- ศาลสหรัฐฯ ตัดสินใจรับคำฟ้องร้องของหญิงอเมริกัน ซึ่งกล่าวหาเจ้าชายแอนดรูว์แห่งอังกฤษว่าล่วงละเมิดทางเพศ ซึ่งอาจทำให้เชื้อพระวงศ์ผู้นี้ต้องขึ้นศาลรับฟังการไต่สวน
- น.ส. เวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ อ้างว่า เธอตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้าประเวณีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน และเธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์หลายครั้ง
- เจ้าชายแอนดรูว์มีทางเลือกไม่มากว่าจะทำอย่างไรต่อจากนี้ ไม่ว่าจะให้ความร่วมมือกับการดำเนินคดีหรือไม่ หรือจะไกล่เกลี่ยกับนางจุฟเฟร์ ซึ่งจะเป็นตัวตัดสินว่าในท้ายที่สุดเขาจะต้องขึ้นศาลหรือไม่
เจ้าชายแอนดรูว์ ดยุกแห่งยอร์ก พระโอรสในสมเด็จพระราชินีเอลิซาเบธที่ 2 แห่งสหราชอาณาจักร อาจกลายเป็นเชื้อพระวงศ์อาวุโสแห่งอังกฤษคนแรก ที่ต้องขึ้นศาลรับการไต่สวน หลังจากผู้พิพากษาศาลรัฐบาลกลางในนิวยอร์ก ปฏิเสธคำร้องจากทีมทนายความของเขา ที่ขอให้ศาลไม่รับคำฟ้องคดีแพ่งข้อหาล่วงละเมิดทางเพศผู้เยาว์ของ น.ส. เวอร์จิเนีย จุฟเฟร์ หญิงชาวอเมริกัน เมื่อวันพุธที่ผ่านมา (12 ม.ค. 2565)
นี่นับเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนสำหรับเชื้อพระวงศ์ของอังกฤษ และกำลังได้รับการจับตามองจากทั่วโลก โดย น.ส.จุฟเฟร์อ้างว่า เธอตกเป็นเหยื่อในขบวนการค้าประเวณีของนายเจฟฟรีย์ เอปสตีน นายทุนชาวอเมริกันผู้ถูกตัดสินว่ามีความผิดทางเพศ และเธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเจ้าชายแอนดรูว์หลายครั้ง ขณะที่ฝ่ายดยุกแห่งยอร์กปฏิเสธมาตลอด
น.ส.จุฟเฟร์ยื่นฟ้องร้องในนครนิวยอร์กตั้งแต่ปี 2562 ภายใต้กฎหมายผู้เสียหายเยาวชน (Child Victims Act) ซึ่งอนุญาตให้ผู้เสียหายสามารถขอความเป็นธรรมจากการถูกล่วงละเมิดทางเพศเมื่อครั้งยังเป็นผู้เยาว์ได้ โดยทนายของจุฟเฟร์ระบุว่า การฟ้องคดีแพ่งนี้ก็เพื่อแสดงให้เห็นว่า คนร้ายทุกคนควรรับผิดชอบในการกระทำของตนเอง
คำตัดสินล่าสุดของศาลนิวยอร์กหมายความว่า กระบวนการทางกฎหมายในคดีนี้จะสามารถดำเนินการต่อไปได้ และเจ้าชายแอนดรูว์ผู้ชื่อเสียงมัวหมองอย่างหนักอยู่แล้วจากการมีความเกี่ยวข้องกับนายเอปสตีน กับการที่เขาเป็นเพื่อนกับนางกิสเลน แม็กซ์เวลล์ แฟนเก่าของเอปสตีน ก็มีทางเลือกไม่มากนักว่าเขาจะทำอะไรต่อไปหลังจากนี้ ซึ่งตัวเลือกเหล่านั้นจะเป็นตัวตัดสินว่า ในท้ายที่สุดแล้ว เขาจะต้องขึ้นศาลหรือไม่
จุฟเฟร์กล่าวหาเจ้าชายล่วงละเมิดทางเพศ
น.ส.จุฟเฟร์ ที่ตอนนี้มีอายุ 38 ปีแล้ว อ้างว่า เธอเป็นหนึ่งในเหยื่อค้าประเวณีของนายเอปสตีน โดยถูกพาไปและถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับเพื่อนไฮโซและคนดังของเขา รวมถึงเจ้าชายแอนดรูว์ด้วย ขณะที่จุฟเฟร์มีอายุเพียง 17 ปีเท่านั้น โดยเธอถูกล่วงละเมิด ณ สถานที่ 3 แห่งในกรุงลอนดอน ของอังกฤษ, นครนิวยอร์ก และที่เกาะของนายเอปสตีนในหมู่เกาะ ยูเอส เวอร์จิน ซึ่งเจ้าชายรู้ดีว่าในตอนนั้นเธอยังเป็นผู้เยาว์อยู่ และถูกจัดหามาโดยเอปสตีน
จุฟเฟร์เคยเล่าในการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวบีบีซี เมื่อ 2 ปีก่อนว่า ในปี 2544 เธอถูกเอปสตีนพามายังกรุงลอนดอนและได้รู้จักกับเจ้าชายแอนดรูว์ ก่อนจะไปไนต์คลับด้วยกันโดยมีเอปสตีนกับ กิสเลน แม็กซ์เวลล์ แฟนของเขาไปด้วย ก่อนที่เจ้าชายแอนดรูว์จะขอเต้นกับเธอ ทำให้เหงื่อของเขาเปรอะเปื้อนตัวเธอไปหมด
ด้านเจ้าชายแอนดรูว์ปฏิเสธข้อกล่าวหาของ น.ส.จุฟเฟร์ โดยบอกกับ บีบีซี ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ได้เกิดขึ้น เขาไม่เคยพบผู้หญิงคนนี้มาก่อน ดยุกแห่งยอร์กยังอ้างด้วยว่า ตัวเขาไม่สามารถหลั่งเหงื่อได้ด้วยสภาวะทางการแพทย์ที่หายาก และในคืนที่เขาถูกกล่าวหาว่า มีเพศสัมพันธ์กับจุฟเฟร์นั้น ความจริงแล้วเขาพาลูกสาวไปงานเลี้ยงที่ร้านพิซซ่า เอกซ์เพรส ในเมืองเวิร์กกิง ทางตะวันตกเฉียงใต้ของลอนดอนต่างหาก
อย่างไรก็ตาม จนถึงตอนนี้เจ้าชายแอนดรูว์ยังไม่แสดงหลักฐานสนับสนุนคำพูดของตัวเองเลย โดยทีมทนายบอกว่า เขาทำไม่ได้เพราะไม่มีเอกสารพิสูจน์ว่าเขาหลั่งเหงื่อไม่ได้จริง และไม่สามารถระบุตัวใครที่เขาเจอที่ร้านพิซซ่าในวันนั้นได้เลย
ศาลไฟเขียวฟ้องแพ่งเจ้าชายแอนดรูว์
หลังจากจุฟเฟร์ยื่นฟ้องคดีแพ่งที่ศาลนิวยอร์กเมื่อเดือนสิงหาคม ทีมทนายของเจ้าชายแอนดรูว์ก็ยื่นคำร้องขอให้ศาลพิจารณาไม่รับฟ้องทันที อ้างเหตุผลว่า จุฟเฟร์ละเมิดข้อตกลงยอมความที่เธอทำไว้กับเอปสตีนในการฟ้องร้องเมื่อปี 2552
ข้อตกลงดังกล่าวถูกปิดเป็นความลับมาตลอดจนกระทั่งมีการเปิดผนึกเมื่อ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา ระบุว่า เอปสตีนจ่ายเงินให้จุฟเฟร์ 500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 16.6 ล้านบาท) เพื่อยอมความโดยไม่มีการยอมรับความผิด และจุฟเฟร์ก็ตกลงที่จะไม่ดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคล หรือหน่วยงานใดๆ ที่อาจกลายเป็นจำเลยในคดีได้ แต่ไม่มีการระบุชื่อเจ้าชายแอนดรูว์และคนอื่นๆ แต่อย่างใด
แต่ในวันพุธที่ผ่านมา ผู้พิพากษา ลิวอิส คาแพลน ตัดสินใจปฏิเสธคำร้องของฝ่ายเจ้าชายแอนดรูว์ โดยให้เหตุผลว่า ข้อตกลงเมื่อปี 2552 ไม่อาจพูดได้ว่า มีความชัดเจน ว่าเอปสตีนกับจุฟเฟร์มีความตั้งใจอย่างไรตอนที่ร่างคำเหล่านั้น และคำว่า ผู้ที่อาจเป็นจำเลยได้ (potential defendants) ก็อาจสื่อถึงใครก็ได้ จึงไม่อาจระบุชัดว่า ทั้งสองฝ่ายต้องการให้เจ้าชายแอนดรูว์ได้รับประโยชน์จากเรื่องนี้ไปด้วยหรือไม่
ทีมทนายของเจ้าชายแอนดรูว์ยังพยายามโต้แย้งด้วยว่า กฎหมายผู้เสียหายเยาวชนของนิวยอร์ก ซึ่งทำให้จุฟเฟร์สามารถรื้อฟื้นคดีอายุกว่า 20 ปีกลับมาได้นั้น ผิดรัฐธรรมนูญ เพราะทำให้เธอสามารถรื้อฟื้นข้อกล่าวหาซึ่งอาจสายเกินไปแล้วที่จะนำมาขึ้นศาล แต่ผู้พิพากษาคาแพลนระบุว่า ในอดีตข้อโต้แย้งนี้เคยถูกหยิบยกมาแล้ว และถูกทุกศาลรัฐบาลกลางและศาลนิวยอร์กปัดตกทั้งหมด
อะไรจะเกิดขึ้นหลังจากนี้?
คำตัดสินของผู้พิพากษาคาแพลนทำกระบวนการทางกฎหมายในคดีนี้จะสามารถดำเนินการต่อไปได้อีกครั้ง โดยไม่กี่วันข้างหน้า ศาลนิวยอร์กอาจพิจารณาส่งจดหมายในนามของ น.ส.จุฟเฟร์ ให้กับศาลในอังกฤษ หากจำเป็นต้องขอความช่วยเหลือในการรวบรวมพยานหลักฐาน ซึ่งเป็นขั้นตอนที่เกิดขึ้นเป็นปกติ
จากนั้นในช่วงกลางเดือนพฤษภาคม ทั้งสองฝ่ายจะต้องยื่นบัญชีระบุพยาน และแลกเปลี่ยนหลักฐานระหว่างกัน ซึ่งลูกความและพยานของแต่ละฝ่ายอาจต้องตอบคำถามของทนายฝ่ายตรงข้ามนอกศาล ภายใต้คำสาบาน เพื่อบันทึกเป็นหลักฐานยื่นต่อศาล โดยกระบวนการทั้งหมดควรจะเสร็จสิ้นภายในวันที่ 14 ก.ค. ตามคำสั่งของผู้พิพากษาคาแพลน
โดยประเด็นที่ ฝ่าย น.ส.จุฟเฟร์ ต้องการให้เจ้าชายแอนดรูว์พิสูจน์คือ เขาไม่สามารถหลั่งเหงื่อได้จริงหรือไม่ในตอนที่ทั้งคู่พบกัน และเขาอยู่ที่ร้านพิซซ่า เอ็กซ์เพรส จริงหรือไม่ ส่วนฝ่ายทนายความของดยุกแห่งยอร์ก ก็ต้องการหลักฐานว่า แท้จริงแล้วจุฟเฟร์อาศัยอยู่ที่ใด เพราะตอนนี้เธออาศัยอยู่ที่ออสเตรเลีย ซึ่งพวกเขาอาจนำไปใช้โต้แย้งในศาลในภายหลังได้ว่า สหรัฐฯ กับแดนจิงโจ้ไม่มีความสัมพันธ์ทางกฎหมายต่อกัน และขอให้หยุดการดำเนินคดี
เจ้าชายแอนดรูว์ต้องขึ้นศาลหรือไม่?
คำตอบของคำถามนี้ขึ้นอยู่กับว่า เจ้าชายแอนดรูว์เลือกที่จะทำอย่างไรต่อไปหลังจากนี้ โดยเขามีทางเลือกไม่มาก เขาอาจยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำตัดสินล่าสุดของศาลนิวยอร์กซึ่งก็ไม่มีอะไรรับรองว่าจะสำเร็จ แต่อาจทำให้กระบวนการล่าช้าออกไป แต่ถ้าเขาไม่อุทธรณ์ และไม่ให้ความร่วมมือในการแลกเปลี่ยนหลักฐาน น.ส.จุฟเฟร์ก็สามารถขอให้ศาลตัดสินเข้าข้างเธอโดยอัตโนมัติได้
นอกจากนั้นแล้ว เจ้าชายแอนดรูว์ยังมีทางเลือกอีก 2 ทางคือ เตรียมตัวขึ้นให้การในชั้นศาล ซึ่งจะเกิดขึ้นเดือนกันยายนถึงธันวาคมนี้ หรือเจรจาทำข้อตกลงยอมความกับจุฟเฟร์ เพื่อให้คดีจบลงโดยไม่ต้องขึ้นศาลได้ โดยทนายความของจุฟเฟร์กล่าวว่า ความเป็นธรรมที่ลูกความของเขาต้องการ รวมถึงการยอมรับในการกระทำของตัวเองจากเจ้าชายแอนดรูว์ด้วย แม้ที่ผ่านมาจะปฏิเสธตลอดก็ตาม
แต่จนกว่าจะถึงตอนนั้น เจ้าชายแอนดรูว์ไม่มีกำหนดการต้องขึ้นศาลแต่อย่างใด และไม่น่าออกมาพูดกับสื่อเกี่ยวกับคดีนี้ด้วย
ผู้เขียน : ทิตชนม์ สว่างศรี
ที่มา : bbc, cnn