กรณีศึกษาเหตุกราดยิงร.ร.สหรัฐฯ ลูกก่ออาชญากรรม พ่อแม่ต้องรับโทษด้วย

ข่าว

    กรณีศึกษาเหตุกราดยิงร.ร.สหรัฐฯ ลูกก่ออาชญากรรม พ่อแม่ต้องรับโทษด้วย

    ไทยรัฐออนไลน์
    8 ธ.ค. 2564 08:00 น.
    SHARE

    กรณีศึกษาเหตุกราดยิงร.ร.สหรัฐฯ ลูกก่ออาชญากรรม พ่อแม่ต้องรับโทษด้วย

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ธ.ค. 2564 08:00 น.
    • เหตุกราดยิงโรงเรียนในมิชิแกน จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นวัยรุ่นชายวัย 15 ปี ได้ทำให้เกิดแนวทางใหม่ในการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา เพราะแม้จะเป็นเยาวชน แต่อัยการได้จัดข้อหาหนักอย่างก่อการร้ายให้เขาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน
    • คดีนี้ยังสร้างความฮือฮาอีกไม่น้อย เมื่อพ่อแม่ของผู้ต้องหา ถูกตั้งข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท และถูกดำเนินคดีด้วย
    • ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การดำเนินคดีกับพ่อแม่ผู้ปกครองครั้งนี้จะเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้ผู้ปกครองและผู้ที่ครอบครองปืนต้องตื่นตัว ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อการครอบครองอาวุธมากขึ้น

    ถือเป็นกรณีศึกษาให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง จากกรณีเหตุกราดยิงใน ร.ร.มัธยมรัฐมิชิแกน เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา จนทำให้มีผู้เสียชีวิต 4 ศพ บาดเจ็บ 7 ราย เมื่อพนักงานสอบสวนรัฐมิชิแกนของสหรัฐฯ ตั้งข้อหาหนัก อย่างข้อหาก่อการร้ายแก่ผู้ก่อเหตุ แม้ว่าเขาจะยังเป็นเยาวชนก็ตาม แถมยังจัดหนัก ตั้งข้อหาทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท กับบิดาและมารดาของมือปืนวัย 15 ปี ซึ่งเป็นผู้ก่อเหตุอีกด้วย ซึ่งแม้จะเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนสหรัฐอเมริกาเป็นระยะ แต่ถือเป็นกรณีที่แทบไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ที่บิดามารดา หรือผู้ปกครองจะถูกดำเนินคดีด้วยเช่นนี้ ซึ่งผู้เชี่ยวชาญระบุว่า การดำเนินคดีกับพ่อแม่ผู้ปกครองครั้งนี้จะเป็นกรณีตัวอย่างที่ทำให้ผู้ปกครอง และผู้ที่ครอบครองปืนต้องตื่นตัว ว่าพวกเขาจำเป็นต้องมีความรับผิดชอบต่อการครอบครองอาวุธมากขึ้น เพื่อหวังให้เหตุกราดยิงในโรงเรียนในประเทศลดจำนวนลง

    อีธาน ครัมบลีย์ วัย 15 ปี แอบเอาอาวุธปืนพกกึ่งอัตโนมัติของนายเจมส์ ผู้เป็นบิดา ออกไปกราดยิงสังหารเพื่อนนักเรียนในชั้น 15-20 นัด คร่าชีวิตนักเรียน 4 คน ได้แก่ เท็ต มีเร อายุ 16 ปี, เมดิซิน บาลด์วิน วัย 17 ปี, ฮานา เซนต์ จูเลียนา วัย 14 ปี และจัสติน ชิลลิง วัย 17 ปี ซึ่งถึงแม้เขาจะมอบตัวต่อตำรวจหลังเกิดเหตุ แต่ก็ถูกดำเนินคดียาวเป็นหางว่าว ทั้งฆาตกรรมโดยไตร่ตรองไว้ก่อน การประทุษร้ายผู้อื่นโดยมีเจตนาให้ถึงแก่ความตาย การครอบครองอาวุธโดยไม่ได้รับอนุญาต และการก่อการร้าย ซึ่งมีบทลงโทษระดับเดียวกับคนร้ายที่เป็นผู้ใหญ่ ซึ่งคาเรน แมคโดนัลด์ อัยการเขตโอ๊คแลนด์ให้เหตุผลว่า นอกจากอีธานจะสังหารคนในโรงเรียนแล้ว ยังคุกคามความปลอดภัยของเด็กนักเรียนคนอื่นๆ อีกนับพันคน เด็กที่ต้องวิ่งหนี กรีดร้องด้วยความตกใจ หลบซ่อนอยู่ใต้โต๊ะขณะเกิดเหตุ ยังไม่รวมถึงเด็กๆ ที่อยู่ที่บ้าน ที่ทราบข่าวและต้องอยู่ด้วยความหวาดกลัวต่อการไปโรงเรียน ซึ่งทั้งหมดนี้น่าจะเพียงพอที่จะตั้งข้อหาก่อการร้ายแก่ผู้ก่อเหตุได้

    จากนั้นในวันที่ 4 ธันวาคมที่ผ่านมา สำนักงานอัยการเขตโอ๊คแลนด์ ในรัฐมิชิแกน ทางตอนเหนือของสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อกล่าวหา “ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตายโดยประมาท” กับนายเจมส์ ครัมบลีย์ และนางเจนนิเฟอร์ ครัมบลีย์ บิดาและมารดาของนายอีธาน ครัมบลีย์

    แมคโดนัลด์ อัยการผู้ตั้งข้อหากล่าวว่า แม้ในวันเกิดเหตุมีเพียงครัมบลีย์เป็นผู้ลงมือซึ่งหน้า แต่ยังมีบุคคลอื่นเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในวันนั้น และสมควรต้องรับผิดชอบเช่นกัน โดยปืนที่ใช้ในการก่อเหตุนั้น เจ้าหน้าที่มีหลักฐานยืนยันว่า บิดาและมารดาเป็นผู้ซื้อ และปล่อยให้บุตรชายสามารถใช้อาวุธนั้นได้ โดยอีธานเคยโพสต์ภาพปืนในโลกโซเชียล ระบุว่า นี่คือของรักชิ้นใหม่ของเขา โดยมีแม่ของเขามาเขียนข้อความตอบโต้ว่า นี่เป็นของขวัญคริสต์มาสของเขา

    นอกจากนี้ ครัมบลีย์ยังมีการวาดภาพที่สื่อถึงการใช้ความรุนแรง และการเขียนข้อความ “เลือดสาดกระจาย” แต่สามีภรรยาครัมบลีย์ กลับเพิกเฉยต่อสัญญาณอันตราย ที่มีแนวโน้มสูงว่าจะเกิดขึ้น นอกจากนี้ทั้งคู่ยังไม่ได้ช่วยขัดขวาง หรือระงับการก่อเหตุได้ ทั้งที่ในวันเกิดเหตุนองเลือด ซึ่งทั้งคู่ถูกทางโรงเรียนเชิญไปพบเพื่อให้พาลูกชายไปรักษากับจิตแพทย์ แต่พวกเขายังยืนกรานให้อีธานเข้าเรียนต่อไป และยังพบข้อความทางโทรศัพท์มือถือ ที่นางเจนนิเฟอร์ส่งถึงลูกชาย ระบุว่า "แม่ไม่ได้โกรธลูก แต่ลูกต้องเรียนรู้ที่จะไม่ถูกจับได้" 

    นักเชี่ยวชาญต่างเห็นตรงกันว่า การตั้งข้อหาพ่อและแม่ของผู้ต้องหาในคดีกราดยิงเพียงอย่างเดียว ยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาความรุนแรงจากอาวุธปืนในประเทศสหรัฐอเมริกาได้ เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุในการตัดช่องทางที่เด็กๆ จะเข้าถึงอาวุธปืนเท่านั้น โดยจูเลียน เซลไลเซอร์ นักวิเคราะห์ของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ทางแก้ปัญหาที่ดีที่สุดก็คือการใช้กฎหมายควบคุมอาวุธปืนที่เข้มงวดมากขึ้น โดยนักการเมืองที่ละเลยต่อหน้าที่ ในการผ่านร่างกฎหมายควบคุมการครอบครองอาวุธ สมควรที่จะถูกประณามและมีส่วนร่วมรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของเด็กและเยาวชนจำนวนมากจากเหตุกราดยิงที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

    ข้อมูลจากซีเอ็นเอ็น ระบุว่า ในปีนี้มีรายงานการเกิดเหตุกราดยิงมากถึง 48 ครั้ง โดยมี 32 ครั้งเกิดขึ้นตั้งแต่ก่อนวันที่ 1 สิงหาคม ขณะที่เหตุการณ์กราดยิงครั้งล่าสุดนี้เป็นเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม ปี 2018 ซึ่งไม่ใช่เรื่องที่ดีเลยที่ผู้ปกครองจะต้องทำใจรับความเสี่ยงว่าอาจจะเกิดเหตุกราดยิงที่โรงเรียนที่พวกเขาส่งลูกไปเมื่อใดก็ได้ ซึ่งทางการสหรัฐอเมริกาจะต้องเร่งเดินหน้าใช้ทุกวิธีการ และหาทุกทางเพื่อหยุดการก่อเหตุกราดยิงในโรงเรียนให้ได้โดยเร็ว

    คาสซานดรา คิฟาซี รองผู้อำนวยการศูนย์วิจัยการใช้ความรุนแรงด้วยอาวุธปืนของจอห์น ฮอบกินส์ ระบุว่า การตั้งข้อหาเช่นนี้ถือเป็นการแหวกธรรมเนียมปฏิบัติ และไม่ใช่เรื่องปกติ แต่ก็เป็นสิ่งที่ยอมรับได้ เพราะสหรัฐฯ แทบจะไม่เคยดำเนินคดีกับคนที่นำปืนไปให้แก่ผู้ที่ไม่สมควรจะครอบครองอาวุธปืนมาก่อน แต่ในกรณีของสองสามีภรรยาคู่นี้มีพฤติกรรมอีกหลายประการประกอบกัน จนนำไปสู่การตั้งข้อหาในที่สุด

    เจมส์และเจนนิเฟอร์ ครัมบลีย์ พ่อแม่มือกราดยิง
    เจมส์และเจนนิเฟอร์ ครัมบลีย์ พ่อแม่มือกราดยิง

    ด้าน อารีวา มาร์ติน นักวิเคราะห์กฎหมายของซีเอ็นเอ็น ระบุว่า นี่เป็นการตั้งข้อหาที่ไม่ธรรมดา เพราะที่ผ่านมาอัยการมักจะหลีกเลี่ยงที่จะตั้งข้อหาผู้ปกครองจากเหตุการณ์กราดยิงในโรงเรียนที่ผ่านมา แม้จะมีบางเคสเหมือนกับคดีนี้ ที่พ่อแม่ดูมีส่วนต้องร่วมรับผิดชอบอย่างยิ่ง ซึ่งในการต่อสู้คดี ทางทนายความของผู้ต้องหาจะต้องแสดงให้เห็นว่าพ่อแม่ได้รับผิดชอบหน้าที่อย่างเต็มที่แล้ว เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้น โดยในรัฐมิชิแกนยังไม่มีกฎหมายบังคับให้ผู้ครอบครองปืนต้องจัดเก็บปืนในที่ปลอดภัยแต่อย่างใด.

    ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      ปาฏิหาริย์มีอยู่จริง! หมอใช้ หัวใจหมู ผ่าตัดเปลี่ยนให้ผู้ป่วย ครั้งแรกของโลก
      04:34

      ปาฏิหาริย์มีอยู่จริง! หมอใช้ หัวใจหมู ผ่าตัดเปลี่ยนให้ผู้ป่วย ครั้งแรกของโลก

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เหตุกราดยิงspecial contentสหรัฐอเมริการ.ร.สหรัฐฯข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุดข่าวต่างประเทศวันนี้ต่างประเทศข่าวรอบโลกข่าวรอบโลกวันนี้ดำเนินคดีพ่อแม่

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันจันทร์ที่ 17 มกราคม 2565 เวลา 00:30 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์