ประชาชนเกือบ 1 ล้านคนที่อาศัยอยู่ในย่านชานเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ของจีน เผชิญกับคำสั่งล็อกดาวน์หลังมีรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่ 4 คน
ประชาชนมากกว่า 900,000 คน ที่อาศัยอยู่ในเขตเจียงเซีย ของเมืองอู่ฮั่น ของจีน ได้รับคำสั่งให้อยู่แต่ในบ้านพักหรือสถานที่พักอาศัยของพวกเขาเป็นเวลา 3 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 27 กรกฎาคม หลังมีการตรวจพบผู้ป่วยโควิด-19 ที่ไม่แสดงอาการ 4 คน ทั้งยังขอให้ผู้ที่อยู่นอกพื้นที่เลี่ยงการเดินทางเข้าไปในเขตเจียงเซียด้วย
ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ ห้ามมีการจัดงานที่มีผู้คนเข้าร่วมกลุ่มใหญ่ และห้ามการรับประทานอาหารในร้าน ปิดสถานบันเทิง และสถานที่สาธารณะต่างๆ ตลาดขายสินค้าเกษตร คลินิกขนาดเล็ก และระงับการให้บริการรถโดยสารและรถไฟใต้ดิน
ปกติแล้วเมืองอู่ฮั่นที่มีประชากร 12 ล้านคน จะทำการตรวจสอบเพื่อหาผู้ติดเชื้อเป็นประจำสม่ำเสมอ โดยมีการตรวจพบผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการ 2 คนเมื่อ 2 วันก่อนหน้า จากนั้นก็พบผู้ป่วยที่ไม่แสดงอาการอีก 2 รายผ่านการติดตามผู้ที่ได้ติดต่อใกล้ชิดกับผู้ป่วยกลุ่มแรก หลังจากนั้นไม่นานก็มีคำสั่งล็อกดาวน์เขตเจียงเซียตามมา
ทั้งนี้ จีนยังคงใช้นโยบาย "โควิดเป็นศูนย์" เน้นการตรวจคัดกรองประชาชนในพื้นที่เสี่ยง การล็อกดาวน์ ปิดห้างร้านและลดการเดินทางของประชาชน และกักกันผู้ป่วยในศูนย์กักกันของรัฐ เพื่อลดการแพร่ระบาดแบบคลัสเตอร์ใหม่ ที่ผ่านมายุทธศาสตร์การควบคุมโรคของจีนช่วยให้เมืองอู่ฮั่นและเมืองอื่นๆ ของจีนประสบความสำเร็จในการลดจำนวนผู้ป่วยใหม่ๆ แต่การที่รัฐบาลจีนใช้มาตรการล็อกดาวน์ที่เข้มงวดทุกครั้งที่พบการระบาดใหม่ๆ มักส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ ความมั่นใจของผู้ประกอบธุรกิจและแผนการเดินทางของประชาชน
ทั้งนี้ เมืองอู่ฮั่นกลายเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ในช่วงต้นปี 2563 หลังนักวิทยาศาสตร์ตรวจพบเชื้อโคโรนาไวรัสครั้งแรกที่นี่ และยังถือเป็นเมืองแรกที่มีการบังคับใช้มาตรการปิดเมืองที่เข้มงวด.
...
ที่มา: บีบีซี, ซีเอ็นเอ็น