ผู้แทนรัสเซียไม่รับรองร่างปฏิญญาร่วมฉบับสุดท้าย ที่จะออกหลังการประชุมว่าด้วยการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของสหประชาชาติ อ้างมีความเอนเอียงทางการเมือง

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 26 ส.ค. 2565 ผู้แทนจากประเทศรัสเซียตัดสินใจไม่รับรองการออกปฏิญญาว่าด้วยการปลดอาวุธนิวเคลียร์ ที่การประชุมสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) แห่งสหประชาชาติ ซึ่งดำเนินมานานร่วม 4 สัปดาห์ โดยประณามว่า มีความเอนเอียงทางการเมืองในเนื้อหา

ทั้งนี้ สนธิสัญญา NPT ซึ่งชาติผู้ร่วมลงนาม 191 ประเทศจะมาร่วมทบทวนสนธิสัญญากันทุกๆ 5 ปี มีเป้าหมายเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของอาวุธนิวเคลียร์ ส่งเสริมการปลดอาวุธนิวเคลียร์อย่างสิ้นเชิง และสนับสนุนความร่วมมือในการใช้พลังงานนิวเคลียร์อย่างสันติ

ชาติสมาชิกดังกล่าวมาร่วมตัวกัน ณ สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติในนครนิวยอร์ก ตั้งแต่เมื่อ 1 ส.ค. เพื่อร่วมการเจรจาประเด็นร้อนหลายเรื่อง รวมถึงโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน และการทดสอบนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ

อย่างไรก็ตาม การประชุมวันสุดท้ายเมื่อวันศุกร์ถูกเลื่อนออกไปนานหลายชั่วโมง โดยในท้ายที่สุดแล้ว ประธานการประชุมอย่างนาย กุสตาโว ซเลาวิเนน จากอาร์เจนตินา ก็ออกมาระบุว่า ไม่สามารถบรรลุความเห็นชอบในการออกปฏิญญาร่วมได้ หลังจากรัสเซียแสดงความคัดค้านในเนื้อหา

ผู้แทนรัสเซีย อิกอร์ วิชเนเวตสกี กล่าวว่า ร่างปฏิญญาร่วมสุดท้าย ซึ่งมีความยาวกว่า 30 หน้านั้น มีความเอนเอียง “ผู้แทนของเรามีข้อคัดค้านสำคัญในบางย่อหน้า ซึ่งมีความเอนเอียงทางการเมืองอย่างโจ่งแจ้ง” นายวิชเนเวตสกีกล่าวด้วยว่า รัสเซียไม่ใช่ประเทศเดียวที่มีปัญหากับเนื้อหาของร่างปฏิญญาสุดท้าย

...

ด้านสำนักข่าว เอเอฟพี รายงานอ้างการเปิดเผยจากแหล่งข่าวที่มีความใกล้ชิดกับการเจรจาครั้งนี้ ว่า รัสเซียคัดค้านบางย่อหน้าที่เกี่ยวข้องกับโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ ซาปอริชเชีย ในยูเครน ซึ่งตอนนี้ถูกรัสเซียครอบครองอยู่ โดยร่างปฏิญญาสุดท้ายแสดงความกังวลอย่างยิ่ง ต่อกิจกรรมทางทหารที่เกิดขึ้นรอบโรงไฟฟ้าในยูเครน รวมถึงที่ ซาปอริชเชีย และเรื่องที่ยูเครนเสียการควบคุมโรงงานเหล่านั้น และผลกระทบด้านลบต่อความปลอดภัย

รัฐบาลออสเตรียออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ (27 ส.ค.) ประณามทัศนคติของชาติมหาอำนาจนิวเคลียร์ที่ร่วมการประชุม NPT ไม่ใช่แค่รัสเซีย “ในขณะที่ 3 ใน 4 ของ 191 รัฐที่ร่วมรลงนาม สนับสนุนการก้าวไปข้างหน้าอย่างน่าเชื้อถือของการปลดอาวุธนิวเคลียร์ แต่หลักๆ เป็นชาติผู้ครองอาวุธนิวเคลียร์ โดยเฉพาะ รัสเซีย ที่คัดค้าน”

แถลงการณ์ระบุอีกว่า สหราชอาณาจักร, จีน, ฝรั่งเศส, รัสเซีย และสหรัฐฯ กำลังพัฒนา หรือ ขยาย คลังอาวุธนิวเคลียร์ของตัวเอง ซึ่งตรงข้ามกับฉันทามติของข้อสนธิสัญญา “ระหว่างการเจรจาที่นิวยอร์ก ไม่มีการแสดงให้เห็นความเต็มใจที่จะ ปฏิบัติตามข้อผูกมัดในสัญญาที่ทำไม่สำเร็จก่อนหน้านี้เลย”