ประธานาธิบดีคาซัคสถานสั่งเจ้าหน้าที่ความมั่นคง ให้ยิงได้โดยไม่ต้องเตือน เพื่อปราบการประท้วงรุนแรงในเมืองอัลมาตี ขณะที่กองกำลังรักษาความสงบจากรัสเซียเดินทางมาถึงแล้ว
สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 7 ธ.ค. 2565 ประธานาธิบดี คาสซีม-โจมาร์ต โตคาเยฟ แห่งคาซัคสถาน ออกแถลงการณ์ทางโทรทัศน์ออกคำสั่งถึงกองกำลังความมั่นคง ให้ “ยิงโดยไม่ต้องเตือน” เพื่อปราบกลุ่มผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาล ซึ่งดำเนินมาตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. และทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายสิบราย บาดเจ็บรวมกว่า 1,000 คน
ประธานาธิบดีโตคาเยฟ กล่าวว่า โจร 20,000 คน กำลังโจมตีเมืองอัลมาตี เขายังปฏิเสธเสียงเรียกร้องให้เจรจากับกลุ่มผู้ประท้วง โดยระบุว่าเป็นเรื่องไร้สาระ “เราจะคุยอะไรกับอาชญากรและฆาตกร? เรากำลังรับมือกับกลุ่มโจรติดอาวุธและเตรียมตัวมาอย่างดี ทั้งคนท้องถิ่นและต่างชาติ พูดให้ชัดก็คือ ผู้ก่อการร้าย ดังนั้นเราจะทำลายพวกเขา และมันจะจบลงในไม่ช้า”
ก่อนหน้านี้ กระทรวงมหาดไทยคาซัคสถาน ออกมาระบุว่า เหตุความไม่สงบที่เกิดขึ้นจนถึงตอนนี้ ทำให้เจ้าหน้าที่ความมั่นคงเสียชีวิต 18 นาย ขณะที่อาชญากรติดอาวุธถูกสังหาร 26 คน ขณะที่กลุ่มผู้ประท้วงออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาของรัฐบาลที่ว่า พวกเขาคือกลุ่มก่อการร้าย
ทั้งนี้ การประท้วงในคาซัคสถานเริ่มขึ้นหลังจากรัฐบาลยุติการตรึงราคาก๊าซ LPG ไว้ที่ 50 เท็งเกต่อลิตร (ราว 3.8 บาท) เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทำให้ราคาพุ่งไปถึง 120 เท็งเกต่อลิตร ส่งผลให้ประชาชนในมังกิสเต (Mangistau) ซึ่งพึ่งพาก๊าซ LPG อย่างหนัก ไม่พอใจและออกมาประท้วงอย่างรุนแรง ก่อนที่แรงจูงใจในการประท้วงจะลุกลามไปยังความไม่พอใจทางการเมืองเรื่องอื่นๆ จนรัฐบาลต้องกลับมาตรึงราคาต่อไปอีกครึ่งปี แต่ก็หยุดการประท้วงไม่ได้
อย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวของบีบีซี ในเมืองอัลมาตี เผยว่า สถานการณ์ในช่วงหลายวันที่ผ่านมามีความรุนแรงลดลงแล้ว แต่ยังมีเสียงปืนและระเบิดให้ได้ยินบ้าง
นายโตคาเยฟ ยืนยันด้วยว่า กองกำลังรักษาความสงบจากองค์กรสนธิสัญญาความมั่นคงร่วม (Collective Security Treaty Organization : CSTO) ซึ่งเป็นกลุ่มพันธมิตรทางทหารระหว่างรัฐบาล รัสเซีย, เบลารุส, อาร์เมเนีย, คาซัคสถาน, คีร์กีซสถาน และ ทาจิกิสถาน จำนวน 2,500 นาย เดินทางมาถึงคาซัคสถานแล้ว และเขาขอขอบคุณประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย เป็นพิเศษสำหรับเรื่องนี้ด้วย


