อดีตปธน.ทรัมป์ ยื่นฟ้องกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ หวังพยายามขัดขวางไม่ให้มีการตรวจสอบเอกสารหลักฐานเพิ่มเติม ที่ FBI ยึดมาได้จากการบุกค้นบ้านที่ฟลอริดา โดยไม่แจ้งล่วงหน้า
เมื่อ 23 ส.ค. 65 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐฯ ยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นในรัฐฟลอริดา เพื่อขอให้ผู้พิพากษาแต่งตั้ง ‘ผู้เชี่ยวชาญพิเศษ’ หรือทนายความฝ่ายที่ 3 ที่มีความเป็นกลาง มาทำหน้าที่ดูแลตรวจสอบเอกสาร ซึ่งถูกสำนักงานสอบสวนกลาง (เอฟบีไอ) ยึดมาได้จากการบุกเข้าตรวจค้นรีสอร์ต ‘มาร์-อา-ลาโก’ บ้านพักของทรัมป์ ในเมืองปาล์มบีช รัฐฟลอริดา โดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า เมื่อ 8 สิงหาคม ที่ผ่านมา
คำร้องของทรัมป์ต่อศาลชั้นต้นในฟลอริดา ซึ่งระบุว่าการที่ FBI บุกค้นบ้านของเขาเมื่อ 8 ส.ค. มีมูลเหตุจูงใจทางการเมืองนั้น ยังขอให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ยับยั้งการตรวจสอบเพิ่มเติมในหลักฐานต่างๆ ที่ยึดมาได้จากบ้านของเขาที่ฟลอริดา จนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญพิเศษมาตรวจสอบเอกสารหลักฐานเหล่านี้ก่อนเท่านั้น
...
นอกจากนั้น ทรัมป์ยังกล่าวหารัฐบาลกลางสหรัฐฯ ภายใต้การนำของประธานาธิบดีโจ ไบเดน กำลังละเมิดสิทธิของเขาภายใต้รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับที่ 4 ที่ปกป้องประชาชนจากการค้นและยึดที่ไม่สมเหตุสมผลในสหรัฐฯ หลังจากถูกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอบุกค้นและยึดเอกสารหลักฐาน โดยเชื่อว่า นี่เป็นครั้งแรกที่บ้านของอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ถูกบุกค้นซึ่งเชื่อมโยงกับคดีอาญา
สำหรับการยื่นคำร้องต่อศาลรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ในครั้งนี้ ของทรัมป์และทีมทนายความของเขา เพื่อพยายามจะไม่ให้เจ้าหน้าที่ FBI สามารถตรวจสอบเอกสารและหลักฐานต่างๆ ที่ยึดมาได้จากบ้านของทรัมป์ที่ฟลอริดา โดยไม่มีทนายความฝ่ายที่ 3 มาร่วมในการตรวจสอบด้วย
ก่อนหน้านี้ สื่อต่างประเทศหลายสำนัก วิเคราะห์ว่า การบุกตรวจค้นรีสอร์ต มาร์-อา-ลาโก บ้านของทรัมป์ที่ฟลอริดา ของ FBI นั้น เชื่อมโยงกับการสืบสวนของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ ที่เกี่ยวกับเอกสารจำนวนทั้งสิ้น 15 กล่อง ซึ่งสำนักหอจดหมายเหตุและบันทึกแห่งชาติของสหรัฐฯ (NARA) ระบุว่า การที่ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ เอาเอกสารเหล่านี้กลับไปยังบ้านของเขาในรัฐฟลอริดา หลังพ้นจากตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อปี 2563 เป็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม อีกทั้งในจำนวนเอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารลับด้านความมั่นคงของชาติอยู่ในหลายกล่อง