โจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีผลตรวจโควิดเป็นลบแล้ว หลังจากเกิดอาการรีบาวนด์เมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้กลับมาป่วยอีกครั้ง
สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ดร.เควิน โอคอนเนอร์ แพทย์ประจำตัวของประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ เปิดเผยว่า นายไบเดนมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เป็นลบอีกครั้งแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 6 ส.ค. ที่ผ่านมา ไม่กี่วันหลังจากเขาล้มป่วยรอบ 2 จากการรีบาวนด์ (rebound) หรือการกลับมาเป็นซ้ำของโรคหลังจากผลตรวจเป็นลบไปแล้ว
“ประธานาธิบดียังคงรู้สึกสบายดีมากๆ” ดร.โอคอนเนอร์ ระบุในแถลงการณ์ “เมื่อเช้านี้ ผลตรวจแอนติเจนของเชื้อ ซาร์ส-โควี-2 (SARS-CoV-2) ของเขาออกมาเป็นลบ” อย่างไรก็ตาม นายไบเดนจะแยกกักตัวต่อไปก่อนจนกว่าจะมีผลตรวจเป็นลบครั้งที่ 2 เพื่อป้องกันไว้ก่อน
ทั้งนี้ โจ ไบเดน วัย 79 ปี ประธานาธิบดีผู้มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสหรัฐฯ ต้องแยกกักตัวตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากติดเชื้อโควิด-19 ถึง 2 ระลอก โดยเมื่อวันที่ 21 ก.ค. เขามีผลตรวจเป็นลบแล้วครั้งหนึ่ง แต่กลับเกิดการรีบาวนด์ทำให้ผลตรวจเป็นบวกอีกครั้ง
อาการรีบาวนด์เป็นกรณีหายากที่เกิดขึ้นกับคนกลุ่มเล็กๆ ที่รับการรักษาโรคโควิด-19 ด้วยยาต้านไวรัส ‘แพกซ์โลวิด’ (Paxliovid) เหมือนกับนายไบเดน โดยยาดังกล่าวได้รับการพิสูจน์แล้วว่าช่วยลดความเสี่ยงป่วยหนักและเสียชีวิตจากโควิด-19 ในกลุ่มผู้มีความเสี่ยงสูง แต่ ดร.โอคอนเนอร์ เตือนเมื่อสัปดาห์ก่อนว่า มีโอกาสเล็กน้อยที่จะเกิดการรีบาวนด์ได้
ในช่วงการป่วยระลอกแรก นายไบเดนแสดงอาการป่วยหลักๆ คือ มีน้ำมูก, เหนื่อยล้า และไอแบบมีเสมหะ ส่วนอาการหลังเกิดรีบาวนด์ ดร.โอคอนเนอร์ ระบุว่า อาการไอของนายไบเดนกลับมาอีกครั้ง ก่อนที่อาการทั้งหมดเกือบจะหายไปในวันศุกร์ที่ 5 ส.ค.
...
อนึ่ง เจ้าหน้าที่ตรวจสอบกำลังศึกษาวิธีป้องกันและความรุนแรงของการรีบาวนด์ โดยศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคสหรัฐฯ (ซีดีซี) เตือนเมื่อเดือนพฤษภาคมว่า อาการนี้อาจเกิดขึ้นได้หลังจากมีผลตรวจเชื้อโควิด-19 เบื้องต้นเป็นลบ 2-8 วัน