รัสเซียจัดคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 8 ปี การควบรวมแคว้นไครเมียของยูเครน เป็นส่วนหนึ่งของประเทศ โดยปูตินขึ้นกล่าวปราศรัยอ้างเหตุผลต่างๆ สร้างความชอบธรรมในการยกทัพบุกยูเครน

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า รัสเซียจัดงานคอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 8 ปี การควบรวมแคว้นไครเมียของยูเครน มาเป็นส่วนหนึ่งของประเทศเมื่อ 18 มี.ค. 2565 ที่สนามกีฬาลุชนิกิ ในกรุงมอสโก โดยประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน มาร่วมกล่าวปราศรัยท่ามกลางผู้คนหลายหมื่นในสนาม และอีกจำนวนมากที่หน้าสนาม

แต่ระหว่างที่ประธานาธิบดีปูตินกำลังกล่าวปราศรัยอ้างเหตุผลต่างๆ เพื่ออ้างความชอบธรรมในการตัดสินใจยกทัพบุกยูเครนของเขาอยู่นั้น จู่ๆ การถ่ายทอดผ่านโทรทัศน์ของสถานีโทรทัศน์แห่งชาติก็ถูกตัดไป โดยรัฐบาลเครมลินระบุในภายหลังว่า เกิดความขัดข้องทางเทคนิค อย่างไรก็ตาม ทีวีรัสเซียได้ฉายซ้ำบทปราศรัยของนายปูตินได้โดยไม่มีปัญหาอื่นๆ

ปูตินกล่าวปราศรัยบนเวทีที่มีป้ายข้อความว่า “เพื่อโลกที่ปราศจากนาซี” ติดอยู่ โดยระบุว่า “รัสเซียจะทำตามแผนที่วางเอาไว้สำหรับยูเครนได้อย่างแน่นอน” “เพื่อช่วยผู้คนจากความเจ็บปวด, จากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์นี้ นั่นคือเหตุผลหลัก คือแรงจูงใจ และคือเป้าหมายของปฏิบัติการทางทหารที่เราใช้ในดอนบัส (ภูมิภาคทางตะวันออกของยูเครน) และในยูเครน”

...

ผู้นำรัสเซียยืนยันด้วยว่า ความสามัคคีในชาติกำลังอยู่ในช่วงที่แข็งแกร่งที่สุด แม้คนมากมายจะเดินทางหนีออกจากรัสเซีย หรือออกมาร่วมประท้วงต่อต้านสงครามบนท้องถนนจนมีผู้ถูกจับกุมนับหมื่นคน และรัสเซียกำลังถูกโดดเดี่ยวมากขึ้นเรื่อยๆ ในเวทีโลก “ข้อพิสูจน์ที่ดีที่สุดคือวิธีที่เหล่าคนหนุ่มของเราต่อสู้ในปฏิบัติการนี้ เคียงบ่าเคียงไหล่ สนับสนุนซึ่งกันและกัน และหากจำเป็นก็ปกป้องกันและกันเหมือนเป็นพี่น้อง ใช้ร่างกายเป็นโล่ให้อีกคนในสนามรบ เราไม่ได้เห็นความสามัคคีแบบนี้มานานแล้ว”

อย่างไรก็ตาม มีผู้ร่วมคอนเสิร์ตบางคนมางานอย่างไม่เต็มใจ โดยข้าราชการหลายคนได้รับคำสั่งจากเจ้าหน้าที่ให้เข้าร่วม ขณะที่บัตรเชิญร่วมงานที่แจกให้แก่ครูโรงเรียนรัฐแห่งหนึ่งในกรุงมอสโก และซีเอ็นเอ็นได้มาไว้ในมือ ระบุว่า ให้ผู้ร่วมงานนำธงชาติรัสเซียไป และติดตัวอักษร “Z” สีขาวบนเสื้อด้วย อนึ่งตัวอักษรดังกล่าวเป็นรหัสที่ติดบนรถหุ้มของกองทัพรัสเซีย ก่อนจะกลายมาเป็นสัญลักษณ์สนับสนุนปฏิบัติการทางทหารในยูเครน

น.ส.เอคาเทรินา ครูโรงเรียนประถม วัย 26 ปี บอกกับซีเอ็นเอ็นว่า ฝ่ายบริหารของโรงเรียนบอกให้เธอกับเพื่อนไปร่วมงานคอนเสิร์ตครั้งนี้ “ฉันปฏิเสธที่จะไป เพราะมันขัดกับหลักการของฉัน ฉันบอกพวกเขาว่า การร่วมงานแบบนี้ไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งในสัญญาจ้างงานฉัน แต่ฉันมีเพื่อนที่โรงเรียนอีกแห่งซึ่งปฏิเสธที่จะร่วมงานเช่นกัน และเขาถูกไล่ออก”.