ต้องฟังที่ญี่ปุ่นเตือน

ข่าว

ต้องฟังที่ญี่ปุ่นเตือน

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
15 ก.ย. 2564 05:06 น.
SHARE

ต้องฟังที่ญี่ปุ่นเตือน

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

15 ก.ย. 2564 05:06 น.

12 กันยายน 2564 กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นสั่งให้สถานทูตญี่ปุ่นประจำประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (รวมทั้งไทย) ให้แจ้งเตือนชาวญี่ปุ่นระวังระเบิดพลีชีพโจมตีในสถานที่ที่มีผู้คนอยู่เป็นจำนวนมาก เช่น ร้านอาหาร โรงแรม ขนส่งสาธารณะ ตลาด สถานที่ท่องเที่ยว ศาสนสถาน ฯลฯ หลายคนหัวเราะคำเตือนของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น ขอเรียนว่าคำเตือนลักษณะนี้เคยช่วยชีวิตผู้คนเป็นจำนวนมากมาแล้วในอดีต

พ.ศ.2559 ดาเอซหรือกองกำลังรัฐอิสลามหรือไอเอสไปตั้งฐานยิงจรวดบนเกาะแห่งหนึ่งของอินโดนีเซีย เพื่อเตรียมยิงการสวนสนามงานฉลองวันชาติของสิงคโปร์ และจะโจมตีศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ ทว่าหน่วยความมั่นคงสิงคโปร์สามารถเข้าไปบนเกาะและทำลายการเตรียมยิง รวมทั้งจับกุมสมาชิกกลุ่มรัฐอิสลามเหล่านั้นได้ทั้งหมด

ก่อนหน้าที่สิงคโปร์จะจับพวกดาเอซที่อินโดนีเซียได้ ปลายเดือนพฤศจิกายน 2559 ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกคนแรกเดินทางไปที่สุสานอิหม่ามอัล ฮุสเซ็น อิรัก เมืองคาร์บาลา ซึ่งเป็นศูนย์กลางของชีอะห์และศูนย์กลางการต่อสู้กับดาเอซ (หรือไอเอส) โดยมีชีค อับดุล อัล มาฮฺดี อัล การ์บะลายีให้การต้อนรับ ชีคท่านนี้ออกทีวีปลุกใจชาวอิรักทุกวันศุกร์ และประสบความสำเร็จในการต่อต้าน จนดาเอซไม่สามารถยึดกรุงแบกแดดได้

เปิดฟ้าส่องโลกฉบับวันอังคารที่ 29 พฤศจิกายน 2559 นำคำสนทนาของชีคการ์บะลายีมาลงในคอลัมน์ว่า “เราฆ่าดาเอซในทุกเมือง เหลือเพียงโมซูลเป็นเมืองสุดท้าย...ข้าพเจ้าเชื่อว่าดาเอซจะแพ้ในซีเรียในไม่ช้า มีคนจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เข้าร่วมกับดาเอซจำนวนหนึ่ง เมื่อแพ้ในอิรักและซีเรีย พวกเขาต้องหนีไปสร้างรัฐอิสลามในฝันในภูมิภาคของท่าน ท่านอย่าปล่อยให้พวกเขาเข้าไปในบ้านเมืองของท่านอย่างเด็ดขาด...การปฏิเสธว่าไม่มีดาเอซเป็นเรื่องอันตราย นั่นคือท่านปล่อยให้พวกเขาสร้างกองกำลังได้อย่างไม่ถูกรบกวน”

จากนั้น ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกคนแรกเดินทาง 112 กิโลเมตรจากเมืองคาร์บาลามายังกรุงแบกแดด ถูกตรวจระหว่างทางบ่อยมาก และเมื่อเห็นว่าหน้าตาเป็นคนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ พวกหน่วยรักษาความปลอดภัยก็จะเอาเรื่องทุกด่าน เพราะดาเอซหรือพวกกองกำลังรัฐอิสลามที่อยู่ในอิรักและซีเรียจำนวนไม่น้อยเป็นชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หน้าตาแบบนี้เลย ต้องโชว์จดหมายเชิญที่จะมาบรรยายให้หน่วยงานของรัฐบาลอิรักฟัง

หลายคนหัวเราะคำเตือนของอิหม่ามการ์บะลายีที่ว่าพวกไอเอสจะยึดเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่สิงคโปร์ ก็ตามด้วยการยึดเมืองมาราวี เกาะมินดาเนา สาธารณรัฐฟิลิปปินส์ เมื่อ 23 พฤษภาคม 2560 พวกสวามิภักดิ์ต่อไอเอส มีการยึดศาลาว่าการเมือง โรงพยาบาล มหาวิทยาลัย เผาโบสถ์คาทอลิก เผาโรงเรียน เผาเรือนจำ ฆ่าทหารและตำรวจ ฯลฯ

โชคดีที่สหรัฐฯส่งทหารเข้ามาร่วมปราบ โดยยกพลขึ้นบกที่เกาะมินดาเนา ทำให้พวกที่สวามิภักดิ์ต่อไอเอสแพ้ในวันที่ 23 ตุลาคม 2560 หลังจากสู้กันมานาน 5 เดือน

เปิดฟ้าส่องโลกของหนังสือพิมพ์ไทยรัฐเป็นสื่อแรกของโลกที่เปิดเผยข้อมูลของมหารัฐอิสลามที่ใหญ่ที่สุดในโลกในที่สาธารณะ โดยมหารัฐนี้จะกินพื้นที่ตั้งแต่ชุมพรของไทย ไปมาเลเซีย สิงคโปร์ มาเลเซีย บรูไน อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และตอนเหนือของออสเตรเลีย ซึ่งเป็นแผนการที่พวกก่อการร้ายเชื่อมั่นว่าต้องยึดจนสำเร็จได้ภายใน 50 ปี

หลังจากเปิดฟ้าส่องโลกเขียนไม่นาน นางกลอเรีย มาคาปากัล-อาร์โรโย อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ ก็เป็นบุคคลที่ 2 ในโลกที่พูดถึงมหารัฐอิสลามหรือ Mega Islamic State ในที่สาธารณะ ตามด้วยออสเตรเลีย

ผมเชื่อข้อมูลของกระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่นและไม่อยากให้ทุกท่านประมาทว่าพวกที่หนีจากอัฟกานิสถานจะไม่มีฤทธิ์ สงคราม 50 ปียังไม่จบ ก็ยังมีความพยายามอยู่ร่ำไป ผู้เขียนเปิดฟ้าส่องโลกคนที่แล้วเคยใช้ชีวิตตามชายแดนปากีสถาน-อัฟกานิสถานหลายรอบ และเคยพาผมไปตระเวนตามเทือกเขาเหล่านี้ ได้สัมผัสกับตัวละครจริงหลายคน ไม่ใช่ยกเมฆมาจากอากาศหรือลอกฝรั่งมาเขียน.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    ญี่ปุ่นเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตะวันออกเฉียงใต้ระเบิดพลีชีพไอเอสนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัยเปิดฟ้าส่องโลก

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันเสาร์ที่ 18 กันยายน 2564 เวลา 04:41 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์