ออสเตรเลียเดินหน้าเปิดพรมแดน ท่ามกลางเสียงค้านรัฐบาลรับโควิดเข้าประเทศ

ข่าว

ออสเตรเลียเดินหน้าเปิดพรมแดน ท่ามกลางเสียงค้านรัฐบาลรับโควิดเข้าประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์
21 ก.ย. 2564 11:05 น.
SHARE

ออสเตรเลียเดินหน้าเปิดพรมแดน ท่ามกลางเสียงค้านรัฐบาลรับโควิดเข้าประเทศ

ไทยรัฐออนไลน์

21 ก.ย. 2564 11:05 น.
  • ออสเตรเลียวางแผนเปิดประเทศ 4 เฟส ก้าวไปทีละขั้น พร้อมเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชน ขณะที่ตัวเลขผู้ป่วยในนครซิดนีย์เริ่มลดลง เตรียมใช้ชีวิตร่วมกับโควิด
  • นายกฯ ออสเตรเลียประกาศจะเปิดประเทศต่อเมื่อประชาชนชาวออสเตรเลียได้รับวัคซีนโควิด 80 เปอร์เซ็นต์ รัฐมนตรีชี้ต้องยอมรับความจริงว่าอาจไม่สามารถทำให้ตัวเลขผู้ป่วยเป็นศูนย์ได้
  • รัฐที่มีผู้ป่วยน้อย ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดพรมแดนไปพร้อมๆ กับรัฐที่มีตัวเลขผู้ป่วยเฉียดพัน กล่าวหานายกฯ เดินหน้าเปิดทางรับโควิดเข้าประเทศ

ออสเตรเลีย หนึ่งในประเทศกลุ่มแรกที่ได้ปิดพรมแดนป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่เริ่มมีรายงานการแพร่ระบาดในช่วงแรก โดยอนุญาตให้พลเมืองออสเตรเลีย ผู้มีถิ่นพำนักถาวร และผู้ที่ได้รับการยกเว้น เดินทางเข้าประเทศเท่านั้น ซึ่งถึงแม้ว่าการปิดพรมแดนจะช่วยให้ออสเตรเลียมีตัวเลขผู้ป่วยไม่สูงมากนักเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ทั่วโลก แม้จะยังพบโควิดระบาดในชุมชนเมืองใหญ่ก็ตาม แต่การปิดพรมแดนนาน 18 เดือนนั้นก็แลกมากับนักท่องเที่ยวและนักเรียนต่างชาติที่หายไป รวมถึงอุตสาหกรรมการบินที่กลายเป็นอัมพาต ส่วนการล็อกดาวน์ภายในประเทศก็ยังกระทบธุรกิจรายย่อยอย่างแสนสาหัส

ในช่วงที่สถานการณ์โควิดเริ่มบรรเทา รัฐบาลออสเตรเลียได้วางแผนที่จะเปิดพรมแดน โดยหนทางการเปิดรับนักเดินทางอีกครั้งเป็นไปอย่างรัดกุมแบ่งเป็น 4 เฟส ร่วมกับการใช้วัคซีนพาสปอร์ต เร่งฉีดวัคซีนให้คนในประเทศ รวมถึงการนำร่องให้นักท่องเที่ยวกักตัวในที่พักอาศัย แต่ประเทศที่มีขนาดใหญ่ ประกอบไปด้วย 6 รัฐ ต้องเผชิญกับปัญหาของรัฐบาลท้องถิ่นของแต่ละรัฐที่มีความเห็นไม่ตรงกันในแผนการเปิดประเทศ และยังมีประชาชนออกมาเดินประท้วงต่อต้านการล็อกดาวน์กลางเมือง

ส่วนรัฐที่มีผู้ป่วยน้อยหรือแทบเป็นศูนย์ ไม่เห็นด้วยที่จะเปิดพรมแดนไปพร้อมๆ กับรัฐที่มีตัวเลขผู้ป่วยเฉียดพัน กล่าวหานายกฯ เดินหน้าเปิดทางรับโควิดเข้าประเทศ

ฉีดวัคซีนไม่ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ ไม่เปิดประเทศ

นายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ได้ประกาศขั้นตอนการเปิดประเทศ 4 ขั้น ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การที่ประชาชนชาวออสเตรเลียต้องได้รับการฉีดวัคซีนแตะ 80 เปอร์เซ็นต์ ก่อนที่จะสามารถเปิดพรมแดนได้

ออสเตรเลียเป็นประเทศพัฒนาแล้ว ที่นับว่าควบคุมโรคโควิด-19 ได้ดีกว่าประเทศอื่นๆ โดยมียอดผู้ป่วยสะสมราว 34,000 ราย และเสียชีวิต 94 ศพ โดยการใช้วิธีล็อกดาวน์เมืองอย่างรวดเร็วหลังพบผู้ป่วย บวกกับมาตรการป้องกันโควิดที่รัดกุม แต่ถึงแม้จะสามารถป้องกันโควิดได้ดี แต่อัตราการฉีดวัคซีนก่อนหน้านี้ยังถือว่าล่าช้าเมื่อเทียบกับประเทศกลุ่มพัฒนาแล้วอื่นๆ โดยมีผู้ได้รับวัคซีนครบสองโดสราว 18 เปอร์เซ็นต์ของจำนวนประชากร

ส่วนนายมอร์ริสัน นายกฯ ออสเตรเลีย เชื่อมั่นว่าออสเตรเลียจะเข้าสู่เฟสบี ซึ่งเป็นเฟสที่ประชากรได้รับวัคซีนครบ 70 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปีนี้ ในเฟสนี้จะมีการผ่อนปรนมาตรการเดินทางเข้าประเทศ เช่น การอนุญาตให้ผู้ถือวีซ่านักเรียนเข้าประเทศได้ รวมถึงการเตรียมฉีดวัคซีนบูสเตอร์ภายในประเทศ

ถัดมาเป็นเฟสซี ซึ่งออสเตรเลียจะเข้าสู่เฟสนี้เมื่อประชาชนได้รับวัคซีน 80 เปอร์เซ็นต์ โดยจะมีการยกเลิกมาตรการควบคุมการเดินทางขาออกของชาวออสเตรเลีย และผ่อนปรนมาตรการเดินทางเข้าประเทศเพิ่มเติม ทยอยเปิดรับนักเดินทางจากประเทศเสี่ยงต่ำ ส่วนพลเมืองที่ฉีดวัคซีนแล้วจะได้รับการยกเว้นจากข้อบังคับต่างๆ นอกจากนี้ยังขยายโครงการทราเวล บับเบิล กับประเทศสิงคโปร์ นิวซีแลนด์ และประเทศในหมู่เกาะแปซิฟิกด้วย

สุดท้ายคือ เฟสดี หรือเรียกว่าเป็นแผนการใช้ชีวิตหลังประชาชนได้รับการฉีดวัคซีนถึงเป้าแล้ว โดยจะมีการกักตัวผู้เดินทางจากประเทศกลุ่มเสี่ยง และเปิดรับนักเดินทางที่ได้รับวัคซีนครบโดสโดยไม่ต้องกักตัว และปรับตัวใช้ชีวิตร่วมกับโรคโควิด-19 เช่นเดียวกับไข้หวัดใหญ่ รวมถึงฉีดวัคซีนบูสเตอร์

แต่ละรัฐความเห็นแตกเป็นหลายฝ่าย

ในขณะที่รัฐบาลออสเตรเลียมีแผนการเปิดประเทศอย่างที่กล่าวไปข้างต้น แต่รัฐต่างๆ ของออสเตรเลียไม่ได้เห็นด้วยกับแผนการดังกล่าวไปเสียหมด ขณะที่นครซิดนีย์ต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคโควิด ส่วนรัฐวิกตอเรียมีแนวโน้มขยายมาตรการล็อกดาวน์ รัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย และรัฐควีนส์แลนด์ ไม่เห็นด้วยกับแผนการเปิดประเทศเป็นหนึ่งเดียวของรัฐบาล บางส่วนมองว่าแผนการดังกล่าวถูกคิดขึ้นมาก่อนที่ออสเตรเลียจะเข้าสู่การแพร่ระบาดระลอกที่สาม และการใช้แผนการเดียวกันทั่วประเทศ ทั้งในรัฐที่มีผู้ป่วยทะลุ 900 กับรัฐที่มีผู้ป่วยแทบเป็นศูนย์นั้น ถูกมองว่าไม่สมเหตุสมผลเท่าไรนัก

รัฐนิวเซาท์เวลส์และรัฐวิกตอเรีย มีแนวทางที่คล้ายกันในการอยู่ร่วมกับโควิด-19 แต่รัฐควีนส์แลนด์ยังคงไม่เปิดพรมแดนของรัฐ และยึดกฎโควิดเป็นศูนย์ ส่วนนายมาร์ก แมคโกแวน ผู้ว่าการรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย แสดงจุดยืนต่อต้านแผนการเปิดประเทศของนายสกอตต์ มอร์ริสัน นายกรัฐมนตรีออสเตรเลียอย่างเปิดเผย และได้กล่าวหาว่านายมอร์ริสันนั้นเดินหน้าแผนการที่จะทำให้โรคโควิดหลุดรอดเข้ามาในประเทศ 

ทุกรัฐรวมเป็นหนึ่ง ร่วมหาทางออกโควิด

ท่ามกลางเสียงคัดค้านแผนการเปิดประเทศของรัฐบาล นายมอร์ริสันระบุว่า ถึงแม้แต่ละรัฐจะมีความเห็นที่แตกต่าง แต่ทุกรัฐมีจุดมุ่งหมายเดียวกัน ส่วนนายจอช ฟรายเดนเบิร์ก รัฐมนตรีการคลังของออสเตรเลีย ได้พยายามโปรโมตแผนการเดินหน้าเปิดประเทศของรัฐบาล และวอนให้ประชาชนยอมรับความจริงว่าการทำให้ตัวเลขผู้ติดเชื้อเป็นศูนย์นั้นเป็นไปได้ยาก ซึ่งทางออกคือการอยู่ร่วมกับไวรัส โดยระบุว่า "ความเป็นจริงคือเราต้องอยู่ร่วมกับไวรัส...เราไม่สามารถกำจัดมันไปได้ และออสเตรเลียควรเปิดประเทศอย่างเป็นหนึ่งเดียว"

ในขณะเดียวกันถึงแม้ว่าตัวเลขผู้ป่วยในซิดนีย์จะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่สำหรับรัฐที่มีตัวเลขโควิดเป็นศูนย์ หากให้ทำตามแผนเปิดประเทศของรัฐบาลออสเตรเลียทยอยเปิดรับนักเดินทาง ทั้งๆ ที่มีความเสี่ยงเกิดการแพร่ระบาด การตัดสินใจทยอยเปิดรับนักเดินทางอีกครั้งตามแผนของรัฐบาล ก็คงเป็นการตัดสินใจที่ยากลำบากไม่น้อย.

ผู้เขียน: นัฐชา กิจโมกข์ (Nattachar K.)

ที่มา: Reuters, Reuters, ABC

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    วิดีโอแนะนำ

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน
    05:32

    รถเก๋ง Vs รถเมล์หัวร้อน ปาดซ้าย-ขวา ขับจี้ท้ายให้หลบ ก่อนจอดลงมาทะเลาะวิวาทกันกลางถนน


    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    วันอาทิตย์ที่ 29 พฤษภาคม 2565 เวลา 02:06 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์