ที่ประชุมฉุกเฉินของประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปลงมติเห็นพ้องที่จะยกระดับเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยเฉพาะการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจเพื่อตอบโต้การรุกรานยูเครนของรัสเซีย

นางเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ ลีเยน ประธานคณะกรรมาธิการสหภาพยุโรป นายชาร์ลส์ มิเชล ประธานรัฐสภายุโรป และนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสออกมาแถลงผลการประชุมฉุกเฉินนานกว่า 6 ชั่วโมงว่า ทางสหภาพยุโรปเห็นพ้องเป็นหนึ่งเดียวเกี่ยวกับท่าทีในการตอบโต้รัสเซีย โดยรัสเซียควรจะถูกประณามต่อการตัดสินใจปฏิบัติการทางทหารเพื่อโจมตียูเครน โดยหลังจากนี้ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปจะมีมาตรการคว่ำบาตรขั้นสูงสุดชุดใหญ่ต่อรัสเซีย ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจรวมทั้งการเมืองของรัสเซียอย่างแน่นอน โดยจะมีทั้งการคว่ำบาตรทางการเงิน ตัดช่องทางในการเข้าถึงตลาดการค้าหลักต่างๆ ของรัสเซีย และยังมุ่งเป้าหมายไปยังตลาดการธนาคาร 70 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะบริษัทที่รัฐเป็นเจ้าของ รวมทั้งในสายกลาโหมด้วย ซึ่งมาตรการคว่ำบาตรต่างๆ นี้ จะทำให้ต้นทุนในการกู้ยืมเงินของรัสเซียสูงขึ้น อัตราเงินเฟ้อเพิ่มขึ้น และจะกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมของรัสเซียอย่างหนัก

ด้านประธานาธิบดี เอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสระบุว่า เขาได้มีโอกาสพูดคุยอย่างตรงไปตรงมากับประธานาธิบดีปูติน ตามที่ประธานาธิบดีเซเลนสกีร้องขอเพื่อขอร้องให้ปูตินยัติการสู้รบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมทั้งเพื่อขอให้ประธานาธิบดีปูติน เปิดโอกาสในการพูดคุยกับผู้นำยูเครน แต่ก็ไม่เกิดประโยชน์อะไร และในที่สุดนายปูตินก็เลือกที่จะทำสงคราม

ทั้งนี้ มาตรการคว่ำบาตรล่าสุดของกลุ่มอียูจะต้องผ่านกระบวนการขั้นตอนต่างๆ ให้เรียบร้อยในคืนนี้ ก่อนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาอนุมัติอย่างเป็นทางการจากรัฐมนตรีต่างประเทศอียูในระหว่างการประชุมในบ่ายวันศุกร์ตามเวลาในท้องถิ่น เพื่อให้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายต่อไป.

ที่มา : ยูโรนิวส์