ฝูงบิน F-16V อสรพิษร้ายวรยุทธลึกล้ำ ผู้พิทักษ์ใหม่แห่งท้องนภาไต้หวัน

ข่าว

    ฝูงบิน F-16V อสรพิษร้ายวรยุทธลึกล้ำ ผู้พิทักษ์ใหม่แห่งท้องนภาไต้หวัน

    ไทยรัฐออนไลน์
    8 ธ.ค. 2564 07:53 น.
    SHARE

    ฝูงบิน F-16V อสรพิษร้ายวรยุทธลึกล้ำ ผู้พิทักษ์ใหม่แห่งท้องนภาไต้หวัน

    ไทยรัฐออนไลน์

    8 ธ.ค. 2564 07:53 น.

    ไต้หวันกับอาวุธใหม่ที่เพิ่งได้รับมาประจำการล่าสุด เอฟ-16 วี เครื่องเก่ายุค 90 ที่นำมาอัปเกรดจนกลายเป็นเครื่องบินขับไล่ยุค 4.5 พร้อมปกป้องเกาะไต้หวันจากภัยคุกคามทุกรูปแบบ ดั่งอสรพิษร้ายหวงรัง

    เมื่อเร็วๆ นี้ กองทัพอากาศไต้หวัน ได้นำเครื่องบินขับไล่ เอฟ-16 วี ไวเปอร์ (F-16V Viper) ที่เป็นการนำเอฟ-16 เอ/บี บล็อก 20 ที่มีประจำการอยู่เดิม เข้าดำเนินการอัปเกรด เพิ่มประสิทธิภาพให้มีขีดความสามารถเทียบเท่า เครื่องบินขับไล่ยุค 4.5+ ท่ามกลางความตึงเครียดที่มีขึ้นกับจีนแผ่นดินใหญ่ โดยมีประธานาธิบดีไช่ อิงเหวิน เดินทางมาเป็นประธานในพิธีนำเครื่องบินขับไล่ดังกล่าวเข้าประจำการ โดยเอฟ-16 วี ที่อัปเกรดมาทั้งหมดกว่า 60 ลำได้เข้าประจำการเรียบร้อยแล้ว ทำให้ กองทัพอากาศไต้หวันกลายเป็นฝูงบินพร้อมรบที่ปฏิบัติการด้วย เอฟ-16 วีที่แรกในโลก ณ ฝูงบินขับไล่ทางยุทธวิธีที่ 4 ฐานทัพอากาศเจียอี้ ที่อยู่ทางชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของเกาะไต้หวัน และ ไต้หวันยังสั่งซื้อ เอฟ-16 วี บล็อก 72 (F-16V Block 72) ที่เป็นเครื่องประกอบใหม่ทั้งหมดจากโรงงานอีก 66 เครื่องที่คาดว่าจะเริ่มรับมอบในปี 2023

    การนำเอฟ-16 รุ่นเก่าที่มีไปอัปเกรดกลับมาประจำการทำให้ไต้หวัน มีเครื่องบินขับไล่รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพสูงเป็นอันดับต้นๆ ของเอเชีย ในการป้องกันประเทศ ด้วยขีดความสามารถในการรบทั้ง อากาศ-สู่-อากาศ และ อากาศ-สู่-พื้น โดยในพิธีรับมอบมีการจอดแสดงของเอฟ-16 วี พร้อมทั้งการติดอาวุธหลากกลายแบบทั้ง อาวุธปล่อย อากาศ-สู่-พื้น เอไอเอ็ม-84 ฮาร์พูน สำหรับการต่อต้านเรือผิวน้ำ อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-อากาศ แบบ เอไอเอ็ม-9 เอ็กซ์ และเอไอเอ็ม-120 ซี-7 แอมแรม ที่เป็นรุ่นใหม่ล่าสุด รวมทั้ง ถังเชื้อเพลิงสำรอง 370 แกลลอน และกระเปาะต่อต้านอิเล็กทรอนิกส์ ALQ-184

    ต้นกำเนิดเหยี่ยวเจ้าเวหาเกาะไต้หวัน

    ในระหว่างยุคสงครามเย็น กองทัพอากาศไต้หวันพึ่งพาการป้องกันทางอากาศ โดยเครื่องบินรบของสหรัฐอเมริกา เริ่มตั้งแต่ เอฟ-86 เซเบอร์เจ็ต เครื่องบินขับไล่ไอพ่นจากสงครามเกาหลี มาจนถึงยุคของเครื่องบินความเร็วเหนือเสียง ไต้หวัน ได้รับเครื่องบินรบมือสองจากสหรัฐฯ อย่าง เอฟ-100 ซูเปอร์เซเบอร์ ที่ทำความเร็วได้เหนือเสียงเป็นรุ่นแรก ตามมาด้วย เอฟ-104 สตาร์ไฟต์เตอร์ เครื่องบินขับไล่ความเร็วเหนือเสียง 2 เท่า ที่ถือเป็นกำลังทางอากาศที่สำคัญ ในช่วงทศวรรษที่ 60-70 และในช่วงปลายทศวรรษที่ 70 เอฟ-16 ก็เริ่มเป็นที่รู้จักในฐานะ คู่แข่งขันโครงการของกองทัพอากาศสหรัฐในการจัดหา เครื่องบินขับไล่เบาแล้ว ยุคนั้น รัฐบาลสหรัฐฯ และบริษัทเจเนอรัล ไดนามิกส์ พยายามเสนอขาย เอฟ-16/79 ที่เป็นรุ่นลดทอนประสิทธิภาพของเอฟ-16 เอ/บี ที่ ทอ.สหรัฐฯ นำเข้าประจำการในช่วงปลายยุค 70 โดย เอฟ-16/79 ติดตั้งเครื่องยนต์รุ่นเก่าแบบ เจเนอรัลอิเล็กทริก เจ 79 แบบที่ใช้ในเอฟ-4 แฟนทอมทู แทน แต่สมรรถนะในการบินไม่ได้ตามต้องการ ทำให้ไต้หวันไม่พิจารณาซื้อจนถึงต้นทศวรรษที่ 80

    เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายทศวรรษที่ 80 เอฟ-104 ที่มีใช้งานในกองทัพเริ่มเก่าล้าสมัย และโครงสร้างเครื่องบินใกล้หมดอายุ อีกทั้งความพร้อมรบก็ต่ำ และยังเกิดอุบัติเหตุและบินตกบ่อย ทำให้สูญเสียนักบินมือดีไปหลายรายทำให้ในเดือน พ.ค. ปี 1989 หลังโลกใกล้สิ้นสุดยุคสงครามเย็น เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลไต้หวันได้ไปเยือนฝรั่งเศสและเจรจากับบริษัท ดัลสโซลต์ กรุ๊ป เพื่อสั่งซื้อเครื่องบินขับไล่จากฝรั่งเศสรุ่น มิราจ 2000-5 จำนวน 60 เครื่อง ในยุคนั้น มิราจ 2000 ถือเป็นเครื่องบินขับไล่ไอพ่นสมรรถนะสูงยุคที่ 3 ออกแบบมาเป็นเครื่องบินทรงปีกสามเหลี่ยม และใช้อาวุธปล่อยอากาศสู่อากาศพิสัยกลางได้ เหนือกว่า เอฟ-16 เอ/บี 

    การสั่งซื้ออาวุธรอบนี้ก็เพื่อกดดันรัฐบาลสหรัฐฯ ให้ขายเอฟ-16 แก่ไต้หวัน จนในที่สุด 3 ก.ย. ปี ค.ศ. 1992 ปธน.จอร์จ บุช ประกาศยอมขายเอฟ-16 เอ จำนวน 120 ลำ และ เอฟ-16 บี แบบฝึก 2 ที่นั่งจำนวน 30 ลำ ภายใต้โครงการมูลค่า 6 พันล้านเหรียญสหรัฐในชื่อโครงการ "Peace Phoenix" พีช ฟีนิกส์ หรือ โครงการฟีนิกส์ แบบไต้หวัน

    แต่เนื่องจากเวลานั้น โครงงานผลิตเอฟ-16 ที่ฟอร์ท เวิร์ธ รัฐเทกซัส ได้เริ่มผลิต เอฟ-16 ซี/ดี ที่เป็นรุ่นใหม่ บล็อก 30/40 ให้กับกองทัพอากาศสหรัฐแล้ว แต่ออเดอร์การผลิตเอฟ-16 เอ/บีของไต้หวันเริ่มเข้ามา การย้อนไปผลิตรุ่นเก่าจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตสูงขึ้น (เอฟ-16 เอ/บี ชุดสุดท้ายที่ผลิตก่อนปิดสายการผลิต คือ เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 15 OCU ของกองทัพอากาศไทยที่ประจำการอยู่กองบิน 4 ตาคลี) อีกทั้งจะมีความยุ่งยากในแง่การผลิตที่ไม่ธรรมดาแน่นอน ด้วยการเจรจาต้าอ่วยกับไต้หวัน จึงได้กำเนิด เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 20 ลอตพิเศษ ที่ไม่เหมือนชาติใด อีกทั้งประสิทธิภาพก็สูงกว่า เอฟ-16 เอ/บี ที่มีใช้งานในชาติอาเซียนอีกด้วย 

    เอฟ-16 เอ/บี รุ่นของไต้หวัน มีรูปทรงพื้นฐานเหมือน เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 15 โอซียู ที่ผสมผสานกับ เอฟ-16 ซี/ดี บล็อก 30/40 โดยกำหนดรุ่นใหม่เป็น เอฟ-16 เอ/บี บล็อก 20 มีการเอาชุดปีกและหาง และแพนหาแนวตั้ง ของบล็อก 52 ที่ช่องท่อรับอากาศมีจุดติดตั้งกระเปาะชีเป้านำทางแบบ เอฟ-16 บล็อก 42 โดยระบบเอวิโอนิกส์ที่ใส่ลงไปเท่ากับมาตรฐาน MLU : mid-life upgrade ที่เป็นการอัปเกรด เอฟ-16 เอ/บีให้มีความสามารถเทียบเท่า เอฟ-16 ซี/ดี บล็อก 52 แบบ 4 ชาติยุโรป (นอร์เวย์ เดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ และเบลเยียม) ในส่วนเครื่องยนต์เป็นแบบ Pratt & Whitney's รุ่น F100-PW-220 เหมือนเครื่องบินเอฟ-16ซี บล็อก 32 ของ ทอ.สหรัฐฯ นั่นจึงทำให้ เอฟ-16 ของไต้หวันมีขีดความสามารถในการใช้ อาวุธปล่อย อากาศ-สู่-อากาศ นำวิถีด้วยเรดาร์เซมิแอคทีฟพิสัยกลางแบบ เอไอเอ็ม 7 สแปร์โรว์ หรือ เอไอเอ็ม 120 แอมแรม เพื่อยิงเครื่องบินศัตรูจากนอกระยะสายตา และ อาวุธปล่อยอากาศ-สู่-พื้น เอจีเอ็ม-84 ฮาร์พูน สำหรับต่อต้านเรือผิวน้ำจากระยะนอกสายตา

    การปรับปรุงเอฟ-16 เก่า ก้าวสู่ เอฟ-16 วี ไวเปอร์ 

    ไต้หวันเซ็นสัญญาเพื่อที่จะอัปเกรดเครื่องบินเอฟ-16 เอ/บี ไฟต์ติ้งฟอลคอน บล็อก 20 ที่จัดหามาในช่วงทศวรรษที่ 90 เมื่อปี 2020 ภายใต้โครงการ Peace Phoenix Rising จำนวน 64 ลำที่เสร็จสมบูรณ์และส่งมอบแก่กองทัพอากาศไต้หวันกลับเข้าประจำการ โดยเข้าประจำการที่ฐานทัพอากาศเจียอี้ และคาดว่า เอฟ-16 วี ที่เป็นรุ่นอัปเกรดจาก เอฟ-16 บล็อก 20 อีกฝูงจะประจำการที่ ฝูงบินขับไล่ยุทธวิธีที่ 5 ที่ฐานทัพอากาศหัวเหลียน

    ในการอัปเกรดเป็นรุ่น วี เริ่มต้นจากการเปลี่ยนเรดาร์เป็นแบบ AESA (Active Electronically Scanned Array) รุ่นใหม่ คือ APG-83 จอภาพด้านหน้ากลางแผงควบคุมแบบใหม่ Center Pedestal Display (CPD) รองรับการเชื่อมโยงข้อมูลการรบแบบ Link 16 ระบบการมองในเวลากลางคืน NVIS (Night Vision Imaging System) และรองรับหมวกหนักบินติดศูนย์เล็งอาวุธแบบ JHCMS II (Joint Helmet-Mounted Cueing System II) ระบบนำทางด้วยพิกัดดาวเทียม GPS/INS (EGI), ระบบเอวิโอนิกส์รุ่นใหม่ที่รองรับ commercial off-the-shelf (COTS) และบัสส่งข้อมูลความเร็วสูง 

    ฝูงบินผู้พิทักษ์ที่ไต้หวันฝากอนาคต

    กองทัพอากาศไต้หวัน ได้สั่งซื้อ เอฟ-16 วี บล็อก 70 รุ่นใหม่ถอดด้ามจากโรงงานอีก 66 ลำรอกำหนดส่งมอบเข้าประจำการภายในระหว่างปี 2023-2026 โดยจะนำเข้าประจำการที่กองบินขับไล่ยุทธวิธีที่ 7 ฐานทัพอากาศไทจง ภายใต้โครงการพีช ฟีนิกส์ ไรซิ่ง 2 โดยเครื่องบินลอตนี้จะเพิ่มความสามารถในด้านการใช้อาวุธปล่อยต่อต้านการแผ่คลื่นเรดาร์แบบ เอจีเอ็ม-88 ฮาร์ม สำหรับกดดันระบบป้องกันภัยทางอากาศ และติดตั้งระบบแจ้งเตือนการชนพื้นดิน รวมทั้งซอฟต์แวร์สำหรับเรดาร์ที่ปรับปรุงทันสมัยที่สุด ที่สามารถจำแนกเป้าหมายได้ว่าลำไหนคือ มิตร และศัตรู 

    บัดนี้เหยี่ยวเวหาผู้พิทักษ์น่านฟ้าไต้หวัน ได้แปลงร่างใหม่กลายเป็น พญางูพิษผู้ปราดเปรียวที่มีวรยุทธลึกล้ำสู้กับข้าศึกที่มาจากทั้งบนฟ้า บนพื้นดิน และท้องทะเล อันจะเป็นกำลังสำคัญในการป้องกันเกาะไต้หวันจากภัยคุกคาม ทั้งจากอากาศยาน และเรือรบของเพื่อนบ้านที่อาจเป็นภัยคุกคาม รวมทั้งรับมือกับแรงกดดันมหาศาลจากจีนแผ่นดินใหญ่ ที่ไม่ต้องการให้ไต้หวันแยกเป็นอิสระ แต่ต้องรวมกันเป็นหนึ่งเดียว.

    ผู้เขียน : จุลดิส รัตนคำแปง

    ที่มาของข้อมูล : theaviationist , ซีเอ็นเอ็น , วิกิพีเดีย , กองทัพอากาศไต้หวัน

    ที่มาของภาพ : ทวิตเตอร์ ปธน.ไช่ อิงเหวิน @iingwen , Military News Agency, ROC(Taiwan) @mna_roc , 

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      เปิดสเปก "F-35" เครื่องบินรบยุคใหม่ เด็ดแค่ไหน ถึงเป็นหนึ่งเดียวในใจ ทัพอากาศ ไทย
      04:05

      เปิดสเปก "F-35" เครื่องบินรบยุคใหม่ เด็ดแค่ไหน ถึงเป็นหนึ่งเดียวในใจ ทัพอากาศ ไทย

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      F-16Vspecial contentเอฟ-16เอฟ-16วีเอฟ-16 ไต้หวันกองทัพอากาศไต้หวันเอฟ-16 บล็อก 70/72เครื่องบินขับไล่เครื่องบินขับไล่ยุคที่ 4.5ข่าวทั่วไป

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 12:48 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์