ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ในเมืองคาร์คีฟ ถูกโจมตีด้วยกระสุนปืนใหญ่ ยังเคราะห์ดีที่ไม่มีรายงานการรั่วไหลของกัมมันตรังสี
คณะกรรมการของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ หรือ IAEA ระบุว่า ได้รับรายงานจากทางการยูเครน ระบุว่า ศูนย์วิจัยนิวเคลียร์ในเมืองคาร์คีฟถูกโจมตีเสียหายเป็นแห่งที่ 2 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แต่เคราะห์ดีที่ไม่พบปริมาณกัมมันตรังสีเพิ่มขึ้นในพื้นที่แต่อย่างใด โดยศูนย์วิจัยดังกล่าวมีวัสดุที่เกี่ยวกับกัมมันตรังสีในระดับต่ำมาก ดังนั้นเมื่อเกิดความเสียหายขึ้น จึงไม่น่าจะมีการรั่วไหลเกิดขึ้นตามมา สำหรับพื้นที่ดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันเทคโนโลยีและฟิสิกส์ของเมืองคาร์คีฟ โดยทำหน้าที่วิจัยอุปกรณ์ผลิตกัมมันตรังสีเพื่อการแพทย์ และเพื่ออุตสาหกรรม
ขณะเดียวกันก็มีรายงานว่า การสื่อสารภายในศูนย์นิวเคลียร์ขนาดเล็กทางตอนใต้ของเมืองมาริอูโปล ที่ถูกล้อมไปด้วยกองกำลังรัสเซีย ก็ถูกตัดขาด ทำให้ประชาชนในพื้นที่ดังกล่าวไม่มีน้ำประปาและกระแสไฟฟ้าใช้ โดยทาง IAEA ได้เรียกร้องให้รัสเซีย และยูเครน เร่งบรรลุข้อตกลงเพื่อปกป้องโรงไฟฟ้านิวเคลียร์โดยเร็วที่สุด ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดที่รัสเซียกำลังเร่งกดดันให้ยูเครนยอมจำนน
ก่อนหน้านี้มีรายงานความเสียหายในโรงกำจัดกากของเสียจากกัมมันตรังสีใกล้กรุงเคียฟ และคาร์คีฟ และกองทัพรัสเซียยังเดินหน้าโจมตีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ซาโปริเซียที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป จนเกิดไฟไหม้ แต่เคราะห์ดีที่สามารถควบคุมเพลิงในวงจำกัดได้ แต่ก็ต้องตกอยู่ภายใต้การควบคุมของกองกำลังรัสเซียซึ่งปิดกั้นไม่ให้มีการส่งเวชภัณฑ์ หรืออะไหล่สำรองใดๆ เข้าไปภายในอีก โดยในเวลานี้มีเตาปฏิกรณ์ที่ยังทำงานอยู่ 2 เตา จากทั้งหมด 6 เตา.
ที่มา :แชนแนลนิวส์เอเชีย


