การต่อสู้ของสหรัฐฯกับจีนและรัสเซียที่ศรีลังการุนแรงมาได้สิบกว่าปีแล้วครับ ค.ศ.2005 ประธานาธิบดีที่โปรจีนที่ชื่อว่านายมหินทะ ราชปักษา ได้เป็นประธานาธิบดี นอกจากนั้นนายมหินทะยังควบตำแหน่งรัฐมนตรีกลาโหมด้วย ยุคนั้นรัฐบาลศรีลังกาสามารถฆ่านายเวฬุพิไล ประภาการัน ซึ่งประกาศตัวเป็นประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรีของประเทศทมิฬอีแลมได้สำเร็จ

ศรีลังกาประสบความสำเร็จในการปราบนายประภาการันเพราะได้รับความช่วยเหลือจากจีนและรัสเซีย แต่สหรัฐฯและโลกตะวันตกด่านายมหินทะ ราชปักษา เสียเละเทะ นายมหินทะชนะเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีสมัยที่ 2 ระหว่าง ค.ศ.2010-2015 ในสมัยที่ 2 นี่เอง นายมหินทะเลือกนายกรัฐมนตรีที่ชื่อไมตรีพาลา สิริเสนา ซึ่งภายหลังนายไมตรีพาลาได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯและชนะเลือกตั้งได้เป็นประธานาธิบดีระหว่าง ค.ศ.2015-2019

น้องชายของนายมหินทะ ราชปักษา ที่ชื่อนายโกตาบายา ราชปักษา สนิทกับประธานาธิบดีปูตินในระดับหนึ่ง เพราะเคยทำงานข่าวกรองและปราบปรามผู้ก่อการร้ายด้วยกันในทางลับ เมื่อหมดวาระของนายสิริเสนา น้องชายของตระกูลราชปักษาคนนี้ก็ลงสมัครแข่งขันเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี แน่นอนครับ ว่านายโกตาบายา ราชปักษา ได้รับการสนับสนุนจากจีนและรัสเซีย

อาจารย์นิติภูมิธณัฐ มิ่งรุจิราลัย เดินทางไปศรีลังกาเมื่อ 18 ตุลาคม 2019 เพื่อสังเกตการเลือกตั้งประธานาธิบดีระหว่างผู้สมัครสายสหรัฐฯคือนายซาจิธ เปรมาดาซา และสายจีนกับรัสเซียคือนายโกตาบายา ราชปักษา ผลการเลือกตั้ง น้องชายคนสุดท้องของตระกูลราชปักษาได้เป็นประธานาธิบดี โครงการต่างๆที่เคยถูกระงับไว้ในยุคนายสิริเสนาก็ได้รับการรื้อฟื้นมาอีกครั้งหนึ่ง

โชคร้ายของนายโกตาบายา ราชปักษา ที่เป็นประธานาธิบดีในยุคที่มีโควิด-19 ซึ่งเกิดความโกลาหลอลหม่านและความขาดแคลนกระจายไปทุกหย่อมหญ้า เพื่อนชาวศรีลังกาของเราหลายครอบครัวป่วยแต่ไม่มียารักษา ไลน์มาขอให้เราส่งยาและสิ่งอื่นๆไปให้รอบ แต่ยาไม่สามารถจะส่งเข้าไปยังศรีลังกาได้ ทราบว่าป่วยมาแล้วเกือบ 2 ปีถึงบัดนี้ก็ยังไม่ได้ยาที่จะใช้รักษา

...

สัปดาห์ที่แล้ว เพื่อนชาวศรีลังกาของเราคนหนึ่งเขียนไลน์มาว่ามีปัญหามากที่นั่น ไม่มีไฟฟ้าใช้ น้ำประปาไม่พอ ราคาพลังงานสูง สิ่งจำเป็นในการดำรงชีวิตขาดแคลน หลังจากที่เพื่อนไลน์มาหาได้ 2-3 วันก็มีการจลาจลผู้คนออกมาประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี จนรัฐบาลต้องประกาศเคอร์ฟิว สถานการณ์ความขาดแคลนแย่ขนาดที่ต้องตัดการจ่ายไฟฟ้าถึงวันละ 13 ชั่วโมง ศรีลังกาไม่มีเงินตราต่างประเทศเพียงพอที่จะนำเข้าเชื้อเพลิง แม้แต่ตลาดหลักทรัพย์โคลัมโบก็ยังต้องลดเวลาซื้อขายเหลือเพียงวันละ 2 ชั่วโมง

สำรองเงินตราต่างประเทศร่อยหรอลงไปมากถึงร้อยละ 70 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2022 สำรองเงินตราต่างประเทศของศรีลังกาเหลือเพียง 2,310 ล้านดอลลาร์ ศรีลังกาคงไม่พ้นต้องเข้าโครงการไอเอ็มเอฟ และต้องไปขอความช่วยเหลือจากพันธมิตร โดยเฉพาะอย่างยิ่งจากจีน

ศรีลังกาไม่มีทรัพยากรธรรมชาติมาก มีอัญมณีที่เมืองรัตนะปุระบ้างนิดหน่อย รายได้ส่วนใหญ่มาจากการท่องเที่ยว เมื่อมีโควิด-19 การท่องเที่ยวพัง เศรษฐกิจของประเทศก็พลอยพังตามไปด้วย เดิมมีโครงการท่าเรือโคลัมโบซึ่งเป็นการร่วมลงทุนระหว่างบริษัท คอมมิวนิเคชั่น คอนสตรัคชั่น กรุ๊ป จำกัด และรัฐบาลศรีลังกาในพื้นที่ 269 ตารางกิโลเมตร มีการถมทะเลเพื่อสร้างโซนใหม่ถึง 5 โซน คือโซนการเงิน สวนสาธารณะส่วนกลาง เกาะที่อยู่อาศัย และโซนขับเคลื่อนแบรนด์นานาชาติ

การถมทะเลเมืองท่าโคลัมโบเสร็จเมื่อมกราคม 2018 มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีคนใหม่ปลาย ค.ศ.2019 พอถึงต้น ค.ศ.2020 ก็เกิดการระบาดของโควิด-19 นักท่องเที่ยวที่เคยเดินกันขวักไขว่ไปมาหายไป ทุกอย่างไม่เป็นไปตามคาด หากยังคงแก้ไขปัญหาไม่ได้ อิทธิพลจีนและรัสเซียจะลดลง อิทธิพลสหรัฐฯจะกลับมาเหมือนยุคของนายสิริเสนา.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com