องค์การอนามัยโลกคาดมีโอกาสที่จะพบเคสผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงทั่วโลกเพิ่มขึ้นอีก หลังจากมีการจับตาดูสถานการณ์ในหลายประเทศ แม้ว่าจะเป็นประเทศที่แทบจะไม่เคยพบโรคนี้มาก่อน

นับจนถึงวันเสาร์ที่ผ่านมา องค์การอนามัยโลกเปิดเผยว่ามีจำนวนผู้ติดเชื้อไวรัสฝีดาษลิงหรือฝีดาษวานรยืนยันแล้ว 92 ราย และมีเคสต้องสงสัยที่กำลังรอผลตรวจยืนยันอีก 28 ราย จาก 12 ประเทศ ซึ่งไม่ใช่ประเทศที่โรคไวรัสฝีดาษลิงเป็นโรคประจำถิ่นแต่อย่างใด และคาดว่าจะมีโอกาสที่จะพบการติดเชื้อเพิ่มขึ้นอีกในหลายประเทศทั่วโลก ซึ่งทางองค์การอนามัยโลกกำลังเตรียมพร้อมออกคำแนะนำในการรับมือและป้องกันการแพร่กระจายของโรคฝีดาษลิงแก่ประเทศต่างๆ ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

สำหรับข้อมูลในเบื้องต้นพบว่าการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวจากคนสู่คนจะเกิดขึ้นได้จากการสัมผัสทางกายอย่างใกล้ชิดแม้ว่าผู้ป่วยจะไม่แสดงอาการก็ตาม โดยผู้ติดเชื้อฝีดาษลิงมักจะมีอาการไม่รุนแรง และเป็นโรคประจำถิ่นของแอฟริกาตะวันตกและแอฟริกากลาง ซึ่งหากหลีกเลี่ยงการสัมผัสใกล้ชิด มีการกักตัว และรักษาความสะอาด ก็จะสามารถควบคุมโรคได้ไม่ยาก

อย่างไรก็ตาม การระบาดใน 11 ประเทศที่ไม่เคยเกิดระบาดของโรคนี้มาก่อนก็นับว่ามีความผิดปกติ และสร้างความกังวลให้แก่บรรดานักวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อมีรายงานการติดเชื้อทั้งที่ยืนยันและยังไม่ยืนยันรวมกันเกินกว่า 100 เคส ซึ่งส่วนใหญ่พบในยุโรป และพบว่าเป็นการติดต่อกันผ่านการสัมผัสใกล้ชิดอย่างการร่วมเพศ ซึ่งอาจจะทำให้มีการแพร่ระบาดไปทั่วโลกได้ โดยขณะนี้ทางผู้เชี่ยวชาญในคณะกรรมาธิการระหว่างประเทศ ได้มีการประชุมผ่านวิดีโอเพื่อเร่งศึกษาถึงปัจจัยต่างๆ ซึ่งรวมถึงว่า มีการระบาดโดยไม่แสดงอาการอยู่ด้วยหรือไม่ ใครมีความเสี่ยงสูง และเส้นทางในการระบาดของเชื้อไวรัสเป็นอย่างไร เป็นต้น.

ที่มา : แชนแนลนิวส์เอเชีย