ส่องศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ คึกคักตั้งแต่เปิดฤดูกาล

ข่าว

    ส่องศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ คึกคักตั้งแต่เปิดฤดูกาล

    ไทยรัฐออนไลน์
    11 ต.ค. 2564 09:26 น.
    SHARE

    ส่องศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ คึกคักตั้งแต่เปิดฤดูกาล

    ไทยรัฐออนไลน์

    11 ต.ค. 2564 09:26 น.
    • ฟิลิปปินส์เริ่มต้นฤดูกาลเลือกตั้ง เปิดให้มีการลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดี ก่อนที่จะมีการแข่งขันกันอย่างดุเดือดในเดือนพฤษภาคมปีหน้า เพื่อสรรหาคนที่จะมาดำรงตำแหน่งแทนประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่จะพ้นวาระ หลังบริหารประเทศมานาน 6 ปี  
    • ประธานาธิบดีดูเตร์เตประกาศวางมือทางการเมือง หลังจากที่มีการคาดการณ์ว่าเขาอาจจะลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดีในศึกเลือกตั้งครั้งนี้ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเขาไม่สามารถลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีได้เป็นสมัย 2 ตามรัฐธรรมนูญฟิลิปปินส์กำหนดให้ประธานาธิบดีอยู่ในตำแหน่งได้เพียงสมัยเดียว ด้วยวาระ 6 ปี 
    • ผลการหยั่งเสียงชาวฟิลิปปินส์ล่าสุดชี้ว่า ดูเตร์เต-คาร์ปิโอ บุตรสาวของประธานาธิบดีดูเตร์เต มีคะแนนนำมา แม้ว่าเธอจะไม่ได้ประกาศลงสมัคร ตามมาด้วยรองประธานาธิบดีเลนี โรเบรโด ผู้สมัครคนล่าสุด ที่เพิ่งออกมาประกาศตัวอย่างเป็นทางการว่าจะลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดี 

    ชาวฟิลิปปินส์ 63 ล้านคนจะได้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกประธานาธิบดีในวันที่ 9 พ.ค. ปีหน้า เพื่อสรรหาผู้นำคนใหม่มาแทนประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ที่กำลังจะหมดวาระลง แม้จะเหลือเวลาอีกหลายเดือน แต่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา บรรยากาศการเมืองในฟิลิปปินส์ส่อเค้าดุเดือดอย่างมาก 

    หลังผ่านเส้นตายลงทะเบียนรับสมัครไปเมื่อวันที่ 8 ต.ค. ปรากฏว่ามีผู้สมัครลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีอย่างน้อย 50 คน รวมไปถึง นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ "บองบอง" บุตรชายอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส "แมนนี ปาเกียว" อดีตนักชกขวัญใจประชาชน "เลนี โรเบรโด" รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ "อิสโก โมเรโน" นายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา และ "แพนฟิโล แลคสัน" อดีตผู้บัญชาการตำรวจ  

    ขณะที่กว่าครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง เป็นกลุ่มคนอายุต่ำกว่า 40 ปี ซึ่งประเด็นที่คนกลุ่มนี้ให้ความสำคัญคือ ยุติการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ผ่านงบประมาณเยียวยาโควิดอย่างเร่งด่วน และเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการแก้ปัญหาขัดแย้งที่มีมายาวนานกับจีนแผ่นดินใหญ่

    จับตาลูกสาวดูเตร์เตกลับลำ

    สำหรับ นางซารา ดูเตร์เต-คาร์ปิโอ บุตรสาวของประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต ประกาศชัดว่าเธอจะไม่ลงสมัคร แต่จะลงชิงเก้าอี้นายกเทศมนตรีเมืองดาเวา เป็นสมัยที่ 3 และเป็นสมัยสุดท้าย เป็นการดับฝันของกลุ่มผู้สนับสนุนที่ออกมาเชียร์ให้เธอลงสมัคร ขณะที่ผู้สมัครจะสามารถถอนตัวได้จนถึงวันที่ 15 พฤศจิกายน

    นับเป็นที่น่าเสียดาย เพราะก่อนหน้านี้ผลการสำรวจความคิดเห็นของชาวฟิลิปปินส์ 7 เดือนก่อนถึงวันเลือกตั้ง จัดทำโดยสำนักโพล Pulse Asia พบว่า นางซารา ดูเตร์เต-คาร์ปิโอ จะมีคะแนนนำ หากว่าเธอประกาศลงชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีอย่างเป็นทางการ

    อย่างไรก็ตาม หลายฝ่ายกำลังจับตาว่า เธออาจใช้ช่องโหว่ของกติกาแบบที่บิดาของเธอเคยทำ ด้วยการลงสมัครแทนคนอื่นในนาทีสุดท้าย และหลายคนเชื่อว่าเธอน่าจะทำแน่ เพราะกำลังถูกกดดันให้ต้องรักษาอำนาจไว้เพื่อปกป้องบิดาด้วยเอกสิทธิ์ทางการเมืองในอนาคต เนื่องจากศาลอาญาระหว่างประเทศกำลังไต่สวนกรณีการสังหารหมู่ภายใต้นโยบายปราบปรามยาเสพติดของประธานาธิบดีดูเตร์เต   

    ทายาทตระกูลมาร์กอส

    การเลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์รอบนี้ส่อแววคึกคักขึ้นมาทันที เมื่อ นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ หรือ "บองบอง" บุตรชายอดีตผู้นำเผด็จการเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส ประกาศว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดี หลายฝ่ายต่างจับตาว่าทายาทเผด็จการ ความพยายามหวนคืนสู่อำนาจของตระกูลมาร์กอสจะสำเร็จในครั้งนี้หรือไม่

    บองบอง วัย 64 ปี เป็นอดีตสมาชิกวุฒิสภา เคยลงสมัครชิงตำแหน่งรองประธานาธิบดี เมื่อปี 2559 แต่ประสบความพ่ายแพ้จนนำไปสู่การต่อสู้คดีในศาล บุคคลที่เขาต้องปราชัยให้ในครั้งนั้นก็คือ นางเลนี โรเบรโด รองประธานาธิบดีคนปัจจุบันของฟิลิปปินส์ ที่เพิ่งประกาศลงชิงตำแหน่งประธานาธิบดีด้วยเช่นกัน  

    ชาวฟิลิปปินส์จำนวนมากยังคงไม่ลืมความโหดร้ายของกฎอัยการศึก 9 ปี ของอดีตประธานาธิบดีมาร์กอส ที่ประกาศใช้กวาดล้าง จับกุมฝ่ายตรงข้ามทางการเมือง ในช่วงทศวรรษ 70 หลังจากระบอบมาร์กอสถูกโค่นล้มลง หลังตระกูลมาร์กอสที่ลี้ภัยไปอยู่ในฮาวายได้กลับมาฟิลิปปินส์เมื่อปี 2534 บองบองได้ดำรงตำแหน่งผู้ว่าราชการ สมาชิกสภาคองเกรสและสมาชิกวุฒิสภา หลายทศวรรษที่ผ่านมาสมาชิกตระกูลมาร์กอสได้พยายามกอบกู้ภาพลักษณ์ พยายามกลับเข้าสู่เส้นทางการเมืองของฟิลิปปินส์ ท่ามกลางข้อกล่าวหาละเมิดสิทธิมนุษยชน และทุจริตเงินหลายพันล้านดอลลาร์อันเป็นสาเหตุให้ประชาชนโกรธแค้นพากันลุกฮือขึ้นมาโค่นล้ม

    "แพนฟิโล แลคสัน" อดีตผู้บัญชาการตำรวจ

    แพนฟิโล แลคสัน หรือ "ปิง" วัย 73 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งวุฒิสมาชิก เคยลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีมาแล้วเมื่อปี 2547 เขาเป็นที่รู้จักในฐานะอดีตผู้บัญชาการตำรวจ ผู้ประกาศว่าจะเข้าสู่ทำเนียบมาลากันยังด้วยนโยบายการปราบคอร์รัปชัน อาชญากรรมและปราบปรามยาเสพติด

    ขณะที่หลายฝ่ายกังวลว่า นโยบายปราบปรามยาเสพติดของปิง ดูแล้วคล้ายกับนโยบายของดูเตร์เตเมื่อปี 2559 แต่เขาบอกว่ามันจะมีความต่างออกไปอย่างแน่นอน ซึ่งก็ต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า ชาวฟิลิปปินส์ที่เหนื่อยหน่ายเหลือเกินกับปัญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐบาลดูเตร์เต จะสนใจเรื่องการปราบปรามยาเสพติดอีกหรือไม่

    "อิสโก โมเรโน" คนสู้ชีวิต

    นายฟรานซิสโก โดมากาโซ หรือ "อิสโก โมเรโน" นายกเทศมนตรีกรุงมะนิลา วัย 46 ปี ผู้ประกาศตัวมาเป็น ประธานาธิบดีผู้เยียวยาทุกสิ่ง จากเด็กสลัม เก็บขยะและเศษอาหารมากินประทังชีวิต สู่เส้นทางบันเทิงเป็นพระเอกหนัง และกลายเป็นนักการเมืองเต็มตัว เขาบอกว่าหากได้เข้ามาเป็นประธานาธิบดี เขาจะคงไว้ซึ่งนโยบายด้านโครงสร้างพื้นฐานของดูเตร์เต และจะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดโดยไม่ให้มีใครเสียเลือดเนื้อ 

    "แมนนี ปาเกียว" ลงสังเวียนการเมืองเต็มตัว 

    เราทราบกันดีแล้วว่า ปาเกียว วัย 42 ปี มีอาชีพคู่ขนานเป็นนักการเมือง ดำรงตำแหน่งสมาชิกวุฒิสภาฟิลิปปินส์ สังกัดพรรคพลังประชาธิปไตยประชาชนฟิลิปปินส์ หรือ PDP-Laban ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลในปัจจุบัน แต่ล่าสุดเขาได้ประกาศแขวนนวมและลงสู่สังเวียนการเมืองเต็มตัว

    ปาเกียว ประกาศนโยบายขุดรากถอนโคนปัญหาคอร์รัปชัน และแก้ปัญหาปากท้องของประชาชน ขณะที่แผนกลยุทธ์ดึงกลุ่มฐานเสียงที่เคยเชียร์มวย มากาคะแนนให้เขา ก็อาจจะยังได้ผลเหมือนที่เขาเคยใช้มาแล้วตอนสมัยลงสมัครสมาชิกสภาคองเกรสและสมาชิกวุฒิสภา 

    อย่างไรก็ตาม ปาเกียว ลงทะเบียนภายใต้พรรค PROMDI พรรคการเมืองท้องถิ่นในจังหวัดเซบู ทั้งที่ยังดำรงตำแหน่งประธานพรรค PDP-Laban ซึ่งคณะกรรมการการเลือกตั้งจะพิจารณาเรื่องนี้ในสัปดาห์หน้าว่าจะสามารถทำได้หรือไม่  

    "เลนี โรเบรโด" รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์

    ที่ฮือฮาไม่น้อยคือข่าวการประกาศลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดีของ นางเลนี โรเบรโด วัย 56 ปี รองประธานาธิบดีฟิลิปปินส์คนปัจจุบัน เธอเป็นทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและเป็นผู้นำฝ่ายค้านที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีดูเตร์เต โดยเฉพาะการทำสงครามปราบปรามยาเสพติด

    การลงสมัครของโรเบรโดเป็นที่คาดหมายของหลายฝ่าย ซึ่งมองว่า แม้เธอจะมีความเห็นด้านนโยบายบางเรื่องที่ไม่สอดคล้องกับประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตร์เต โดยเฉพาะประเด็นสงครามยาเสพติด อย่างไรก็ตาม หากได้รับการเลือกตั้ง โรเบรโดน่าจะสานต่อนโยบายของผู้นำฟิลิปปินส์ได้ดี ในด้านการบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และการฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    สำหรับหนึ่งในคู่แข่งคนสำคัญสำหรับโรเบรโด น่าจะเป็น นายเฟอร์ดินานด์ มาร์กอส จูเนียร์ โดยทั้งสองคนเคยขับเคี่ยวกันเพื่อชิงชัยตำแหน่งรองประธานาธิบดี ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2559 และโรเบรโดเฉือนชนะ มาร์กอส จูเนียร์ ไปด้วยคะแนน 35.11% ต่อ 34.47%.

    ผู้เขียน : เพ็ญโสภา สุคนธรักษ์

    ข้อมูล : RapplerSCMPAljazeera

     

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      วิดีโอแนะนำ

      คลิปนาที ภูเขาไฟใต้ทะเลตองกา ระเบิดรุนแรง สึนามิซัดฝั่ง เตือนอพยพหลายประเทศ
      03:46

      คลิปนาที ภูเขาไฟใต้ทะเลตองกา ระเบิดรุนแรง สึนามิซัดฝั่ง เตือนอพยพหลายประเทศ

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฟิลิปปินส์เลือกตั้งประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ดูเตร์เตมาร์กอสเลือกตั้งฟิลิปปินส์special contentข่าวต่างประเทศข่าวต่างประเทศล่าสุดข่าวต่างประเทศวันนี้

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      วันอาทิตย์ที่ 16 มกราคม 2565 เวลา 03:50 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์