บริษัท ไฟเซอร์ ทำข้อตกลงอนุญาตให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ที่ให้มาตรฐาน ผลิตยาเม็ดรักษาโควิด-19 ให้แก่ประเทศที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง 95 ประเทศในราคาถูกแล้ว

เว็บไซต์ข่าว ซีเอ็นบีซี รายงานว่า ในวันอังคารที่ 16 พ.ย. 2564 บริษัท ไฟเซอร์ ผู้ผลิตยารายใหญ่ของสหรัฐฯ เปิดเผยว่า พวกเขาจะอนุญาตให้ผู้ผลิตรายอื่นๆ ผลิตยาเม็ดด้านไวรัสโควิด-19 รุ่นทดลองตัวล่าสุดของพวกเขา ส่งออกให้แก่ชาติที่มีรายได้น้อยถึงปานกลาง 95 ประเทศ ผ่านการทำข้อตกลงกับองค์กรสิทธิบัตรยาร่วม (Medicines Patent Pool : MPP)

ข้อตกลงให้สิทธิโดยสมัครใจระหว่างไฟเซอร์ กับ MPP ดังกล่าว จะทำให้ MPP สามารถออกใบอนุญาตให้ผู้ผลิตรายอื่นที่มีคุณสมบัติครบตามกำหนด สามารถผลิตยาเม็ดต้านไวรัสโควิด-19 ที่มีชื่อทางเทคนิคว่า ‘PF-07321332’ ซึ่งไฟเซอร์จะขายภายใต้ชื่อแบรนด์ ‘แพกซ์โลวิด’ ในเวอร์ชันของตัวเองได้

ก่อนหน้านี้ บริษัท ไฟเซอร์ เปิดเผยผลวิเคราะห์เบื้องต้นจากการทดสอบทางคลินิกว่า ยาแพกซ์โลวิดสามารถลดโอกาสที่ผู้ใหญ่ซึ่งมีความเสี่ยงป่วยหนักจากการติดเชื้อโควิด-19 จะต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล หรือเสียชีวิตลงถึง 89% โดยยาตัวนี้จะใช้ร่วมกับยาต้านไวรัสไวรัสเอชไอวี ‘ริโทนาเวียร์’ (ritonavir) ซึ่งมีใช้โดยทั่วไปอยู่แล้ว

ทั้งนี้ การทำข้อตกลงล่าสุดของไฟเซอร์ เกิดขึ้นไม่นานหลังจากบริษัทคู่แข่งอย่าง เมิร์ค (Merck) เพิ่งทำให้ข้อตกลงกับ MPP ให้สิทธิ์ผู้ผลิตรายอื่นผลิตยาเม็ดต้านโควิด ‘โมลนูพิราเวียร์’ แก่ประเทศยากจน

ขณะที่ 95 ประเทศซึ่งอยู่ภายใต้ข้อตกลงของไฟเซอร์ และ MPP มีประชากรรวมกันคิดเป็น 53% ของประชากรโลก รวมถึงประเทศที่มีรายได้น้อยและปานกลางค่อนไปทางต่ำ กับประเทศรายได้ปานกลางค่อนไปทางสูงบางแห่งในภูมิภาคแอฟริกาใต้ทะเลทรายซาฮารา และยังรวมประเทศที่เพิ่งยกระดับจากประเทศรายได้กลางน้อย เป็นกลางสูงในช่วง 5 ปีที่ผ่านมาด้วย

...

นอกจากนั้น ไฟเซอร์ยังตกลงไม่เก็บค่าลิขสิทธิ์การขายยา แพกซ์โลวิด ในทุกประเทศที่อยู่ภายใต้ข้อตกลง ตราบเท่าที่ไวรัสโควิด-19 ยังถูกองค์การอนามัยโลกจัดเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเทศในภูมิภาคอาเซียน มีเพียง 6 ประเทศที่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว ได้แก่ สปป.ลาว, เมียนมา, กัมพูชา, อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์ และเวียดนาม ไม่รวม สิงคโปร์, มาเลเซีย, บรูไน และไทย