สถานการณ์น้ำท่วมดินถล่มทางภาค ตต.ของแคนาดายังรุนแรง หลายพื้นที่ยังถูกตัดขาด มีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ สูญหาย 2 ราย เชื่อเป็นผลกระทบจากความเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.64 เว็บไซต์ข่าวบีบีซี รายงานว่า นายจอห์น ฮอร์แกน ผู้ว่าการรัฐบริติช โคลอมเบีย ทางภาคตะวันตกของแคนาดา ประกาศภาวะฉุกเฉิน เริ่มมีผลบังคับใช้เมื่อค่ำวันพุธ 17 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่องหลายวัน ทำให้เกิดน้ำท่วมดินถล่ม มีหลายพื้นที่ได้รับผลกระทบ รวมไปถึงเมืองแวนคูเวอร์ และมีรายงานผู้เสียชีวิต 1 ศพ สูญหายอีก 2 ราย ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยกำลังเร่งค้นหา

รองผู้บัญชาการกองทัพแคนาดา เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้ระดมกำลังทหารไปช่วยเหลือประชาชนหลายพันคนที่ยังติดค้างอยู่ในบ้านเรือน นับตั้งแต่เกิดพายุฝนถล่มเมื่อวันอาทิตย์ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนของประชาชน ถนนหลายสาย และทางรถไฟจมอยู่ใต้น้ำ หลายพื้นที่ถูกตัดขาด

รายงานข่าวระบุว่า ระดับน้ำในแม่น้ำซูมาสเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องเร่งอพยพประชาชนกว่า 1,100 ครัวเรือน ในเมืองแอ็บบอตสฟอร์ด ออกไปอยู่ในพื้นที่ปลอดภัย

...

ด้าน นายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ซึ่งอยู่ระหว่างเยือนสหรัฐฯ ได้สั่งให้ทุกฝ่ายพยายามทำทุกวิถีทางในการเร่งส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชนที่กำลังได้รับผลกระทบจากภัยธรรมชาติครั้งนี้

ขณะที่ ราเชล ไวท์ นักวิทยาศาสตร์ชั้นบรรยากาศ แห่งมหาวิทยาลัยบริติช โคลอมเบีย เปิดเผยว่า ผลกระทบร้ายแรงจากพายุที่เกิดขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่มนุษย์ทำให้สภาพอากาศเปลี่ยน เมื่อสภาพอากาศอบอุ่นขึ้น น้ำในมหาสมุทรมีอุณหภูมิสูงขึ้น เมื่อมีพายุฝน ความรุนแรงก็จะเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่นอย่างการตัดไม้ทำลายป่าและการเกิดไฟป่า ที่ทำให้เกิดดินถล่มรุนแรง.

ที่มา BBC