สหรัฐฯ คลอดกฎหมายคุมปืนฉบับแรกในรอบ 28 ปี แม้ไม่สุด แต่ก็ยังดี

ข่าว

  1. ข่าว
  2. >ต่างประเทศ

สหรัฐฯ คลอดกฎหมายคุมปืนฉบับแรกในรอบ 28 ปี แม้ไม่สุด แต่ก็ยังดี

ไทยรัฐออนไลน์
26 มิ.ย. 2565 09:25 น.
บันทึก
SHARE

สหรัฐฯ คลอดกฎหมายคุมปืนฉบับแรกในรอบ 28 ปี แม้ไม่สุด แต่ก็ยังดี

ไทยรัฐออนไลน์

26 มิ.ย. 2565 09:25 น.
  • โจ ไบเดน ลงนามบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับแรกที่ 2 พรรคเห็นชอบร่วมกันในรอบ 28 ปีแล้ว เมื่อวันเสาร์

  • กฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้มาตรการตรวจสอบผู้ซื้อปืนอายุน้อยอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้แต่ละรัฐดำเนินการยึดปืนจากบุคคลที่ถูกพิจารณาแล้วว่าเป็นภัยคุกคาม

  • ไบเดน ยอมรับว่ากฎหมายนี้ไม่ได้มีมาตรการทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่ก็มีมาตรการหลายอย่างที่เขาเรียกร้องมานาน และเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน แห่งสหรัฐฯ ลงนามบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนฉบับประวัติศาสตร์ ที่ ส.ว.เดโมแครตและรีพับลิกันให้การเห็นชอบร่วมกันเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปีแล้ว เมื่อวันเสาร์ที่ 25 มิ.ย. 2565 โดยกฎหมายฉบับนี้จะบังคับใช้มาตรการตรวจสอบผู้ซื้อปืนอายุน้อยอย่างเข้มงวดยิ่งขึ้น และกระตุ้นให้แต่ละรัฐดำเนินการยึดปืนจากบุคคลที่ถูกพิจารณาแล้วว่าเป็นภัยคุกคาม

ความร่วมมือกันที่ไม่ได้เห็นมานานเกือบ 3 ทศวรรษนี้ เกิดขึ้นหลังจากเมื่อเดือนพฤษภาคม มีเหตุกราดยิงหลายต่อหลายครั้ง ทั้งที่ซุปเปอร์มาร์เก็ต ในเมืองบัฟฟาโล รัฐนิวยอร์ก และที่โรงเรียนประถมในเมืองอูวาลเด รัฐเทกซัส จนมีผู้เสียชีวิตรวมกันถึง 31 ราย จุดกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลออกกฎหมายควบคุมอาวุธปืนขึ้นอีกครั้ง

เหตุสลดที่เกิดขึ้นทำให้ ส.ว.รีพับลิกันที่ต่อต้านการจำกัดสิทธิในการครอบครองปืนมาตลอดยอมประนีประนอม และหลังจากเจรจากันนานร่วมเดือน ในที่สุดทั้ง 2 ฝ่ายก็บรรลุข้อตกลง แม้ไบเดนจะยอมรับว่ากฎหมายนี้ไม่ได้มีมาตรการทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่มันยังมีมาตรการหลายอย่างที่เขาเรียกร้องมานาน และเชื่อว่ามันจะสามารถช่วยชีวิตผู้คนได้มากมาย

กฎหมายใหม่มีอะไรบ้าง?

1.จัดงบประมาณ 750 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับช่วยรัฐต่างๆ บังคับใช้กฎหมายธงแดง ซึ่งอนุญาตให้เจ้าหน้าที่ยึดปืนจากบุคคลที่ศาลตัดสินว่า อันตรายเกินกว่าที่จะครอบครองปืน หรือเป็นภัยคุกคามต่อตนเองและผู้อื่น และอาจนำงบไปใช้ในโครงการช่วยเหลือทางจิตใจ (crisis intervention) เช่น ศาลสุขภาพจิต, ศาลยาเสพติด และศาลทหารผ่านศึก

2.ปิดสิ่งที่เรียกว่า ‘ช่องโหว่แฟนหนุ่ม’ (boyfriend loophole) อันเป็นช่องโหว่ในกฎหมายความรุนแรงในครอบครัวที่มีมานานหลายปี ที่กำหนดว่า ห้ามบุคคลที่เคยถูกตัดสินความผิดข้อหาก่ออาชญากรรมในครอบครัวต่อคู่สมรส หรือคู่รักที่มีลูกด้วยกัน หรืออาศัยอยู่ด้วยกัน จากการครอบครองอาวุธปืน แต่กลับไม่รวมคู่รักที่ไม่ได้อาศัยอยู่ด้วยกัน, ไม่ได้แต่งงาน หรือไม่ได้มีลูกด้วยกันเอาไว้ด้วย

โดยกฎหมายใหม่จะห้ามใครก็ตามที่เคยถูกตัดสินว่า มีความผิดฐานก่ออาชญากรรมความรุนแรงในครอบครัวต่อผู้ที่พวกเขามีความสัมพันธ์แบบรักใคร่ หรือใกล้ชิดสนิทสนม จากการครอบครองอาวุธปืน แต่ข้อกำหนดนี้ไม่มีผลย้อนหลัง

3.กำหนดให้บุคคลที่มีรายได้หลักจากการขายปืน แต่หลบเลี่ยงไม่ลงทะเบียนขอ “ใบอนุญาตค้าอาวุธปืนกลาง” (Federal Firearms License : FFL) ต้องมาลงทะเบียน ซึ่งจะทำให้เหล่าพ่อค้าต้องมีการตรวจสอบประวัติทุกครั้งก่อนที่พวกเขาจะขายอาวุธปืนให้ใคร

4.กระตุ้นให้แต่ละรัฐเพิ่มประวัติผู้กระทำผิดที่มีอายุต่ำกว่า 18 ปี เข้าสู่ระบบตรวจสอบประวัติอาชญากรรมแห่งชาติแบบเร่งด่วน (National Instant Criminal Background Check system : NICS) และขยายการตรวจสอบประวัติของผู้ต้องการซื้อปืนที่มีอายุต่ำกว่า 21 ปี โดยให้เวลาเจ้าหน้าที่ 10 วัน เพื่อทำการตรวจสอบประวัติการก่ออาชญากรรมตอนเป็นผู้เยาว์และสุขภาพจิต

5.เพิ่มความเข้มงวดของกฎหมายต่อต้านการลักลอบขนอาวุธปืน และป้องกันการซื้อปืนไปขายให้แก่ผู้ที่ถูกห้ามไม่ให้ซื้ออาวุธปืน

6.จัดงบประมาณกลางจำนวน 1.5 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ สำหรับโครงการดูแลสุขภาพจิต และเพิ่มการรักษาความปลอดภัยในโรงเรียน

2 พรรคร่วมหนุนครั้งแรกในรอบ 28 ปี

สมาชิกสภาฝ่ายเดโมแครตพยายามผลักดันกฎหมายเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุมอาวุธปืนมาตลอดหลายสิบปีที่ผ่านมา แต่ความพยายามเกือบทั้งหมดถูกสกัดในชั้นวุฒิสภา โดย ส.ว.รีพับลิกันที่สามัคคีกันอย่างยิ่ง ทำให้เดโมแครตได้คะแนนเสียงไม่ถึง 60 จาก 100 เสียงที่พวกเขาต้องการเพื่อผ่านกฎหมาย

ทว่าหลังจากเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนประถมในเมืองอูวาลเด รัฐเทกซัส จนทำให้เด็กเสียชีวิตถึง 19 ศพ ครูอีก 2 ศพ เมื่อเดือนพฤษภาคม ผู้นำรีพับลิกันก็ยอมให้ ส.ว.จำนวนหนึ่งประนีประนอมกับเดโมแครตได้ โดยตัวแทนของทั้ง 2 ฝ่ายเจรจากันนานร่วม 4 สัปดาห์ จนในที่สุดก็บรรลุข้อตกลง

แต่ถึงแม้ว่าประธานาธิบดีไบเดนจะพยายามเรียกร้องให้สภาคองเกรสใช้มาตรการครอบคลุมอย่าง การห้ามขายปืนไรเฟิลจู่โจม และห้ามขายปืนไรเฟิลกึ่งอัตโนมัติแก่ผู้มีอายุต่ำกว่า 21 ปี แต่ในท้ายที่สุดเหล่า ส.ว.ก็เลือกที่จะถอยหนึ่งหรือสองก้าวเพื่อให้ได้การสนับสนุนจากฝ่ายรีพับลิกันมากพอผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา แทนที่จะฝืนผลักดันมาตรการแข็งกร้าว

พวกเขาไม่ทำถึงขั้นออกกฎหมายธงแดงในระดับรัฐบาลกลาง แต่ให้งบไปช่วยแต่ละรัฐบังคับใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืน และโครงการช่วยเหลือทางจิตใจของพวกเขาเอง เหล่า ส.ว.ยังตกลงที่จะปล่อยให้มาตรการยกระดับการตรวจสอบประวัติของผู้ซื้อปืนอายุน้อยหมดอายุ หลังจากใช้มา 10 ปี โดยให้สมาชิกสภารุ่นต่อไปมาดีเบตเรื่องต่ออายุมาตรการกันเอง และเห็นชอบให้ผู้ทำผิดกฎหมายความรุนแรงในครอบครัว สามารถกลับมาครอบครองปืนได้อีกครั้งหลังผ่านไป 5 ปี โดยไม่กระทำผิดเลย

ด้วยการประนีประนอมครั้งนี้ ทำให้ในท้ายที่สุดมี ส.ว.รีพับลิกันโหวตสนับสนุนร่างกฎหมาย 15 คน ขณะที่ฝ่ายเดโมแครตโหวตหนุนทั้ง 50 คน ทำให้นี่กลายเป็นครั้งแรกในรอบ 28 ปี ที่มีกฎหมายควบคุมอาวุธปืนซึ่งสนับสนุนโดย 2 พรรค ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา

ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ยอมรับในพิธีลงนามบังคับใช้กฎหมายฉบับนี้เมื่อ 25 มิ.ย. ว่า กฎหมายอาจไม่ได้มีทุกอย่างที่เขาต้องการ แต่มันยังมีมาตรการที่เขาเรียกร้องมานานด้วย ซึ่งนั่นจะช่วยชีวิตคนมากมาย

กฎหมายคุมปืนทำไมเป็นเรื่องใหญ่?

อย่างที่ระบุไปข้างต้น นี่เป็นกฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่ 2 พรรคสนับสนุนครั้งแรกในรอบ 28 ปี ในประเทศที่ให้ความสำคัญกับสิทธิ์ในการครอบครองอาวุธปืนมาอย่างยาวนานภายใต้การคุ้มครองโดยรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขครั้งที่ 2 และมีประชาชนครอบครองปืนรวมกันมากกว่า 393 ล้านกระบอก

การผ่านกฎหมายควบคุมปืนที่ 2 พรรคสนับสนุนครั้งก่อนต้องย้อนไปเมื่อปี 2537 เป็นข้อกำหนดห้ามพลเรือนใช้ปืนไรเฟิลจู่โจม และซองกระสุนขนาดใหญ่ ทว่ากฎหมายก็ถูกปล่อยให้หมดอายุไปใน 10 ปีต่อมา

แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา กระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเพิ่มความเข้มงวดในการครอบครองปืนเพิ่มสูงขึ้น จากเหตุกราดยิงสะเทือนขวัญมากมาย ทั้งเหตุการณ์ที่อูวาลเด หรือที่โรงเรียนแซนดี ฮุก ในเมืองนิวทาวน์ เมื่อปี 2555 จนทำให้สหรัฐฯ ทำสถิติเป็นประเทศร่ำรวยที่มีผู้เสียชีวิตจากอาวุธปืนมากที่สุดในโลก และเพียงแค่ 6 เดือนของปี 2565 ปืนก็ทำให้มีผู้เสียชีวิตในสหรัฐฯ แล้วไม่น้อยกว่า 20,900 ศพ

กฎหมายฉบับล่าสุดยังคลอดออกมาเพียงไม่กี่วันหลังจากศาลสูงสุดมีคำตัดสินคว่ำกฎหมายของรัฐนิวยอร์ก ที่จำกัดสถานที่ที่เจ้าของปืนจะสามารถพกพาปืนออกไปนอกบ้านได้ ซึ่งเป็นการขยายสิทธิ์ในการครอบครองปืนไปโดยปริยาย

และถึงแม้ว่ากฎหมายฉบับนี้จะไม่มีมาตรการแข็งกร้าวตามที่ไบเดนเรียกร้อง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า นี่จะเป็นหนึ่งในความสำเร็จสำคัญในยุคการปกครองของประธานาธิบดีผู้มีอายุมากที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ รายนี้.





ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี

ที่มา : nytimes, cnn, bbc

วิดีโอแนะนำ

แม่ช็อก! ลูกตาปูดนึกว่าผัวซ้อม ชาวเน็ตแห่ "เซฟโจ" ผู้ตกเป็นจำเลย
03:00

แม่ช็อก! ลูกตาปูดนึกว่าผัวซ้อม ชาวเน็ตแห่ "เซฟโจ" ผู้ตกเป็นจำเลย


ApplicationMy Thairath

วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2565 เวลา 16:42 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลไทยรัฐกรุ๊ปเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์