รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ยืนยัน เจ้าหน้าที่กำลังปิดสถานทูตในกรุงเคียฟ เพื่อป้องกันเผยรัสเซียบุกยูเครน ขณะเดียวกันก็ส่งเครื่องบินรบ เอฟ-15 ไปยังชาติยุโรปเพิ่มเติมด้วย
สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า นายแอนโทนี บลิงเคน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ ประกาศในวันจันทร์ที่ 14 ก.พ. 2565 ว่า พวกเขากำลังดำเนินการปิดสถานทูตในกรุงเคียฟ เมืองหลวงของประเทศยูเครน และโยกย้ายเจ้าหน้าที่การทูตจำนวนเล็กน้อยที่ยังเหลืออยู่ไปยังเมือง ลิวอฟ ทางตะวันตกเป็นการชั่วคราว เนื่องจากการเสริมกำลังทหารอย่างรวดเร็วของรัสเซีย
นายบลิงเคนกล่าวว่า เขาออกคำสั่งเหล่านั้นด้วยเหตุผลเดียวคือ ความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ และเรียกร้องอย่างรุนแรงให้ชาวอเมริกันที่ยังอยู่ในยูเครนเดินทางออกจากประเทศทันที เขาย้ำด้วยว่า มาตรการเพื่อป้องกันไว้ก่อนดังกล่าว ไม่ได้ลดทอนการสนับสนุนหรือฉันทามติร่วมกันที่สหรัฐฯ มีต่อยูเครน พวกเขายังคงพยายามอย่างจริงใจเพื่อบรรลุทางแก้ปัญหาด้วยวิธีทางการทูต
รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุอีกว่า รัฐบาลยังคงติดต่อกับรัฐบาลรัสเซียหลังจากประธานาธิบดี โจ ไบเดน ต่อสายคุยกับประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน และการหารือระหว่างเขากับนายเซอร์เก ลาฟรอฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย โดยเขาเชื่อว่า หนทางทางการทูตยังคงมีอยู่ หากรัสเซียเลือกที่จะเจรจาด้วยความปรารถนาดี และสหรัฐฯ กำลังรอที่จะส่งเจ้าหน้าที่กลับคืนสู่สถานทูตในกรุงเคียฟโดยเร็วเมื่อสถานการณ์เอื้ออำนวย
ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของสหรัฐฯ เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดบริเวณชายแดนยูเครนที่กำลังเพิ่มขึ้นถึงขีดสุด หลังรัสเซียส่งทหารมาประจำการเพิ่มประชิดหลายด้าน จนนายเจค ซัลลิแวน ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ออกมาเตือนว่า รัสเซียอาจเปิดฉากบุกยูเครนได้ทุกเมื่อ และเร็วที่สุดคือภายในสัปดาห์นี้
...
วันเดียวกัน สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า สหรัฐฯ ส่งเครื่องบินรบ เอฟ-15 ไปยังประเทศโปแลนด์เพิ่มอีก 8 ลำ เพื่อร่วมในภารกิจลาดตระเวนทางอากาศขององค์กรสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ในขณะที่รัสเซียยังเสริมกำลังทหารบริเวณชายแดนติดกับโปแลนด์และยูเครนอย่างต่อเนื่อง
เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา สหรัฐฯ ประกาศจะส่งทหารอเมริกันไปยังโปแลนด์เพิ่มอีก 3,000 นาย ภายในไม่กี่วันข้างหน้า โดยจนถึงตอนนี้ ทหารชุดแรกจำนวน 1,700 นาย เดินทางถึงโปแลนด์แล้วราว 2 ใน 3 ส่วน