ผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลกแข่งกับเวลา พัฒนาวัคซีนรับเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน

ข่าว

    ผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลกแข่งกับเวลา พัฒนาวัคซีนรับเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน

    ไทยรัฐออนไลน์
    1 ธ.ค. 2564 08:00 น.
    SHARE

    ผู้ผลิตวัคซีนทั่วโลกแข่งกับเวลา พัฒนาวัคซีนรับเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน

    ไทยรัฐออนไลน์

    1 ธ.ค. 2564 08:00 น.
    • บริษัทผู้ผลิตยาชั้นนำของโลก ต่างเร่งแข่งกับเวลาเดินหน้าวิจัยและพัฒนาวัคซีนโควิด-19 รุ่นต่อไป เพื่อให้มีประสิทธิภาพเพียงพอรับมือกับเชื้อโควิดกลายพันธุ์ตัวใหม่ โอไมครอน ที่กำลังสร้างความกังวลให้กับคนทั่วโลก
    • ด้านบริษัทยักษ์ใหญ่อย่างไฟเซอร์ ระบุว่า วัคซีนตัวใหม่สำหรับเชื้อกลายพันธุ์จะพร้อมใน 100 วัน ขณะที่ไบโอเอ็นเทค แอสตราเซเนกา และจอห์นสันแอนด์จอนห์สัน ต่างอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้งานอยู่ต่อเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ โดยคาดว่าจะใช้เวลาราว 2-3 สัปดาห์จึงจะทราบผล
    • ความเคลื่อนไหวครั้งนี้มีขึ้นหลังจากองค์การอนามัยโลกออกมาประกาศตั้งชื่อเชื้อโควิดกลายพันธุ์สายพันธุ์ใหม่คือ โอไมครอน ที่พบในแอฟริกาใต้เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นเชื้อกลายพันธุ์ที่น่ากังวลเป็นสายพันธุ์ที่ 5 แล้ว

    บริษัทโนวาแวกซ์ ผู้ผลิตวัคซีนต้านโควิด-19 นับเป็นบริษัทแรกๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวทันทีหลังจากพบการอุบัติใหม่ของเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอน โดยประกาศว่าทางบริษัทกำลังวิจัยและพัฒนาวัคซีนรุ่นใหม่ให้สามารถรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนที่พบในแอฟริกาใต้ได้ โดยขณะนี้วัคซีนดังกล่าวพร้อมสำหรับขั้นตอนการทดลอง และขั้นตอนการผลิตภายในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า 

    โดยวัคซีนโควิด-19 ของโนวาแวกซ์ พัฒนาจากโปรตีนหนาม ซึ่งอยู่บนผิวของเชื้อไวรัส เมื่อเข้าสู่ร่างกายของมนุษย์ จะไม่ก่อให้เกิดโรค แต่จะกระตุ้นให้สร้างภูมิคุ้มกัน ตอนนี้ทีมงานของโนวาแวกซ์ทดลองพัฒนาโปรตีนหนาม ด้วยการถอดรหัสจากลำดับพันธุกรรมของเชื้อไวรัสโอไมครอน หรือ บี.1.1.529. ซึ่งหลังจากที่มีการประกาศข่าวดังกล่าว ก็ทำให้หุ้นของโนวาแวกซ์ปิดเพิ่มขึ้นเกือบ 9 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา

    โดยก่อนหน้านี้วัคซีนต้านโควิดของโนวาแวกซ์ได้รับการอนุมัติให้ใช้งานฉุกเฉินได้แล้วเมื่อต้นเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ในอินโดนีเซีย ตามมาด้วยฟิลิปปินส์ โดยขณะนี้กำลังรอการอนุมัติใช้งานจากทางการสหรัฐฯ ซึ่งน่าจะทราบผลภายในสิ้นปีนี้ นอกจากนี้ก็ยังอยู่ในระหว่างรอการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับยาแห่งสหภาพยุโรปและแคนาดาด้วย

    ด้านบริษัทไฟเซอร์สัญชาติอเมริกัน ระบุว่า วัคซีนรุ่นใหม่สำหรับรับมือกับเชื้อโอไมครอน จะเสร็จพร้อมใช้งานภายใน 100 วัน หากพบว่าเชื้อโอไมครอนต้านประสิทธิภาพของวัคซีนตัวเก่าได้

    ส่วนบริษัทไอโนวิโอ ฟาร์มาซูติคัล อิงค์ ของสหรัฐฯ ระบุว่า ทางบริษัทกำลังเดินหน้าทดลองวัคซีน INO-4800 วัคซีนแบบดีเอ็นเอ เพื่อประเมินประสิทธิภาพต่อเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่ โอไมครอน เช่นกัน คาดว่าน่าจะใช้เวลาในการทดสอบราว 2 สัปดาห์

    บริษัทผู้ผลิตวัคซีนโมเดอร์นา ยอมรับว่า เชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนมีส่วนสำคัญที่จะทำให้วัคซีนที่มีอยู่ลดประสิทธิภาพลง ซึ่งทางบริษัทกำลังเร่งมือทำงานทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่มีต่อเชื้อกลายพันธุ์ให้เร็วที่สุด และคาดว่าน่าจะทราบผลในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

    ส่วนวัคซีนจากค่ายแอสตราเซเนกา ระบุว่า ทางบริษัทกำลังเร่งทำความเข้าใจผลกระทบของเชื้อกลายพันธุ์โอไมครอนต่อวัคซีนที่มีอยู่ และกำลังทดลองการบำบัดรักษาด้วยภูมิคุ้มกันแบบผสมผสานต่อเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้ด้วย โดยมีการเก็บผลวิจัยในพื้นที่ที่พบการระบาดที่แรกคือ บอตสวานา และเอสวาตินี จึงถือเป็นการเก็บข้อมูลจริงเพื่อดูประสิทธิภาพของวัคซีนจากแอสตราเซเนกาในการใช้งานจริงต่อไวรัสกลายพันธุ์ตัวใหม่นี้ด้วย

    ขณะที่ผู้พัฒนาวัคซีนเจ้าอื่นอย่าง จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน ระบุว่า พวกเขากำลังอยู่ระหว่างการทดสอบประสิทธิภาพของวัคซีนที่ใช้งานอยู่ต่อเชื้อกลายพันธุ์ตัวใหม่

    ล่าสุดยังมีความเคลื่อนไหวจาก บริษัทซิโนแวค ผู้ผลิตวัคซีนรายใหญ่ของจีน ที่ระบุว่า บริษัทกำลังติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของโอไมครอนอย่างใกล้ชิด และรวบรวมข้อมูลและตัวอย่างของไวรัสกลายพันธุ์จากเครือข่ายทั่วโลก โดยกำลังศึกษาผลกระทบของโอไมครอนต่อวัคซีนเชื้อตาย และความจำเป็นในการพัฒนาวัคซีนพิเศษเพื่อต่อสู้กับโอไมครอนเป็นการเฉพาะโดยเร็วที่สุด

    ขณะที่ศูนย์วิจัยระบาดวิทยาและจุลชีววิทยาแห่งชาติกามาเลยาของรัสเซีย เปิดเผยว่า ทางศูนย์ฯ ได้เดินหน้าเริ่มพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 สปุตนิกรุ่นใหม่ ซึ่งถูกปรับปรุงให้สามารถป้องกันเชื้อไวรัสฯ ชนิดกลายพันธุ์ชื่อว่าโอไมครอนได้ โดยจะพร้อมเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงและผลิตภายใน 45 วันนี้ และคาดว่าวัคซีนดังกล่าวจะเข้าสู่ตลาดต่างประเทศเป็นวงกว้างได้ในช่วงต้นปีหน้า

    แม้ว่าขณะนี้นักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกจะยังคงอยู่ในระหว่างรวบรวมข้อมูลที่ชัดเจนถึงประสิทธิภาพวัคซีนที่มีอยู่เดิม ว่าจะยังมีประสิทธิภาพในการรับมือกับสายพันธุ์ใหม่ได้มากน้อยเพียงใด แต่บริษัทเวชภัณฑ์ทั่วโลกต่างต้องทำงานแข่งกับเวลา หรือต้องมองไปข้างหน้าเพื่อคิดค้นวัคซีนสูตรใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีกว่าเดิม เพื่อเป็นความหวังของมนุษยชาติในการต่อสู้กับไวรัสร้าย เพราะการกลายพันธุ์ยังคงมีต่อเนื่องตลอดเวลา โดยที่ไม่มีใครการันตีได้ว่าเชื้อตัวใหม่จะมีความรุนแรงกว่าเดิมอีกหรือไม่ ขณะที่ประชาชนคนทั่วไปก็ทำได้เพียงแค่ไปรับวัคซีนเพื่อเป็นเกราะป้องกันตัวเอง เพราะแม้ประสิทธิภาพของวัคซีนจะลดลง แต่ก็ไม่ได้ทำให้วัคซีนที่ฉีดเข้าไปสูญเปล่าเลยซะทีเดียว.

    ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน
      04:03

      มือมีด สุดเหิมเกริมจอดดักรอ ก่อนขี่สะกดรอยตาม จี้ชิงทรัพย์เด็กหน้าโรงเรียน

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      วัคซีนโควิดspecial contentโควิดสายพันธุ์ใหม่โควิดสายพันธุ์โอไมครอนโอไมครอนOmicronโควิด-19สายพันธุ์โควิดวัคซีนไฟเซอร์วัคซีนโมเดอร์นาวัคซีนแอสตราเซเนกาข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุดข่าวต่างประเทศวันนี้ต่างประเทศข่าวรอบโลกข่าวรอบโลกวันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันเสาร์ที่ 22 มกราคม 2565 เวลา 23:14 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์