โควิด-19 ความท้าทายต่อระบบสาธารณสุขเกาหลีเหนือ และภาวะผู้นำของ "คิม จองอึน"

ข่าว

  1. ข่าว
  2. >ต่างประเทศ

โควิด-19 ความท้าทายต่อระบบสาธารณสุขเกาหลีเหนือ และภาวะผู้นำของ "คิม จองอึน"

ไทยรัฐออนไลน์
23 พ.ค. 2565 10:39 น.
บันทึก
SHARE

โควิด-19 ความท้าทายต่อระบบสาธารณสุขเกาหลีเหนือ และภาวะผู้นำของ "คิม จองอึน"

ไทยรัฐออนไลน์

23 พ.ค. 2565 10:39 น.
  • หลังจากโควิด-19 ระบาดทั่วโลกมานานกว่า 2 ปี เกาหลีเหนืออ้างว่าไม่มีผู้ติดเชื้อในประเทศแม้แต่รายเดียว แต่ล่าสุดเมื่อวันที่ 12 พ.ค.ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือก็ออกมายอมรับว่า พบผู้ติดเชื้อและประเทศกำลังต่อสู้กับโรคระบาดโควิด-19 จากนั้นได้ประกาศล็อกดาวน์ทันที
  • สำนักข่าวเกาหลีเหนือรายงานว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในรอบ 24 ชั่วโมงทะลุ 200,000 รายมา 5 วันติดกันแล้ว จำนวนผู้ป่วยสะสมอยู่ที่ 2.4 ล้านราย เสียชีวิตไปแล้ว 66 ศพ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่าตัวเลขจริงสูงกว่านี้หลายสิบเท่า เนื่องจากรัฐบาลเกาหลีเหนือยังคงสร้างภาพว่าสามารถรับมือการแพร่ระบาดได้


ในที่สุดผู้นำคิม จองอึนแห่งเกาหลีเหนือก็อั้นไม่ไหว ต้องออกมาเปิดเรื่องการระบาดของโรคโควิด-19 ในประเทศ เนื่องจากการระบาดรุนแรงจริงๆ หากยังคงใช้วิธีปกปิดไม่แก้ปัญหา อาจยิ่งทำให้ประชาชนเกิดความไม่พอใจ หลังจากพบเคสต้องสงสัยเมื่อปลายเดือนเมษายน ไม่นานหลังจากที่ประชาชนจำนวนหลายพันคนออกมาชุมนุมกันในกรุงเปียงยางโดยไม่สวมหน้ากากอนามัย ในงานฉลองยิ่งใหญ่วันคล้ายวันเกิดของอดีตผู้นำคิม อิลซุง และยังมีงานสวนสนาม 90 ปีวันสถาปนากองทัพเกาหลีเหนือ

ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขต่างตั้งคำถามถึงคำกล่าวอ้างของเกาหลีเหนือที่ระบุว่ายังสามารถต่อสู้กับการแพร่ระบาดได้ผลออกมาดี แม้ว่าจำนวนผู้ติดเชื้อจะเพิ่มทะลุ 2.4 ล้านรายแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดอย่างหนัก เกาหลีเหนือเรียกผู้ป่วยเหล่านี้ว่าเป็นผู้ป่วยที่มี "อาการไข้" และผู้ป่วยเหล่านี้ไม่ได้รับการยืนยันว่าติดโควิดทั้งหมด เนื่องจากระบบการตรวจหาเชื้อยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ เป็นการสะท้อนความยากลำบากในการจำแนกผู้ป่วย เกาหลีเหนือมีการตรวจหาเชื้อทั้งหมดเพียง 64,000 ครั้ง ตั้งแต่เกิดการระบาดของโรคโควิด-19 ทั่วโลก เมื่อกว่าสองปีที่แล้ว

สถานการณ์ฉุกเฉินครั้งร้ายแรง

เมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมาผู้นำคิม จองอึน ออกมายอมรับว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้มีผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็วนับเป็น "สถานการณ์ร้ายแรงมาก" ทั้งที่ในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมาเกาหลีเหนืออ้างว่าเป็นประเทศปลอดโควิดและทางการไม่เคยเปิดเผยเกี่ยวกับสถานการณ์การจัดการโรคโควิด-19 ภายในประเทศมาก่อน

องค์การนิรโทษกรรมสากลประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเปิดเผยว่า ที่ผ่านมาไม่พบรายงานว่าเกาหลีเหนือได้มีการนำเข้าวัคซีนมาป้องกันโควิด-19 ให้กับประชาชนของตัวเองแต่อย่างใด โดยรัฐบาลเกาหลีเหนือตัดสินใจไม่รับวัคซีนตามสิทธิในโครงการโคแวกซ์เพื่อตัดปัญหายุ่งยากที่จะต้องคอยส่งข้อมูลโควิดให้กับผู้เชี่ยวชาญของสหประชาชาติ นอกจากนี้เมื่อปีที่แล้วเกาหลีเหนือยังปฏิเสธรับวัคซีนซิโนแวคจากจีนจำนวนเกือบ 3 ล้านโดส ขณะที่สถานการณ์การระบาดรุนแรงอาจทำให้ประชาชนชาวเกาหลีเหนือ โดยเฉพาะกลุ่มเด็กและผู้สูงอายุที่ขาดสิทธิและโอกาสในการเข้าถึงยา วัคซีนและบริการด้านสาธารณสุขต้องล้มป่วยเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก

ขนาดประธานาธิบดีไบเดน ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนเกาหลีใต้ ก็แถลงว่าได้เสนอส่งความช่วยเหลือให้เกาหลีเหนือต่อสู้กับโควิด แต่ปรากฏว่าเงียบหายไม่มีการตอบรับใดๆ 

แต่ล่าสุดเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา เกาหลีใต้เปิดเผยว่าเครื่องบินขนส่งของเกาหลีเหนือ 3 ลำบินไปจีนแล้วบินกลับมา แต่ไม่ยืนยันว่าเครื่องบินบรรทุกอะไรกลับมา โดยการบินเที่ยวนี้มีขึ้นหลังจากจีนเสนอช่วยเกาหลีเหนือต่อสู้กับการแพร่ระบาดของโควิด-19

หน่วยงานด้านสาธารณสุขเกาหลีเหนือเปิดเผยว่า จำนวนผู้ที่มีอาการไข้ในกรุงเปียงยางมีจำนวนลดลง แต่ตามพื้นที่ต่างจังหวัดห่างไกลกลับเพิ่มสูงขึ้น ขณะเดียวกันองค์การอนามัยโลก (World Health Organization) แสดงความวิตกกังวลว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดในเกาหลีเหนือจะยิ่งรุนแรง และทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก เนื่องจากเกาหลีเหนือขาดแคลนยา และไม่มีวัคซีนฉีดให้กับประชาชน 25 ล้านคน

คี พัค ผู้เชี่ยวชาญด้านสาธารณสุขโลกของวิทยาลัยการแพทย์ฮาร์วาร์ดมองว่า ในช่วงนี้ตัวเลขผู้ติดเชื้อรายใหม่ในเกาหลีเหนือจะค่อยๆ ลดลง เป็นผลมาจากมาตรการล็อกดาวน์และจำกัดการเดินทาง การทำงานอันเข้มงวด แต่ในระยะยาวแล้วมีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก เนื่องจากเกาหลีเหนือขาดแคลนยารักษาโรคสำหรับผู้ป่วยจำนวนมาก อาจส่งผลให้จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นทะลุหลายหมื่นศพ

บททดสอบระบบสาธารณสุขและอำนาจผู้นำ

องค์การอนามัยโลกระบุว่า เกาหลีเหนือมีอัตราการฉีดวัคซีนต่ำมากและประชากรส่วนใหญ่ยังเผชิญกับภาวะขาดแคลนอาหาร ยารักษาโรค เรียกได้ว่าเป็นภาวะที่เปราะบางกว่าประเทศอื่นๆ ขณะที่เกาหลีเหนืออาจใช้สถานการณ์โรคระบาดเป็นเครื่องมือโฆษณาชวนเชื่อว่ารัฐบาลใช้แผนเอ ก็สามารถรับมือกับเหตุวิกฤติได้ ขณะที่ยังคงมีแผนบี และซี ในการขอความช่วยเหลือจากจีนและประเทศพันธมิตรอื่นๆ หากสถานการณ์รุนแรงกว่านี้จนเกินรับมือ

สัปดาห์ที่ผ่านมาเราได้เห็นประธานาธิบดีคิม จองอึน ออกมาแสดงบทบาทผู้นำอย่างเต็มที่ ทั้งกล่าวตำหนิผู้มีส่วนเกี่ยวข้องอย่างรุนแรง ทั้งนั่งประชุมคณะทำงานสั่งการกระจายยาและเวชภัณฑ์ให้กับประชาชน ไปตรวจเยี่ยมการทำงานของศูนย์บัญชาการป้องกันโรคระบาดฉุกเฉิน มีคำสั่งให้ทหารออกช่วยเหลือประชาชนตามพื้นที่ห่างไกล และออกตรวจเยี่ยมร้านขายยาเพื่อแสดงความห่วงใยต่อประชาชน 



ผู้เชี่ยวชาญมองว่าที่จริงแล้วตอนนี้เกาหลีเหนือกำลังต้องการความช่วยเหลือจากนานาประเทศอย่างเร่งด่วน ทั้งเรื่องวัคซีนและยา เชื่อว่าหากเกาหลีเหนือยอมรับความช่วยเหลือจะถูกส่งผ่านทางเกาหลีใต้ และองค์การอนามัยโลก และหากวัคซีนถูกส่งเข้าไปตอนนี้ การเก็บรักษา และกระจายฉีดให้ประชาชนก็จะทำได้ล่าช้าและเกิดปัญหาอยู่ดี เนื่องจากระบบโครงสร้างพื้นฐานไม่เอื้ออำนวย ขณะที่ระบบสาธารณสุขอันย่ำแย่อยู่แล้วอาจถึงขั้นล่มสลายอย่างรวดเร็ว

ปัญหาต่างๆ เหล่านี้ล้วนเป็นบททดสอบภาวะผู้นำ ที่จะต้องแก้ปัญหาอย่างจริงจังและหาทางโฆษณาชวนเชื่ออธิบายว่าทำไมมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดที่ผ่านมากว่า 2 สัปดาห์ยังไม่อาจหยุดยั้งโควิดโอมิครอนได้ ทำไมก่อนหน้านี้รัฐบาลไม่นำเข้าวัคซีนมาฉีดป้องกันให้กับประชาชน และทำให้ประชาชนเชื่อว่าถึงอย่างไรรัฐบาลก็ยังจัดการได้

ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

ข้อมูล  : Guardian 9News 





วิดีโอแนะนำ

"ครูวัยเกษียณ" บุกแจ้งจับ "หญิงไก่" หลอกเงิน 19 ล้าน
07:00

"ครูวัยเกษียณ" บุกแจ้งจับ "หญิงไก่" หลอกเงิน 19 ล้าน


thairath-logo

ApplicationMy Thairath

ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
วันอาทิตย์ที่ 26 มิถุนายน 2565 เวลา 12:18 น.
ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์