ปูตินลั่น โลกหมดยุคขั้วอำนาจเดียว โทษสหรัฐฯ-ยุโรป ทำราคาอาหารแพง และย้ำอีกครั้งว่า ถูกบีบให้บุกโจมตียูเครน และทำเพื่อปกป้องความมั่นคงของตัวเอง
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานในวันที่ 18 มิ.ย. 2565 ว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย รวมงานการประชุมเศรษฐกิจนานาชาติ ที่นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา โดยเขากล่าวโจมตีสหรัฐฯ และชาติตะวันตก พร้อมทั้งประกาศกร้าวภายในงานว่า ตอนนี้หมดยุคขั้วอำนาจเดียว (unipolar) แล้ว
“ตอนที่พวกเขาชนะสงครามเย็น สหรัฐฯ ประกาศตัวเองเป็นตัวแทนของพระเจ้าบนโลกนี้ คนผู้ซึ่งไม่มีความรับผิดชอบ มีแค่ผลประโยชน์ พวกเขาประกาศว่าผลประโยชน์เหล่านั้นเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ตอนนี้มันเป็นถนนทางเดียวแล้ว ซึ่งทำให้โลกตกอยู่ในความไม่แน่นอน” ปูตินกล่าว
“พวกเขาใช้ชีวิตอยู่ในอดีตของตัวเองภายใต้ภาพลวงตาของตัวเอง พวกเขาคิดว่า...พวกเขาชนะแล้วทุกอย่างที่เหลือก็คืออาณานิคม คือสวนหลังบ้าน และผู้คนที่อาศัยอยู่ที่นั่นก็เป็นพลเมืองชั้น 2” ผู้นำรัสเซียกล่าว และเสริมว่า ปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครน กลายเป็นสิ่งช่วยชีวิตให้ชาติตะวันตกใช้กล่าวโทษว่าปัญหาทุกอย่างเป็นเพราะรัสเซีย
หลังจากกล่าวโจมตีชาติตะวันตกแล้ว ปูตินก็กล่าวโทษว่าปัญหาราคาอาหารแพงตอนนี้มีต้นเหตุจากรัฐบาลสหรัฐฯ และรัฐบาลยุโรปด้วย
ทั้งนี้ ยูเครนผู้ผลิตอาหารรายใหญ่ของโลก แต่การรุกรานของรัสเซียกำลังกระทบต่อกระบวนการผลิตและห่วงโซ่อุปทานทั้งหมด ส่งผลให้ราคาอาหารเพิ่มสูง ขณะที่สหประชาชาติเตือนว่า สงครามครั้งนี้อาจทำให้คนกว่า 49 ล้านคนต้องอดอยากหรืออยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ต่างกับการขาดแคลนอาหาร
...
ปูตินยังโทษชาติตะวันตกที่พยายามสร้างความเสียหายต่อเศรษฐกิจ โดยระบุว่าการคว่ำบาตรมอสโกเป็นเรื่องที่บ้าบอ และไม่ยั้งคิด “ความตั้งใจของพวกเขานั้นชัดเจน คือการบดขยี้เศรษฐกิจของรัสเซียด้วยการทำลายห่วงโซ่การขนส่งสินค้า, อายัดทรัพย์สินของชาติ และโจมตีมาตรฐานการใช้ชีวิต แต่พวกเขาทำไม่สำเร็จ”
“มันไม่สำเร็จ นักธุรกิจรัสเซียร่วมมือกันทำงานอย่างขยันขันแข็ง ด้วยความรู้ผิดรู้ชอบ และทีละขั้นทีละตอน เรากำลังทำให้สถานการณ์เศรษฐกิจเป็นปกติ”
ด้านสถานการณ์สงครามในยูเครน ปูตินยังคงยืนยันคำเดิมว่ารัสเซียถูกบีบให้เข้าสู่ความขัดแย้งนี้ เขาเรียกการบุกโจมตีดังกล่าวว่า เป็นการตัดสินใจของชาติอธิปไตยที่ไม่มีสิทธิ์อย่างไม่มีเงื่อนไข ในการปกป้องความมั่นคงของตัวเอง “การตัดสินใจเพื่อปกป้องพลเมืองของเรา, ประชาชนในสาธารณรัฐประชาชนดอนบาส ที่ 8 ปีที่ผ่านมา ตกเป็นเหยื่อการฆ่าล้างเผ่าพันธ์ุของรัฐบาลเคียฟและกลุ่มนีโอนาซี ซึ่งได้รับความคุ้มครองเต็มที่จากชาติตะวันตก”
เขาบอกอีกว่า ตอนนี้สหภาพยุโรปได้สูญเสียอำนาจอธิปไตยของตัวเองไปแล้ว และผู้นำของพวกเขากำลังเต้นตามจังหวะของคนอื่น สร้างความเสียหายต่อประชาชนของตัวเอง ผลประโยชน์ของชาวยุโรปและธุรกิจยุโรป ถูกมองข้ามอย่างสิ้นเชิงและถูกกวาดไปด้านข้าง อย่างไรก็ตาม ปูตินย้ำว่า เขาไม่ได้คัดค้านเรื่องที่ยูเครนจะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป เพราะไม่ได้เป็นกลุ่มพันธมิตรทางการเมืองและการทหารเหมือนนาโต.