• มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน เผยข้อมูลที่น่าสนใจ โดยพบว่าผู้คนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดในขณะที่ออกไปช็อปปิ้ง และเล่นกีฬาแบบเป็นทีมมากกว่าการใช้บริการรถไฟใต้ดิน รถราง หรือรถไฟ
  • ยังไม่พบหลักฐานยืนยันว่าการที่ไปใช้บริการรถไฟใต้ดิน หรือเข้าไปชมการแสดงในโรงละครจะเพิ่มความเสี่ยงในการติดเชื้อโควิด
  • การเก็บข้อมูลครั้งนี้ นักวิจัยได้ทำการสำรวจกับประชาชนกว่า 10,000 คน ในช่วงระหว่างเดือนกันยายน และพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา

ในภาวะที่โควิด-19 ยังคงระบาดหนักไปทั่วโลก โดยเฉพาะเชื้อกลายพันธุ์โอมิครอนที่ทำให้ยอดติดเชื้อพุ่งสูงเร็วกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว สร้างความกังวลให้แก่คนทั่วโลกว่าควรจะปฏิบัติตนอย่างไรเพื่อลดความเสี่ยงที่จะติดเชื้อมากที่สุด และการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน มีกิจกรรมใดบ้างที่มีความเสี่ยงสูงสุด วันนี้มีงานวิจัยของอังกฤษที่จะมาให้คำตอบในเรื่องนี้

มหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ได้เก็บข้อมูลกิจกรรมที่ประชาชนออกไปทำนอกบ้านก่อนที่จะมีการใช้มาตรการควบคุมการระบาดแผนใหม่ พบว่าผู้คนมีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 สูงสุดจากการออกไปช็อปปิ้ง มากกว่าการไปชมการแสดงในโรงละคร ชมการแข่งขันกีฬาการใช้บริการรถไฟใต้ดิน รถราง หรือรถไฟ ถึงกว่า 2 เท่า ซึ่งนับว่าผิดจากความคาดหมายที่หลายฝ่ายคาดว่า การเข้าไปใช้บริการรถสาธารณะ หรือเข้าไปชมการแสดงคอนเสิร์ต น่าจะมีความเสี่ยงที่จะรับเชื้อโควิดได้มากกว่า

...

งานวิจัยครั้งนี้เป็นการเก็บข้อมูลของประชาชนจำนวน 10,849 คน ระหว่างช่วงเดือนกันยายน และเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมที่มีความเสี่ยงที่จะติดเชื้อโควิด-19 รองลงมาจากการช็อปปิ้ง คือการเล่นกีฬาแบบเป็นทีม คิดเป็น 36 เปอร์เซ็นต์ ออกไปโรงยิม 27 เปอร์เซ็นต์ และการออกไปผับ คลับ บาร์ในสถานที่ปิดคิดเป็น 28 เปอร์เซ็นต์

งานวิจัยยังพบว่า การออกไปใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์จะเพิ่มความเสี่ยงราว 28 เปอร์เซ็นต์ โดยรถโดยสารประจำทางมีความเสี่ยงสูงสุด โดยมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นคิดเป็น 31 เปอร์เซ็นต์ ถัดมาเป็นรถแท็กซี่ คิดเป็น 19 เปอร์เซ็นต์ ตามมาด้วยรถไฟใต้ดิน ที่ 18 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม ไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุถึงความเสี่ยงของคนที่ไปดูการแสดงในโรงละคร โรงภาพยนตร์ คอนเสิร์ต หรือชมการแข่งขันกีฬาต่างๆ ขณะเดียวกันก็พบว่า การไปใช้บริการร้านทำผม ร้านทำเล็บ หรือสถานเสริมความงาม ไม่มีผลใดๆ ต่ออัตราการติดเชื้อ

สำหรับงานวิจัยชิ้นนี้ เป็นการเก็บข้อมูลโดยตัวของผู้ร่วมวิจัยเอง และเป็นการเก็บข้อมูลก่อนที่เชื้อโอมิครอนจะระบาดในเดือนธันวาคม ส่งผลให้รัฐบาลอังกฤษภายใต้การนำของนายบอริส จอห์นสัน จะเพิ่มมาตรการคุมเข้มโควิด-19 และประกาศใช้แผน บี ซึ่งรวมถึงการบังคับให้สวมหน้ากากอนามัย เพื่อเร่งควบคุมการระบาด


ศาสตราจารย์ แอนดรูว์ เฮย์วาร์ด และด็อกเตอร์ ซูซาน ฮอสกินส์ ของมหาวิทยาลัยคอลเลจลอนดอน ได้นำเสนอผลงานวิจัยชิ้นนี้ต่อกลุ่มที่ปรึกษาทางวิทยาศาสตร์สำหรับเหตุฉุกเฉินของรัฐบาลอังกฤษแล้ว โดยระบุว่า ทั้งในช่วงที่มีการคุมเข้มมาตรการต่างๆ รวมทั้งช่วงที่ผ่อนคลายมาตรการ การช็อปปิ้งซื้อของ นับเป็นสัดส่วนที่มีความเสี่ยงสูงที่สุดที่จะมีการติดเชื้อจากนอกบ้านได้

...

ส่วนการเดินทางออกไปทำงาน และใช้ระบบขนส่งสาธารณะก็เป็นอีกส่วนหนึ่งที่จะช่วยคาดการณ์อัตราการติดเชื้อได้ โดยมาตรการคุมเข้มการระบาดจะช่วยป้องกันการแพร่เชื้อได้ในตามสถานบันเทิง สถานเสริมความงาม และการแข่งขันกีฬา ในช่วงการระบาดระลอกที่ 2 แต่ในช่วงที่มีการผ่อนคลายมาตรการ และไม่ได้ห้ามการจัดงานสังสรรค์ หน่วยงานสาธารณสุขก็ต้องรับมืออย่างหนักจากความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมในร่ม มากกว่ากิจกรรมกลางแจ้ง

ขณะที่เว็บไซต์เดอะมิร์เรอร์ ได้แสดงให้เห็นตัวเลขความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโควิด-19 จากการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน เรียงลำดับจากความเสี่ยงสูงสุดดังนี้

ช็อบปิ้ง - 2.18%
เล่นกีฬากลางแจ้ง - 1.36%
ใช้บริการรถโดยสาร - 1.31%
ทานอาหารที่ร้านอาหารหรือคาเฟ่ - 1.29%
ใช้บริการขนส่งสาธารณะมากกว่า 1 ครั้งต่อสัปดาห์ - 1.28%
ไปผับ บาร์ หรือคลับ - 1.28%
ไปงานปาร์ตี้ - 1.27%
ไปโรงยิมหรือออกกำลังกายในร่ม - 1.27%
ออกจากบ้านไปทำงาน - 1.2%
ใช้บริการแท็กซี่ - 1.19%
ใช้บริการรถราง หรือรถไฟ - 1.18%

...

ทั้งนี้ ตัวเลขล่าสุดของการติดเชื้อโควิด-19 รายวันในประเทศอังกฤษเฉลี่ยอยู่ที่กว่า 100,000 รายต่อวัน และทำให้ยอดรวมผู้ติดเชื้อในรอบ 7 วันอยู่ที่หลักล้าน ซึ่งนับว่าเป็นยอดการติดเชื้อรายวันที่สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ปีที่แล้ว ขณะเดียวกันก็ยังคงมีผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น จนทำให้ยอดเสียชีวิตสะสมทะลุ 150,000 ศพไปแล้ว แม้ว่าเชื้อโอมิครอนจะไม่ทำให้ผู้ติดเชื้อมีอาการป่วยรุนแรงเท่ากับเชื้อเดลตาก็ตาม ส่งผลให้อังกฤษทะยานขึ้นไปอยู่อันดับ 4 ที่มีผู้ติดเชื้อสูงที่สุดของโลกรองจากสหรัฐฯ อินเดีย และบราซิล โดยมียอดติดเชื้อสะสมมากกว่า 14,475,000 ราย

...

ข้อมูลการวิจัยครั้งนี้ จึงเป็นประโยชน์แก่ประชาชนทั่วโลกที่ได้ใช้เป็นกรณีศึกษา เพื่อนำไปใช้เป็นแนวทางในการลดโอกาสเสี่ยงที่ตัวเองจะติดเชื้อโควิด-19 จากการออกไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ในระหว่างที่เชื้อโควิด-19 ยังคงมีการปรับตัวและกลายพันธุ์เพื่อความอยู่รอดอย่างต่อเนื่อง.

ผู้เขียน : อาจุมม่าโอปอล

ที่มา : เดลิเมล์ , เดอะมิร์เรอร์