ย้อนดูคำเตือนของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ ที่เคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่ 10 ปีก่อน ให้ระวัง 'พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร กำลังเสี่ยงจมน้ำ ภายในปี ค.ศ. 2030'
เมื่อ 8 พ.ย.64 จากสถานการณ์น้ำทะเลหนุนสูงจนทำให้เกิดน้ำท่วมพื้นที่และถนนหลายสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา และอ่าวไทย ส่งผลให้ยานพาหนะขนาดเล็กสัญจรผ่านไม่ได้ ทำให้การจราจรกลายเป็น 'อัมพาต' ติดขัดอย่างหนัก จนก่อให้เกิดความเครียดและหวั่นวิตกอย่างมากนั้น ทำให้ต้องย้อนดูรายงานคำเตือนของบรรดาผู้เชี่ยวชาญที่สื่อต่างประเทศเคยคาดการณ์ไว้ตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนว่า ให้ระวัง 'พื้นที่บางส่วนของกรุงเทพมหานคร กำลังเสี่ยงจมน้ำ ภายในปี ค.ศ. 2030' หากรัฐบาลไทยยังไม่ดำเนินมาตรการเพื่อหาทางป้องกันหายนภัยนี้
เว็บไซต์เดอะ การ์เดียน สื่ออังกฤษรายงานไว้ตั้งแต่ปี 2554 หรือ 10 ปีที่แล้วว่า มีหลายปัจจัยที่จะทำให้กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทยอาจจะจมน้ำในปี 2030 หรือ พ.ศ.2573 ตามคำคาดการณ์ที่ดูมืดมนที่สุดของบรรดาผู้เชี่ยวชาญ (ซึ่งหากนับจากวันนี้ ปี 2564 ก็เหลือเวลาอีกเพียง 8 ปีกว่าเท่านั้น) ไม่ว่าจะเป็นปัจจัยเสี่ยงที่เกิดจากสภาพภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน น้ำแข็งขั้วโลก หรือบนเทือกเขาสูงละลายจนระดับน้ำทะเลสูงขึ้น
...
นอกจากนั้นสาเหตุที่ทำให้กรุงเทพฯ กำลังจมลง ยังรวมถึงปัจจัยเสี่ยงจากพื้นที่ชายฝั่งทะเลถูกกัดเซาะและดินเหนียวที่สะสมสูงขึ้นบริเวณชายฝั่ง ซึ่งปัจจัยเหล่านี้กำลังคุกคามกรุงเทพมหานคร เมืองใหญ่ที่ตั้งอยู่บนสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา หลังจากมีการก่อตั้งกรุงเทพฯ โดยพระมหากษัตริย์พระองค์แรกแห่งราชวงศ์จักรี ตั้งแต่ปี 2325 โดยพื้นที่ในกรุงเทพฯ จำนวนมากอยู่ในระดับต่ำกว่าระดับน้ำทะเล และพื้นดินก็กำลังทรุดลงไป 1.5-5 ซม.ต่อปี
ตามรายงานของ Asian Institute of Technology ระบุว่า ในช่วงเวลาระยะปานกลางจนถึงระยาว สิ่งปลูกสร้างกว่า 1 ล้านหลังในกรุงเทพฯ ซึ่ง 90% เป็นอาคารที่พักอาศัยจะอยู่ภายใต้ภัยคุกคามจากระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
ทั้งนี้ เดอะ การ์เดียน ได้ระบุว่า รายงานร่วมฉบับนี้ถูกตีพิมพ์โดยธนาคารโลก (World Bank) ธนาคารเพื่อการพัฒนาแห่งเอเชีย และสำนักงานความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น โดยชี้ให้เห็นถึงภัยคุกคามจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่ส่งผลกระทบต่อเมืองใหญ่ 3 เมืองของประเทศในอาเซียน ซึ่งได้แก่ กรุงเทพฯ เมืองหลวงของไทย, นครโฮจิมินห์ เมืองเศรษฐกิจของเวียดนามและกรุงมะนิลา เมืองหลวงของฟิลิปปินส์
ที่มา : The Guardian