ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ลดลง เหตุนักลงทุนพักหายใจหลังจากวอลล์สตรีททำนิวไฮใหม่ติดต่อกันหลายวัน ขณะที่ความคาดหวังเรื่องผลประกอบการเริ่มลดลง

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 9 พ.ย. 2564 ในแดนลบ โดยดัชนีดาวโจนส์ ขยับลง 112.24 จุด หรือราว 0.31% ปิดที่ 36,319.98 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 16.45 จุด หรือราว 0.35% ปิดที่ 4,685.25 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก ร่วง 95.81 จุด หรือราว 0.60 % ปิดที่ 15,886.54 จุด

เอสแอนด์พี 500 ลดลงหลังทำนิวไฮต่อเนื่อง 8 วันติดต่อกัน โดยเมื่อวันจันทร์ก็เพิ่งปิดเกิน 4,700 จุดเป็นครั้งแรก ขณะที่ดาวโจนส์กับแนสแด็กที่ทำลายสถิติต่อเนื่องก็ลดลงเช่นกัน หลังหุ้นบริษัทเทสลาลดถึง 12% มากที่สุดนับตั้งแต่กันยายน 2563 หลังอีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท บอกใบ้ว่าเขาอาจขายหุ้นบางส่วนของตัวเอง

ตลอดช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนหุ้นต่างเคลื่อนไหวตามทิศทางเชิงบวกของทั้งผลประกอบการของบริษัทต่างๆ และรายงานเศรษฐกิจ ซึ่งมาพร้อมกับข่าวดีเรื่องยาเม็ดต้านไวรัสตัวใหม่ของบริษัท ไฟเซอร์ และการผ่านร่างกฎหมายพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 1.2 ล้านล้านดอลลาร์ ของสภาคองเกรสสหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่า ผลประกอบการไตรมาส 3 ของบริษัทของบริษัทต่างๆ ที่ช่วยสนับสนุนตลาดหุ้นสหรัฐฯ มาตลอด อาจจะผ่านจุดที่ดีที่สุดไปแล้ว โดยผลประกอบการที่เปิดเผยหลังปิดการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ออกมาแบบผสมผสาน เช่นบริษัทเกมอย่าง Roblox ทำผลงานดีเกินคาด แต่บริษัท PayPal หุ้นตกจากความผิดหวังในแนวโน้มผลประกอบการตลอดปี

ที่มา : yahoo