โคลิน พาวเวลล์ อดีต รมต.ต่างประเทศ-ผู้พาสหรัฐฯ บุกอิรัก เสียชีวิตแล้ว

ข่าว

    โคลิน พาวเวลล์ อดีต รมต.ต่างประเทศ-ผู้พาสหรัฐฯ บุกอิรัก เสียชีวิตแล้ว

    ไทยรัฐออนไลน์
    19 ต.ค. 2564 00:36 น.
    SHARE

    โคลิน พาวเวลล์ อดีต รมต.ต่างประเทศ-ผู้พาสหรัฐฯ บุกอิรัก เสียชีวิตแล้ว

    ไทยรัฐออนไลน์

    19 ต.ค. 2564 00:36 น.

    พลเอก โคลิน พาวเวลล์ อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ผู้ได้รับความนิยมอย่างสูง แต่ประวัติด่างพร้อยเพราะพาสหรัฐฯ บุกอิรัก เสียชีวิตแล้วด้วยภาวะแทรกซ้อนจากเชื้อโควิด-19

    สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น รายงานว่า พลเอก โคลิน พาวเวลล์ ชาวผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ และตำแหน่งประธานเสนาธิการทหารร่วม ผู้ช่วยวางนโยบายต่างประเทศในช่วงปลายศตวรรษที่ 20 ถึงต้นศตวรรษที่ 21 เสียชีวิตแล้วเมื่อช่วงเช้าวันจันทร์ที่ 18 ต.ค. 2564 ด้วยภาวะแทรกซ้อนจากการติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ขณะมีอายุได้ 84 ปี

    ครอบครัวของพลเอกพาวเวลล์เปิดเผยข่าวร้ายดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊ก โดยย้ำว่า อดีตนักการทหารและรัฐบุรุษผู้นี้ได้รับวัคซีนครบ 2 โดสแล้ว อย่างไรก็ตาม เขาเคยได้รับการวินิจฉัยว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งไขกระดูก (multiple myeloma) ซึ่งกดภูมิคุ้มกันของร่างกาย ทำให้แม้ได้รับวัคซีนครบแล้ว เขาก็ยังมีความเสี่ยงต่อโควิด-19 สูงกว่าคนทั่วไป ขณะที่ไม่มีการเปิดเผยว่า นายพลพาวเวลล์ ได้รับวัคซีนเข็มที่ 3 เพื่อกระตุ้นภูมิคุ้มกันหรือไม่

    นายพลพาวเวลล์ รับใช้กองทัพสหรัฐฯ ตั้งแต่ช่วงต้นสงครามเวียดนาม (พ.ศ.2498-2518) ก่อนจะกลายเป็นชาวอเมริกันผิวสีคนแรกที่ได้รับตำแหน่งที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติในช่วงท้ายยุคการปกครองของประธานาธิบดี โรนัลด์ เรแกน และได้เป็นประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมที่อายุน้อยที่สุด ภายใต้การปกครองของประธานาธิบดี จอร์จ บุช ผู้พ่อ

    โคลิน พาวเวลล์ กับ จอร์จ บุช ผู้ลูก
    โคลิน พาวเวลล์ กับ จอร์จ บุช ผู้ลูก

    ภายหลังกองกำลังพันธมิตรนำโดยสหรัฐฯ ได้รับชัยชนะในสงครามอ่าวเปอร์เซีย (พ.ศ.2533-2534) ความนิยมของนายพลพาวเวลล์ก็พุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดจนได้รับการคาดหมายว่า เขาจะได้เป็นประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ชื่อเสียงของเขาต้องมัวหมองไปตลอดกาล หลังจากเขา ในฐานะรัฐมนตรีต่างประเทศของ จอร์จ บุช ผู้ลูก ยื่นข้อมูลข่าวกรองที่ไม่ถูกต้องต่อสหประชาชาติ เพื่อสนับสนุนให้ก่อสงครามอิรัก ซึ่งนายพาวเวลล์ยอมรับเองว่า เรื่องนี้เป็นจุดด่างพร้อยในประวัติของเขา

    อนึ่ง ถึงแม้ว่านายพลพาวเวลล์จะไม่เคยชิงตำแหน่งประธานาธิบดี แต่การสาบานตนรับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศของเขาในปี 2544 ก็ทำให้เขากลายเป็นข้าราชการผิวสีที่มีตำแหน่งสูงที่สุดของสหรัฐฯ ในยุคนั้น โดยเขากล่าวหลังจากวุฒิสภาลงมติรับรองตำแหน่งแก่เขาว่า “ผมคิดว่านี่เป็นการแสดงให้โลกเห็นถึงความเป็นไปได้ของประเทศนี้”

    แต่ในเวลาต่อมา พาวเวลล์เริ่มไม่เห็นด้วยกับแนวคิดฝ่ายขวาของพรรครีพับลิกัน และใช้อิทธิพลทางการเมืองของเขาช่วยฝั่งเดโมแครตให้ได้รับเลือกเข้าสู่ทำเนียบขาว และบุคคลสำคัญที่สุดคือ บารัค โอบามา ประธานาธิบดีผิวสีคนแรกของสหรัฐฯ ที่นายพาวเวลล์ออกมากล่าวสนับสนุนในช่วงสัปดาห์สุดท้ายของการเลือกตั้งปี 2551 ทำให้ความนิยมของโอบามาพุ่งขึ้นอย่างมาก

    โคลิน พาวเวลล์ กับ บารัค โอบามา
    โคลิน พาวเวลล์ กับ บารัค โอบามา

    ทั้งนี้ อดีตประธานาธิบดี จอร์จ บุช ผู้ลูก เป็นหนึ่งในบุคคลแรกๆ ที่ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อการเสียชีวิตของนายพลพาวเวลล์ โดยระบุว่า อดีตรัฐมนตรีต่างประเทศผู้นี้ เป็นข้าราชการที่ยิ่งใหญ่ ผู้เป็นที่นิยมชมชอบของประธานาธิบดีหลายต่อหลายคน จนเขาได้รับเหรียญแห่งอิสรภาพของประธานาธิบดี (Presidential Medal of Freedom) ถึง 2 ครั้ง เขาได้รับความเคารพอย่างสูงทั้งในและต่างประเทศ และที่สำคัญที่สุด เขาเป็นทั้งครอบครัวและเพื่อน

    ขณะที่ นางคอนโดลีซซา ไรซ์ ผู้มารับตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศต่อจากนายพาวเวลล์ และเป็นผู้หญิงผิวสีคนแรกที่ดำรงตำแหน่งดังกล่าว ออกมายกย่องนายพาวเวลล์ว่า เป็นผู้ยิ่งใหญ่อย่างแท้จริง ผู้ที่มีการอุทิศตนเพื่อประเทศชาติ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรื่องยิ่งใหญ่หลายๆ อย่างที่เขาทำตอนอยู่ในเครื่องแบบ หรือตอนอยู่ในรัฐบาล และ “มรดกมากมายของเขาจะคงอยู่สืบไปในตัวคนหนุ่มสาวมากมายที่อิทธิพลของเขาส่งไปถึง”.

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      โคลิน พาวเวลล์เสียชีวิตสงครามอิรักรัฐมนตรีต่างประเทศจอร์จ บุชมะเร็งไขกระดูกโควิด-19ภาวะแทรกซ้อนกองทัพรัฐบุรุษข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศวันนี้ข่าวต่างประเทศล่าสุด

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน 2564 เวลา 03:22 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์