปในเดือนพ.ค. 2024 ซึ่งมีการกำหนดไว้ว่าจะมีการทดลองส่งมนุษย์อวกาศให้เดินทางไปกับยานโอไรออนด้วย แต่จะยังคงทำการทดสอบเพียงแค่โคจรรอบดวงจันทร์เท่านั้น โดยยังไม่ลงจอด

จากนั้น จะมีการดำเนินภารกิจ ‘อาร์ทิมิส 3’ ซึ่งคาดไว้ว่าจะมีขึ้นในปี 2026 โดยนาซาจะส่งมนุษย์อวกาศ 4 คนกลับไปเยือนดวงจันทร์ และ มนุษย์อวกาศเพียง 2 คนที่จะได้ลงไปเหยียบดวงจันทร์

ที่มา : BBC