“คิชิดะ” ผู้นำใหม่ แดนอาทิตย์อุทัย

ข่าว

    “คิชิดะ” ผู้นำใหม่ แดนอาทิตย์อุทัย

    วีรพจน์ อินทรพันธ์
    3 ต.ค. 2564 06:11 น.
    SHARE

    “คิชิดะ” ผู้นำใหม่ แดนอาทิตย์อุทัย

    วีรพจน์ อินทรพันธ์

    3 ต.ค. 2564 06:11 น.

    ในช่วงเวลาระหว่างปี 2549–2554 บรรยากาศการเมืองของญี่ปุ่น เรียกได้ว่าคึกคักถึงขีดสุด เพราะ ว่ามีการเปลี่ยนตัว “นายกรัฐมนตรี” ถึง 6 คน หรือปีละ 1 คน

    จากชินโสะ อาเบะ เปลี่ยนเป็นยาสุโอะ ฟุคุดะ เปลี่ยนเป็นทาโร อาโสะ เปลี่ยนเป็นยูกิโอะ ฮาโตยามะ เปลี่ยนเป็นนาโอโตะ คัง เปลี่ยนเป็นโยชิฮิโกะ โนดะ ก่อนวนกลับมาที่ “ชินโสะ อาเบะ” อีกครั้ง ซึ่งรอบนี้ อาเบะ-ซัง ดำรงตำแหน่งนานที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองญี่ปุ่น ระหว่างปี 2555-2563 เป็นนายกฯอยู่ 8 ปี

    อย่างไรก็ตาม บรรยากาศเก่าๆก็กลับมาอีกครั้ง ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แดนอาทิตย์อุทัยได้มีการผลัดเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีอย่างรวดเร็ว ทายาทตระกูลการเมืองชินโสะ อาเบะ ประกาศวางมือด้วยเหตุผลสุขภาพ โดยมีดีลเมกเกอร์ “โยชิฮิเดะ ซูกะ” มารับช่วงต่อผู้นำ

    แต่จากปัญหารุมเร้า และอุปสรรคของโควิด ที่ทำให้คะแนนนิยมทิ้งดิ่ง จึงทำให้พรรครัฐบาล LDP มีการปรับกลยุทธ์ใหม่ก่อนการเลือกตั้งภายในเดือน พ.ย. นี้ ลงมติโหวตภายในชู ฟูมิโอะ คิชิดะ มือประสานต่างประเทศ เป็นหัวหน้าพรรค ก่อนให้สภาไดเอทโหวตรับรองเป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ในวันที่ 4 ต.ค.

    สำหรับความเป็นมาของผู้นำใหม่ญี่ปุ่นคนนี้ สื่อท้องถิ่นรายงานว่า คิชิดะ-ซัง วัย 64 ปี เติบโตมาจากตระกูลนักการเมือง มีคุณปู่และคุณพ่อเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เข้ารับการศึกษาระดับชั้นประถม ที่นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ขณะที่ระดับมหาวิทยาลัย จบการศึกษาจากคณะนิติศาสตร์ ม.วาเซดะ ซึ่งระหว่างเรียนมหาวิทยาลัย มีความสัมพันธ์สนิทสนมกันดีกับทาเคชิ อิวายะ อดีต รมว.กลาโหมในสมัยรัฐบาลอาเบะ

    เริ่มชีวิตการทำงานในวงการธนาคารเครดิตการเงิน ก่อนผันตัวมาเป็นเลขาสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และขยับขั้นเป็น ส.ส.ในที่สุดเมื่อปี 2536 จนกระทั่งในปี 2555 สมัยรัฐบาลอาเบะ คิชิดะ-ซัง จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และดำรงตำแหน่งอยู่ 5 ปี ซึ่งถือเป็น รมว.ต่างประเทศญี่ปุ่น ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุด นับตั้งแต่สิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 และมีผลงานชิ้นโบแดง เชิญบารัค โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาร่วมพิธีไว้อาลัยเหยื่อระเบิดปรมาณู ที่สวนสันติภาพจังหวัดฮิโรชิมาเมื่อปี 2559

    แม้จะเป็นคนวางตัวดี กิริยามารยาทเรียบร้อย ใช้คำพูดที่หลีกเลี่ยงการสื่ออารมณ์ แต่ก็มีอีกมุมซ่อนอยู่เช่นกัน หลังเคยสร้างวีรกรรม “ท้าดวลสุรา” ชนวอดก้าและสาเก กับดมิทรี เมดเวเดฟ รมว.ต่างประเทศรัสเซีย ซึ่งตรงข้ามกับนายกฯอาเบะ และนายกฯซูกะ ที่ไม่ชอบดื่มเลย

    ด้านนโยบาย คิชิดะ–ซัง ประกาศจะกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยงบระดับล้านล้านเยน โดยมุ่งเน้นไปที่การช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และฟื้นฟูอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว เล็งการลงทุนด้านพลังงาน และสนับสนุนการกลับมาใช้โรงไฟฟ้าพลังงานนิวเคลียร์ ที่หยุดชะงักไปหลังเกิดภัยพิบัติกัมมันตภาพรังสีรั่วไหล จากโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ จ.ฟูกูชิมะ

    ส่วนกิจการต่างประเทศ มีแนวโน้มว่ารัฐบาลคิชิดะจะดำเนินรอยตามผู้นำคนก่อนๆ ไม่ว่าการผลักดันความร่วมมือจตุภาคี “ควอด” สหรัฐฯ–อินเดีย–ญี่ปุ่น–ออสเตรเลีย ยกระดับขีดความสามารถของกองกำลังป้องกันตนเองญี่ปุ่น ที่อาจรวมถึงการพัฒนาขีปนาวุธพิสัยไกล หรือพัฒนาเรือดำน้ำพลังงานนิวเคลียร์ หวังป้องปรามอิทธิพลของจีนในทะเลจีนตะวันออกและทะเลจีนใต้ ทั้งอาจมีการพิจารณาเข้าร่วมภาคีข่าวกรอง “ไฟฟ์ อายส์” แชร์ข้อมูลความมั่นคง 5 ชาติ สหรัฐฯ–อังกฤษ–แคนาดา–ออสเตรเลีย–นิวซีแลนด์

    กระนั้น คิชิดะ-ซัง เน้นย้ำมาตลอดด้วยว่า การรักษาความสัมพันธ์กับจีน ถือเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างยิ่งยวด ในฐานะที่ประเทศจีนถือเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น

    นักวิเคราะห์บางส่วนมองว่า นายกรัฐมนตรีคิชิดะมีความเป็น

    สายกลาง รับฟังหลายฝ่าย จึงอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่เด็ดขาด และอาจถูกกลุ่มอิทธิพลทางการเมืองในพรรครัฐบาล LDP โน้มน้าวในด้านนโยบายต่างๆก็เป็นได้ โดยเฉพาะจากกลุ่มการเมืองสายเหยี่ยว ที่ต้องการยกระดับนโยบายความมั่นคงของญี่ปุ่น รวมถึงกลุ่มที่ต่อต้านการปฏิรูปเพื่อความเท่าเทียมทางเพศ สวนกระแสสังคมที่ต้องการให้สตรีมีสิทธิมีเสียงมากกว่าเดิม

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเกิดขึ้น รัฐบาลคิชิดะจะต้องมีการยุบสภาในช่วงเดือน ต.ค. นี้ เพื่อเตรียมจัดการเลือกตั้งใหญ่ทั่วประเทศตามกำหนดการเดือน พ.ย. ซึ่งน่าสนใจว่า พรรครัฐบาล LDP จะสูญเสียที่นั่งในสภามากน้อยแค่ไหน หรือถึงขั้นแพ้เลือกตั้งหรือไม่ หลังกลุ่มพรรคฝ่ายค้านนำโดยพรรค CDP และพรรคคอมมิวนิสต์ญี่ปุ่น ตกลงที่จะไม่ส่งผู้สมัครลงแข่งในเขตเดียวกัน เพื่อป้องกันการถูกแบ่งคะแนนเสียง ขณะที่รัฐบาลเองก็ถือว่ามีคะแนนติดลบอยู่เรื่องการรับมือสถานการณ์ไวรัส

    คิชิดะ–ซัง จะกลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดำรงตำแหน่งได้ไม่กี่เดือน หรือจะได้สิทธิไปต่อ ต้องมาดูกันครับ เรื่องนี้ไม่ควรพลาด.

    วีรพจน์ อินทรพันธ์

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      ฟูมิโอะ คิชิดะนายกรัฐมนตรีนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นนายกญี่ปุ่นนายกญี่ปุ่นคนใหม่วีรพจน์ อินทรพันธ์7 วันรอบโลก

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันอังคารที่ 19 ตุลาคม 2564 เวลา 07:24 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์