ศรีลังกาเริ่มชัตดาวน์หน่วยงานรัฐที่ไม่จำเป็น เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงที่กำลังจะหมดลง และเริ่มเจรจาขอเงินช่วยเหลือก้อนใหม่จากไอเอ็มเอฟแล้ว
เว็บไซต์ข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า ศรีลังกาเริ่มปิดโรงเรียนและระงับบริการของรัฐที่ไม่มีความจำเป็นแล้ว ในวันจันทร์ที่ 20 มิ.ย. 2565 ตามแผนชัตดาวน์ 2 สัปดาห์ เพื่อประหยัดเชื้อเพลิงสำรองที่กำลังจะหมดลงอย่างรวดเร็ว ในขณะที่พวกเขากำลังเปิดการเจรจาเพื่อขอเงินช่วยเหลือก้อนใหม่จากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
ประเทศซึ่งมีประชากร 22 ล้านคนแห่งนี้ กำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจจากการขาดแคลนเงินตราต่างประเทศ เพื่อใช้นำเข้าสินค้าสำคัญรวมถึง อาหาร, เชื้อเพลิง และยา โดยในวันจันทร์รัฐบาลศรีลังกาเริ่มปิดโรงเรียน และให้คนไปทำงานในสำนักงานของรัฐน้อยที่สุด เพื่อลดการเดินทาง เป็นการประหยัดการใช้น้ำมันเบนซินและดีเซล
ศรีลังกายังเผชิญกับอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงทุบสถิติและเหตุไฟดับเป็นเวลานาน ทำให้เกิดการประท้วงขับไล่ประธานาธิบดีโกตาบายา ราชปักษา ซึ่งถูกกล่าวหาว่าบริหารผิดพลาดและคอร์รัปชันติดต่อกันนานหลายเดือน
ล่าสุดในวันจันทร์ นักเรียนจำนวนหลายพันคนออกมาเดินขบวนตามท้องถนนในกรุงโคลับโบ เรียกร้องให้นายโกตาบายาลาออก “เวลาที่โกตาบายาจะก้มหัวลาออกอย่างมีศักดิ์ศรีหมดไปนานแล้ว” นายวสันธา มูดาลิเก แกนนำกลุ่มนักเรียนบอกกับผู้สื่อข่าว “ตอนนี้เราต้องไล่เขาออกไป”
ด้านตำรวจจับกุมตัวนักเรียน 21 คน ที่ปิดกั้นประตูทางเข้าอาคารสำนักงานเลขานุการประธานาธิบดี พร้อมทั้งประกาศให้วันจันทร์ซึ่งเป็นวันคล้ายวันเกิดอายุ 73 ปี ของนายโกตาบายา เป็นวันแห่งการไว้ทุกข์ให้แก่ประเทศ
...
ขณะที่ สำนักงานของนายกรัฐมนตรี รานิล วิกรมสิงเห ยืนยันว่า การเจรจากับผู้แทนจากไอเอ็มเอฟ ไม่ได้รับผลกระทบจากการประท้วงแต่อย่างใด โดยทั้งสองฝ่ายจะเจรจากันไปจนถึงสิ้นเดือนนี้ และคาดกันว่าแผนช่วยเหลือทางการเงินจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าศรีลังกาจะตกลงกับเหล่าเจ้าหนี้เรื่องการปรับโครงสร้างหนี้ต่างชาติ 5.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐของพวกเขาได้ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาหลายเดือน.