- เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปรุ่นใหม่ ขนาดใหญ่ บินได้สูงและไกลที่สุดเท่าที่เคยมีมา ประกาศศักดาท่ามกลางความตึงเครียดของสถานการณ์โลก
- เนื่องจากสงครามยูเครน ทำให้ 2 ใน 5 ชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ แตกแยกกัน จนอาจไม่ร่วมมือกันคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเหมือนในอดีต
- รัฐบาลเปียงยางกำลังเดินหน้าโครงการขีปนาวุธ ตามที่ คิม จอง อึน เคยลั่นวาจา ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังถกเถียงว่า เกาหลีเหนือจะทำถึงขั้นทดลองนิวเคลียร์รอบใหม่หรือไม่
เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 24 มี.ค. 2565 เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) เป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2560 ก่อนจะออกมายืนยันว่า จรวดที่ใช้เป็นขีปนาวุธขนาดยักษ์รุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งรู้จักในชื่อ ‘ฮวาซอง-17’ ที่เปิดตัวไปเมื่อ 2 ปีก่อน แสดงให้เห็นความก้าวหน้าในโครงการขีปนาวุธของพวกเขา
ช่วงเกือบ 5 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธครั้งก่อน สถานการณ์การเมืองโลกเปลี่ยนไปมาก ทั้งรัสเซียทำสงครามกับยูเครน, สหรัฐฯ กับจีนแข่งขันทางเศรษฐกิจกับความมั่นคงอย่างดุเดือด ขณะที่รัฐบาลหนุนปรองดองของเกาหลีใต้ กำลังจะจากไปแทนที่ด้วยรัฐบาลฝ่ายอนุรักษนิยมที่มีนโยบายแข็งกร้าว
ทั้งหมดนี้อาจเป็นสาเหตุให้เกาหลีเหนือสบโอกาสกลับมาทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกครั้ง เพราะ 2 ใน 5 ประเทศสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) อย่างจีนกับรัสเซีย มีปัญหากับสหรัฐฯ และไม่น่าที่จะร่วมมือกันคว่ำบาตรพวกเขาเหมือนในอดีต หรืออาจใช้เป็นเครื่องต่อรองกับสหรัฐฯ เพื่อผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร
แต่ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม พฤติกรรมของเกาหลีเหนือกำลังชี้ว่า พวกเขาจะเดินหน้าทดสอบอาวุธเต็มสูบ ตามที่คิม จอง อึน เคยให้สัญญาณเอาไว้ และพวกเขาจะไม่หยุดจนกว่าจะทำทุกอย่างในรายการให้เสร็จสิ้น ซึ่งในกรณีที่เลวร้ายที่สุด เปียงยางอาจถึงขั้นดำเนินการทดลองนิวเคลียร์เป็นครั้งที่ 7 ในตอนที่ทั่วโลกกำลังเผลอก็เป็นได้
...
เกาหลีเหนือยิง ICBM รุ่นใหม่
เกาหลีเหนือเคยทดสอบขีปนาวุธมาแล้วหลายรุ่น แต่มีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้นที่มีศักยภาพยิงถึงสหรัฐฯ หนึ่งในนั้นคือ ฮวาซอง-14 ซึ่งเป็นขีปนาวุธข้ามทวีปของแท้ลูกแรกที่เปียงยางทดสอบ คาดกันว่ามีพิสัยโจมตีสูงสุด 10,000 กม. ก่อนจะพัฒนามาเป็นรุ่น ฮวาซอง-15 ที่เชื่อว่ามีพิสัยโจมตีถึง 13,000 กม. ครอบคลุมทุกพื้นที่ของสหรัฐฯ
แม้เกาหลีเหนือจะไม่ได้ทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปมานานหลายปีแล้ว แต่ในเดือนตุลาคม 2563 พวกเขาเผยโฉม ICBM รุ่นใหม่ ‘ฮวาซอง-17’ ที่งานพาเหรดในกรุงเปียงยาง และทดสอบขีปนาวุธดังกล่าวเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มี.ค. โดยสื่อเกาหลีเหนือเผยแพร่แสดงให้เห็นขีปนาวุธเชื้อเพลิงเหลวขนาดยักษ์ถูกยิงออกจากฐานปล่อยจรวดเคลื่อนที่ ที่ท่าอากาศยานนานาชาติเปียงยาง
ตามข้อมูลที่เปิดเผยโดยสำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) ของเกาหลีเหนือ จรวดลูกนี้พุ่งขึ้นไปที่ความสูงถึง 6,248 กม. และบินไปไกล 1,090 กม. เป็นเวลานานกว่า 68 นาที ก่อนจะตกลงอย่างแม่นยำในน่านน้ำระหว่างคาบสมุทรเกาหลีกับญี่ปุ่น ตามแผนที่วางเอาไว้ โดยตัวเลขดังกล่าวใกล้เคียงกับที่ทางการญี่ปุ่นประเมิน และนั่นทำให้ ฮวาซอง-17 กลายเป็นจรวดที่ยิงได้สูงและไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีเหนือ
นักวิเคราะห์ระบุว่า ฮวาซอง-17 ถูกยิงในแนวตั้งทำให้บินไปได้ไม่ไกล เพื่อไม่ให้บินผ่านประเทศอื่นๆ แต่หากมันถูกยิงในองศาปกติ มันอาจสามารถเดินทางได้ไกลถึง 13,000 กม. นอกจากนั้นมันยังมีขนาดใหญ่พอสำหรับติดตั้งหัวรบนิวเคลียร์ 1 หัวรบ หรือมากกว่าด้วย แต่ยังต้องมีการตรวจสอบอีกมาก เพื่อยืนยันศักยภาพที่แท้จริงของจรวดลูกนี้
ฉวยโอกาสวิกฤติสงครามรัสเซีย-ยูเครน
ตามปกติแล้ว หลังจากเกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีป หรือโครงการนิวเคลียร์ พวกเขามักถูกสหรัฐฯ และนานาชาติคว่ำบาตร เช่น ในการทดสอบ ICBM ครั้งก่อน เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2560 หลังจากทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 6 ในปีเดียว เปียงยางก็ถูกชาติสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงสหประชาชาติทั้ง 5 รวมถึงจีนและรัสเซีย ซึ่งเป็นมิตรกับเกาหลีเหนือ ลงมติคว่ำบาตร
แต่ตอนนี้ UNSC นับว่าหมดสภาพอย่างสิ้นเชิงแล้ว นับตั้งแต่รัสเซียยกทัพบุกยูเครน เมื่อ 24 ก.พ.ที่ผ่านมา ขณะที่จุดยืนของจีนก็ค่อนข้างเอนเอียงไปทางรัสเซีย ซึ่งนักวิเคราะห์หลายคนคาดไว้แล้วว่า เกาหลีเหนือที่ทดสอบขีปนาวุธนับสิบครั้งตั้งแต่เข้าสู่ปี 2565 อาจตัดสินใจยิงขีปนาวุธข้ามทวีป ก่อนถึงวันเกิดครบรอบ 110 ปี ของอดีตผู้นำ คิม อิล ซุง ในวันที่ 15 เม.ย. และพวกเขาก็ยิงจริงๆ
ขณะที่แหล่งข่าวทางการทูตบอกกับสำนักข่าวเกียวโดของญี่ปุ่นว่า นอกจากสถานการณ์ในยูเครนแล้ว ชัยชนะของนายยูน ซอค ยอล ผู้แทนจากพรรคอนุรักษนิยมฝ่ายค้าน ในการเลือกตั้งประธานาธิบดี ทำให้คิม จอง อึน ต้องเพิ่มความเร็วของแผนการทดสอบอาวุธ และการยิง ICBM ล่าสุดอาจเป็นการส่งสัญญาณเตือนถึงรัฐบาลใหม่ของนายยูนที่จะรับตำแหน่งในเดือนพฤษภาคม ที่มีนโยบายแข็งกร้าวกับเกาหลีเหนือมากกว่ารัฐบาลชุดก่อนก็เป็นได้
...
สานฝันโครงการขีปนาวุธ
เกาหลีเหนือมีความตั้งใจที่จะทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอยู่แล้ว แต่พยายามอดกลั้นไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่รัฐบาลสหรัฐฯ ในยุคประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อแลกกับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตร โดยมีรัสเซียกับจีนช่วยผลักดัน แต่ในท้ายที่สุดการเจรจาก็ประสบความล้มเหลว และหยุดชะงักมานานกว่า 2 ปีแล้ว
แต่ในเดือนมกราคม 2564 เกาหลีเหนือส่งสัญญาณว่าจะกลับมาทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปอีกครั้ง โดย คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดได้ลั่นวาจาเอาไว้ในการประชุมครั้งแรกในรอบเกือบ 5 ปี ของพรรคแรงงานแห่งเกาหลี เมื่อเดือนมกราคม 2564 ว่า พวกเขาจะพัฒนา ICBM ที่สามารถใช้เชื้อเพลิงแข็งได้ เพื่อลดเวลาเตรียมการก่อนยิง และจะพัฒนาขีดความสามารถในการปล่อยดาวเทียม
การที่สหรัฐฯ กับชาติพันธมิตรจำเป็นต้องมุ่งความสนใจไปที่สงครามในยูเครน เป็นการเปิดโอกาสให้เปียงยางได้ทำตามแผนการที่วางเอาไว้พอดี และความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้ คิม จอง อึน ออกมาประกาศกร้าวว่า กองกำลังทางยุทธศาสตร์ของเกาหลีเหนือ พร้อมเต็มที่ที่จะรับมือ และยับยั้งความพยายามทางทหารใดๆ จากสหรัฐฯ
นายเจฟฟรีย์ ลิวอิส ศาสตราจารย์จากสถาบันศึกษาระหว่างประเทศ มิดเดิลบิวรี บอกกับสำนักข่าวซีเอ็นเอ็น ว่า “คิมบอกสิ่งที่เกาหลีเหนือจะพัฒนาทั้งหมดแล้ว ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธ ICBM ชนิดติดตั้งได้หลายหัวรบ, ICBM ที่ใช้เชื้อเพลิงแข็ง, ปล่อยดาวเทียมกองทัพ และปล่อยเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ลงสู่ทะเล ผมไม่คิดว่าเขาจะหยุดจนกว่าจะทำเรื่องในรายการเหล่านี้เสร็จสิ้น”
“ผมคิดว่าเรากำลังอยู่ในช่วงเวลาของการทดสอบมิสไซล์, ทดสอบนิวเคลียร์ และความตึงเครียด ซึ่งอาจจะดำเนินไปนานนับปี”
...
อาจทดสอบนิวเคลียร์ครั้งที่ 7
สำนักข่าวเกียวโด รายงานว่า สถานการณ์เลวร้ายที่สุด เกาหลีเหนืออาจจะดำเนินการทดลองนิวเคลียร์ครั้งที่ 7 ในอนาคตอันใกล้นี้ เพราะวิกฤติยูเครนเป็นตัวอย่างให้คิม จอง อึน เห็นแล้วว่าประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ จะไม่ถูกโจมตีโดยสหรัฐฯ หรือใครก็ตามที่เขามองว่าเป็นศัตรู
“ยูเครนละทิ้งคลังแสงนิวเคลียร์ไปเมื่อ 30 ปีก่อน แลกกับการรับรองความปลอดภัยจากมหาอำนาจโลก แต่พวกเขากลับโดนรัสเซียรุกราน” แหล่งข่าวทางการทูตรายหนึ่งบอกกับเกียวโด “คิมต้องเชื่อมากขึ้นแน่ว่า การครอบครองนิวเคลียร์คือวิธีที่ดีที่สุดที่จะรักษาการปกครองของตระกูลคิมเอาไว้ได้”
แต่ สตีเฟน นากี ผู้ช่วยศาสตราจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัย อินเทอร์เนชันนัล คริสเตียน เห็นต่าง เขาเชื่อว่าเกาหลีเหนือไม่น่าที่จะทดลองนิวเคลียร์ครั้งใหม่แล้ว เพราะเปียงยางทดลองเกี่ยวกับการสร้างอาวุธนิวเคลียร์ที่เชื่อถือได้ไปเกือบหมดแล้ว ส่วนที่เหลือสามารถทำได้ด้วยการจำลองสถานการณ์
ผศ.นากี มองว่า การพัฒนายานพาหนะสำหรับปล่อยจรวด และเทคโนโลยีสำหรับหลบเลี่ยงระบบป้องกันขีปนาวุธ เป็นสิ่งสำคัญมากกว่า และคาดว่าเกาหลีเหนือจะลงทุนในการพัฒนาขีดความสามารถเพื่อเอาชนะระบบต่อต้านขีปนาวุธของสหรัฐฯ และญี่ปุ่นต่อไป.
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : Kyodo, CNN, WaPo
กราฟิก : Varanya Phae-araya
...