ศรีลังกาซึ่งกำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจอย่างหนัก ล่าสุดต้องประกาศจำกัดการเติมน้ำมันของประชาชนแล้ว ท่ามกลางการประท้วงเรียกร้องให้ประธานาธิบดีลาออก

สำนักข่าว แชนเนลนิวส์เอเชีย รายงานว่า บริษัท ซีลอน ปีโตรเลียม คอร์เปอเรชัน (CPC) ผู้ครองส่วนแบ่งในตลาดค้าปลีกเชื้อเพลิงของศรีลังกาถึง 2 ใน 3 ประกาศในวันศุกร์ที่ 15 เม.ย. 2565 ว่า พวกเขาจะจำกัดปริมาณน้ำมันที่ผู้ขับขี่ยานพาหนะจะสามารถเติมได้ และห้ามเติมน้ำมันลงถังแกลลอนอย่างสิ้นเชิง เพื่อป้องกันการกักตุน

ตามมาตรการใหม่ของ CPC รถจักรยานยนต์จะเติมน้ำมันเบนซินได้ไม่เกิน 4 ลิตร ส่วนรถ 3 ล้อเติมได้ไม่เกิน 5 ลิตร ขณะที่รถยนต์ส่วนบุคคลประเภท เก๋ง, รถตู้ และรถยนต์อเนกประสงค์ จะเติมน้ำมันเบนซินหรือดีเซลได้ไม่เกิน 19.5 ลิตร

ด้านเจ้าหน้าที่ของกระทรวงพลังงานของศรีลังกาออกมาระบุว่า พวกเขาคาดหวังให้ผู้ค้าปลีกเชื้อเพลิงในประเทศรายใหญ่อีกเจ้าคือ ลังกา ไอโอซี (Lanka IOC) เจริญรอยตาม CPC แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นใดๆ จาก ลังกา ไอโอซี

ทั้งนี้ ศรีลังกากำลังเผชิญวิกฤติเศรษฐกิจครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ได้รับเอกราชเมื่อปี 2491 โดยขาดแคลนสินค้าสำคัญหลายอย่าง และเกิดไฟดับเป็นประจำ สร้างความปั่นป่วนเป็นวงกว้าง ขณะที่ปั๊มน้ำมันส่วนใหญ่ในประเทศ ไม่มีน้ำมันเบนซินเหลือแล้ว ส่วนปั๊มที่ยังให้บริการได้ก็มีผู้คนเข้าคิวยาวเหยียด ถึงขั้นมีผู้เสียชีวิตระหว่างรอคิวแล้วถึง 8 ราย นับตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ส่วนบริษัท ลิโตร ก๊าซ ผู้ค้าปลีกก๊าซหุงต้มรายหลักของศรีลังกา เปิดเผยว่า แก๊สหุงต้มของพวกเขาหมดสตอกแล้ว และหวังว่าจะได้ซัพพลายลอตใหม่ภายในวันจันทร์เพื่อเริ่มการกระจายสินค้าอีกครั้ง

...

ขณะเดียวกัน ประชาชนนับหมื่นคนออกมาประท้วงหน้าสำนักงานของประธานาธิบดี โกตาบายา ราชปักษา เป็นวันที่ 7 ติดต่อกันในวันศุกร์ เพื่อเรียกร้องให้เขาลาออกจากตำแหน่ง จากความล้มเหลวในการแก้วิกฤติเศรษฐกิจ ซึ่งเริ่มพังทลายหลังการระบาดทั่วโลกของไวรัสโควิด-19 ทำลายการท่องเที่ยวและการโอนเงินระหว่างประเทศของพวกเขา

รัฐบาลศรีลังกากำลังเรียกร้องให้พลเรือนที่อาศัยอยู่ในต่างประเทศ บริจาคเงินสกุลต่างชาติ เพื่อช่วยเหลือในการจ่ายค่าสินค้าจำเป็น หลังพวกเขาประกาศผิดชำระหนี้ต่างชาติทั้งหมด และเผยว่าจะเปิดทางเจรจากับกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เพื่อขอเงินช่วยเหลือด้วย