ภาพความเสียหายของเมืองที่เคยถูกกองทัพรัสเซียเข้ายึด กำลังเปิดเผยออกมาเรื่อยๆ ล่าสุดคือที่เมืองโบโรเดียนกา ซึ่งเจ้าหน้าที่ยูเครนหวั่นว่าอาจมีผู้เสียชีวิตมากกว่าที่เมืองบูชาเสียอีก

เมื่อวันพุธที่ 6 เม.ย. 2565 สำนักข่าวต่างประเทศหลายสำนักเผยแพร่ภาพความเสียหายที่เมืองโบโรเดียนกา ทางตะวันตกของกรุงเคียฟ แสดงให้เห็นอาคารถูกทำลาย มีร่องรอยถูกไฟไหม้ บ้านเรือนกลายเป็นซากปรักหักพัง พร้อมกับรถยนต์ที่อยู่ในสภาพบิดเบี้ยว และมีตึกหลายหลังที่พังถล่มลงมา

ทั้งนี้ เมืองโบโรเดียนกา มีประชากรราว 13,000 คน แต่ส่วนใหญ่อพยพหลังจากรัสเซียบุกโจมตีและเข้ายึดครองเมืองเมื่อวันที่ 28 ก.พ. ก่อนที่รัสเซียจะถอนกำลังออกไปเมื่อสัปดาห์ก่อน ทำให้เจ้าหน้าที่ยูเครนเข้าควบคุมเมืองได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ภาพที่เจ้าหน้าที่ได้พบคือความเสียหายที่ทำให้พวกเขาเชื่อว่า รัสเซียอาจทำเรื่องเลวร้ายในเมืองแห่งนี้ยิ่งกว่าที่เกิดขึ้นในเมืองบูชา ซึ่งมีศพประชาชนจำนวนมากที่ถูกทิ้งไว้ตามท้องถนน บางรายอยู่ในสภาพถูกมัดมือไพล่หลัง มีร่องรอยของการทรมาน พวกเขายังพบสุสานขนาดใหญ่ที่คาดว่ามีศพถูกฝังอยู่ไม่น้อยกว่า 57 ราย และมีการเผยแพร่ภาพกับวิดีโอออกมาให้โลกได้เห็นเป็นครั้งแรกเมื่อช่วงสุดสัปดาห์วันที่ 2-3 เม.ย.

...

แต่ตอนนี้ ความเสียหายต่อพลเรือนของเมืองโบโรเดียนการะหว่างที่ถูกรัสเซียยึดครอง ยังไม่ชัดเจน เนื่องจากเจ้าหน้าที่ยังเก็บกวาดซากอาคารที่ถูกระเบิดไม่หมด โดยเชื่อว่าอาจมีศพพลเรือนจำนวนมากอยู่ภายใน ขณะที่มีการเปิดเผยจากผู้เห็นเหตุการณ์ว่า ทหารรัสเซียใช้ปืนขู่ห้ามประชาชนขุดซากอาคารที่ถูกทำลายเพื่อช่วยเหลือผู้รอดชีวิต

ชาวเมืองโบโรเดียนกาคนหนึ่งชื่อว่า โอคซานา คอสตีเชนโก กลับมาที่บ้านของตนเอง และพบศพชายคนหนึ่งอยู่ใกล้สวนหลังบ้านของเธอ ในสภาพนอนคว่ำหน้า มีถุงคลุมศีรษะ มือถูกมัดไพล่หลัง กางเกงถูกดึงลง มีรอยช้ำขนาดใหญ่ที่ขาซ้าย แผลขนาดใหญ่ที่ศีรษะ กับปลอกกระสุน 1 ปลอกตกอยู่ข้างศพ ตำรวจระบุว่า ชายคนนี้ถูกยิงในลักษณะของการประหาร

คอสตีเชนโกระบุด้วยว่า เมื่อดูภายนอก บ้านของเธอแทบไม่ได้รับความเสียหายจากการโจมตีของรัสเซีย แต่ในบ้านถูกรื้อค้นกระจุยกระจาย เสื้อผ้า ขวดเปล่าวางระเกะระกะบนพื้น เฟอร์นิเจอร์ส่วนใหญ่เสียหายหรือถูกทำลาย “เหล้าอยู่ทุกที่ ขวดเปล่าอยู่บนทางเดิน ใต้ของอื่นๆ พวกเขาสูบบุหรี่จัดมาก ทิ้งก้นบุหรี่ไว้บนโต๊ะ และใช้เครื่องนอนเหมือนเป็นของตัวเอง”

ขณะที่สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า ตัวอักษร “V” ซึ่งย่อมาจาก Vostok ที่แปลว่า ตะวันออก สัญลักษณ์สื่อถึงเขตทหารตะวันออกของรัสเซีย กับตัวอักษร “Z” ที่เป็นสัญลักษณ์สื่อถือปฏิบัติการพิเศษทางทหารในยูเครนของรัสเซีย ถูกพ่นสีลงบนอาคาร, รถยนต์ และตามด่านตรวจ ตึกสำนักงานและศาลาว่าการท้องถิ่น ถูกเปลี่ยนเป็นป้อมปราการสำหรับทหารรัสเซีย และมีอักษร V อยู่ทั่ว

ที่มา : BBC , CNN