ดัชนีหุ้นใหญ่ทั้งสามของสหรัฐฯ สวิงปิดลบในวันพฤหัสบดี เหตุนักลงทุนชั่งน้ำหนักระหว่างข้อมูลเศรษฐกิจเชิงบวก กับท่าทีของเฟดซึ่งเล็งจะขึ้นดอกเบี้ยมาตรฐานสู้เงินเฟ้อ

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 27 ม.ค. 2565 ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ ขยับลง 7.31 จุด หรือราว 0.021% ปิดที่ 34,160.78 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 23.42 จุด หรือราว 0.54% ปิดที่ 4,326.51 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก ร่วง 189.34 จุด หรือราว 1.40% ปิดที่ 13,352.78 จุด

วอลล์สตรีทลงสูงแดนลบในช่วงกลางของการซื้อขาย โดยเฉพาะแนสแด็กซึ่งถูกฉุดโดยหุ้นของบริษัท เทสลา ที่ปิดลบถึง 12% แม้จะรายงานว่ามีกำไรและรายได้ในไตรมาส 4 มากกว่าที่นักประเมินคาดการณ์เอาไว้ เนื่องจากพวกเขายอมรับว่า ปัญหาห่วงโซ่อุปทานติดขัดจะส่งผลต่อการปฏิบัติงานและการออกรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ของพวกเขาในปีนี้

ในวันพฤหัสบดียังมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจมวลรวมในประเทศของสหรัฐฯ หรือ จีดีพี ประจำไตรมาสที่ 4 ปี 2564 พบว่าเพิ่มขึ้นถึง 6.9% หากคิดแบบปีต่อปี ขณะที่ยอดผู้ขอรับสวัสดิการคนว่างงานครั้งแรกประจำสัปดาห์ลดลงเป็นครั้งแรกในรอบ 4 สัปดาห์ บ่งชี้ว่า ผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนต่อตลาดแรงงาน อาจกำลังผ่อนคลายลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนเรื่องช่วงเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) จะขึ้นอัตราดอกเบี้ยมาตรฐานยังคงเป็นปัจจัยถ่วงตลาดหุ้นมาตั้งแต่เข้าสู่ปี 2565 แม้ว่าเมื่อวันพุธ เฟดจะระบุว่า พวกเขาจะยุติมาตรการซื้อสินทรัพย์ก่อนค่อยขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งถ้าทุกอย่างเป็นไปตามแผนมาตรการดังกล่าวยุติลงในเดือนมีนาคม บอกเป็นนัยว่าพวกเขาจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยใน 6 สัปดาห์ข้างหน้า แต่ก็ยังไม่ใช่ข้อความที่ชัดเจนพอสำหรับนักลงทุน

...

ที่มา : yahoo