ดัชนีหุ้นใหญ่ของสหรัฐฯ ลดลงในวันพุธ หลังจากตัวเลขอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งสูงสุดในรอบ 31 ปี กับแรงฉุดกลุ่มเทคโนโลยี
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 10 พ.ย. 2564 ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 240.04 จุด หรือราว 0.66% ปิดที่ 36,079.94 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับลง 38.54 จุด หรือราว 0.82% ปิดที่ 4,646.71 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก คอมโพสิต ดิ่งแรงที่ 263.84 จุด หรือราว 1.66% ปิดที่ 15,622.70 จุด
3 ดัชนีหุ้นใหญ่ของวอลล์สตรีทลดลงต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังจากไม่มีการเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่โดดเด่นเนื่องจากเป็นวันหยุดวันทหารผ่านศึกของสหรัฐฯ ขณะที่บริษัทที่ได้รับการจับตาอย่างใกล้ชิดอย่างเช่น ดิสนีย์ กลับมีผลรายได้และกำไรในไตรมาส 3 ที่น่าผิดหวัง เนื่องจากยอดสมัครเป็นสมาชิกบริการสตรีมมิง ดิสนีย์ พลัส โตช้ากว่าที่คาดเอาไว้
ขณะที่ดัชนีราคาผู้บริโภคของ สำนักงานสถิติแรงงาน (BLS) ซึ่งเป็นตัวชี้วัดอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ พุ่งขึ้นเป็น 6.2% ในเดือนตุลาคมเมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นแบบปีต่อปีที่มากที่สุดในรอบ 31 ปี บ่งชี้ว่า แรงกดดันด้านราคาอาจคงอยู่นานกว่าที่คิด และอยู่ในหลายภาคส่วน ทำให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ ระยะ 10 ปี เพิ่มขึ้นเป็น 1.56% ในช่วงปิดตลาด
ที่มา : yahoo