กว่า 200 ปี สัมพันธ์ยังขับเคลื่อน

ข่าว

      กว่า 200 ปี สัมพันธ์ยังขับเคลื่อน

      ไทยรัฐฉบับพิมพ์
      5 ธ.ค. 2564 05:30 น.
      SHARE

      กว่า 200 ปี สัมพันธ์ยังขับเคลื่อน

      ไทยรัฐฉบับพิมพ์

      5 ธ.ค. 2564 05:30 น.

      ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกานั้นมีความต่อเนื่องยาวนานมากว่า 200 ปี และในวาระที่รัฐบาลของสหรัฐอเมริกา ภายใต้การบริหารของประธานาธิบดีโจ ไบเดน ก็ยังเดินหน้ากระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับมิตรอย่างไทยให้แนบแน่นต่อไป และเพื่อเปิดโอกาสให้สื่อไทยได้เข้าใจถึงหลายหน่วยงานสำคัญของสหรัฐฯ ทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา ร่วมกับสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (TJA) จึงได้ร่วมเป็นเจ้าภาพจัดการสัมมนาให้สื่อมวลชนไทยเข้าใจถึงนโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้ กับหัวข้อ “นโยบายการต่างประเทศของสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลประธานาธิบดีไบเดน” เมื่อกลาง พ.ย.ที่ผ่านมา

      หนึ่งในการเน้นย้ำในการสัมมนาครั้งนี้ คือความสำคัญของไทย และภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่นอกจากจะเป็น “สมรภูมิทางยุทธศาสตร์” ที่สำคัญแล้ว ยังถูกยกให้เป็น “อนาคตแห่งความรุ่งเรือง” สถานทูตสหรัฐฯในประเทศไทยยังเป็นหนึ่งในสถานทูตขนาดใหญ่ที่สุดในโลก มีเจ้าหน้าที่จำนวนมากจากหลายหน่วยงานของรัฐบาลสหรัฐฯ มาปฏิบัติภารกิจที่กรุงเทพฯ อาทิ หน่วยแพทย์ทหารบกสหรัฐฯ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ทหาร ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคติดต่อแห่งชาติ สำนักงานปราบปรามยาเสพติด สำนักงานตำรวจสืบสวนกลางสหรัฐฯ คณะที่ปรึกษาทางการทหารสหรัฐฯประจำประเทศไทย สำนักงานตำรวจลับสหรัฐฯ สำนักงานส่งเสริมการค้าและการพัฒนาแห่งสหรัฐฯ รวมถึง ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ที่น่าสนใจเป็นพิเศษ

      ฝ่ายสืบสวนสอบสวน กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (HSI) อาจเป็นหน่วยงานที่ไม่คุ้นหูคนไทยทั่วไปมากนัก ต่างจาก FBI NCIS หรือ CSI ที่คุ้นชินจากซีรีส์หรือภาพยนตร์ฮอลลีวูด แต่แท้จริงแล้ว HSI เป็นหน่วยงานสืบสวนสอบสวนหลักของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิของสหรัฐฯ มีอำนาจในการสืบสวน สอบสวน องค์กรผู้ก่อการร้าย องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ และองค์กรอาชญากรรมต่างๆ รวมถึงการก่อการร้าย การลักลอบขนยาเสพติด การแสวงประโยชน์จากเด็ก การค้ามนุษย์และการลักลอบขนผู้โยกย้ายถิ่นฐานข้ามชาติ การส่งออกเทคโนโลยีและอาวุธที่ผิดกฎหมาย การฟอกเงิน อาชญากรรมไซเบอร์ การขโมยทรัพย์สินทางปัญญาและการฉ้อโกงทางการค้า การโจรกรรมข้อมูลส่วนบุคคล ไปจนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนและอาชญากรรมสงคราม เพื่อดำเนินการขัดขวางปราบปรามและกวาดล้าง ป้องกันไม่ให้มีภัยคุกคามความมั่นคงของชาติ รวมถึงความปลอดภัยของประชาชน

      นอกจากนี้ HSI ยังเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายด้านการสืบสวนที่ใหญ่ที่สุดของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมินอกแผ่นดินสหรัฐฯ มีเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการในต่างแดนรวม 458 คน ประจำการ ณ สำนักงาน 80 แห่ง ใน 53 ประเทศ ทำงานร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องในประเทศนั้นๆ ทั้งในระดับรัฐบาลกลาง และระดับท้องถิ่น เพื่อสร้างเครือข่ายที่แข็งแกร่งในการสืบสวนคดี อย่างในเมืองไทย ที่กรุงเทพฯ ก็เป็นที่ตั้งสำนักงาน HSI ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ซึ่งก่อตั้งขึ้นตั้งแต่ปี 2519 เน้นที่อาชญากรรมจากการแสวงประโยชน์และการตกเป็นเหยื่อ รวมทั้งการสืบสวนการค้าโลก อาชญากรรมทางไซเบอร์และการเงิน

      กระนั้น ผลงานสร้างชื่อและเรียกความสนใจจากสาธารณชนในบ้านเรา กลับเป็นเครดิตจากการสืบสวนและรวบรวมหลักฐาน รวมทั้งประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานและผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีของไทย จนประสบผล สามารถส่งมอบโบราณวัตถุล้ำค่าอย่าง “ทับหลังปราสาทหนองหงส์ จากจังหวัดบุรีรัมย์ และทับหลังปราสาทเขาโล้น ในจังหวัดสระแก้ว ที่เคยถูกจัดแสดงในพิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งในซาน ฟรานซิสโกคืนรัฐบาลไทยได้สำเร็จช่วงปลายเดือน พ.ค. หลังต้องฝ่าฟัน ผ่านกระบวนการยากลำบากถึง 4 ปี

      ที่จริงแล้ว HSI ทำงานอย่างใกล้ชิดกับรัฐบาลแต่ละประเทศ ด้วยความมุ่งมั่นต่อสู้กับขบวนการลักลอบขนวัตถุโบราณข้ามชาติมาอย่างยาวนาน ส่งผลให้นับตั้งแต่ปี 2550 เป็นต้นมา HSI ส่งคืนสิ่งของล้ำค่านานาชนิดมากกว่า 15,000 ชิ้นกลับสู่ประเทศและสถาบันต่างๆ กว่า 40 แห่งทั่วโลก ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ส่งคืนเครื่องปั้นดินเผาโบราณ เครื่องประดับทองสัมฤทธิ์ และเครื่องมือต่างๆ กว่า 500 ชิ้นแก่รัฐบาลไทย เมื่อเดือน พ.ย. ปี 2557 รวมถึงยังส่งคืนโบราณวัตถุหายากอย่างพระพุทธรูปสมัยนครวัด, พระพุทธรูปนาคปรกสำริด, รูปปั้นพระศิวะ และรูปสลักหินทรายพระปรัชญาปารมิตา คืนให้รัฐบาลกัมพูชา หลังพบว่าถูกโจรกรรมและลอบนำเข้าสหรัฐฯอย่างผิดกฎหมาย

      เจ้าหน้าที่ของ HSI ประจำประเทศไทยที่ไม่ขอเอ่ยนามยังเผยด้วยว่า นอกจากการส่งมอบคืนวัตถุล้ำค่าที่ถูกขโมยกลับคืนสู่มาตุภูมิได้แล้ว สิ่งสำคัญอีกประการคือการสืบสวนหาต้นตอและเครือข่ายลักลอบค้าวัตถุโบราณ ที่นับว่าเป็นความท้าทาย

      อย่างยิ่ง เนื่องจากการโจรกรรมและลอบนำออกนอกประเทศส่วนใหญ่นั้นเกิดขึ้นในอดีตที่ล่วงเลยมานาน บางกรณีอาจกินเวลา 50 ปี ซึ่งการสืบหาผู้ร่วมขบวนการเป็นไปได้อย่างลำบากเนื่องจากอาจมรณาลาโลกไปแล้ว หรือไม่ก็ย้ายถิ่นฐานจนไม่อาจสืบพบเจอ

      อย่างไรก็ตามไม่ว่าสหรัฐฯจะสามารถ “คัม แบ็ก” ตามที่ประกาศกร้าว กู้อิทธิพลให้กลับมายิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก ได้หรือไม่ ยังเป็นสิ่งที่ต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดว่าจะเดินเกมต่อไปอย่างไร เพราะพี่ใหญ่ในภูมิภาคอย่างจีนที่แผ่ขยายอิทธิพลไปทั่วทั้งเอเชีย-แปซิฟิกอยู่ก่อนแล้ว คงไม่ยอมรามือง่ายๆ

      เชื่อว่าทุกชาติย่อมมีผลประโยชน์ของตนเป็นสำคัญ และแน่นอนว่า การกระทำย่อมสำคัญกว่าคำพูด.

      อมรดา พงศ์อุทัย

      อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

        วิดีโอแนะนำ

        มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน
        04:03

        มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน

        แท็กที่เกี่ยวข้อง

        ทับหลังปราสาทหนองหงส์ทับหลังปราสาทเขาโล้นความ​สัมพันธ์ไทย-สหรัฐสหรัฐไทยโจ ไบ​เดนอินโด-​แปซิฟิกอมรดา พงศ์อุทัย7 วันรอบโลก

        คุณอาจสนใจข่าวนี้

        thairath-logo

        ApplicationMy Thairath

        ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
        วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 เวลา 23:21 น.
        ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
        เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์