เอฟบีไอ เริ่มเผยแพร่เอกสารลับชุดใหม่การสืบสวน โยงชาวซาอุฯ ในสหรัฐฯ อาจรู้เห็นเหตุวินาศกรรม 11 ก.ย. ขณะที่ ปธน.ไบเดนและชาวอเมริกันรำลึก 20 ปี 9/11 ด้วยความโศกเศร้า

บีบีซีรายงาน สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (เอฟบีไอ) เปิดเผยเอกสารลับชุดใหม่บางส่วน ความยาว 16 หน้า ที่มีความเกี่ยวข้องระหว่างพลเมืองชาวซาอุดีอาระเบียที่อาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา กับกลุ่มผู้ก่อการร้ายที่ก่อเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน หรือ 9/11 เมื่อ 20 ปีก่อน 

บรรดาผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน 2544 นั้น ปรากฏว่า 15 คนจากทั้งหมด 19 คนเดินทางมาจากซาอุดีอาระเบีย

บีบีซีระบุว่า เอกสารสืบสวน 16 หน้านี้ของเอฟบีไอยังคงต้องมีการตรวจทานเรียบเรียงใหม่อย่างหนัก เพราะเป็นข้อมูลจากการสัมภาษณ์แหล่งข่าวคนหนึ่งซึ่งขอปกปิดชื่อเป็นความลับ และการเปิดเผยโครงข่ายการติดต่อระหว่างพลเมืองชาวซาอุดีอาระเบียจำนวนหนึ่งกับผู้ก่อการร้ายชาวซาอุดีอาระเบียที่ร่วมก่อเหตุจี้เครื่องบิน 2 คนในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน คือนายนาวาฟ อัล ฮัซมี และนายคาลิด อัล มิดฮาร์ ซึ่งผู้ก่อการร้ายทั้งสองคนนี้ได้เข้ามาในสหรัฐอเมริกาในสถานภาพนักศึกษาเมื่อปี 2543

...

บันทึกของเอฟบีไอ ระบุว่า ผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบินทั้งสองได้รับการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์ที่สำคัญจากนายโอมาร์ อัล บายูมี ซึ่งมีพยานหลายคนเห็นเขาไปที่สถานกงสุลซาอุดีอาระเบียประจำนครลอสแอนเจลิสบ่อยครั้ง ถึงแม้ว่า สถานะอย่างเป็นทางการของเขาในสหรัฐฯ ขณะนั้น มีสถานะเป็นนักศึกษาก็ตาม

แหล่งข่าวบอกกับเอฟบีไอว่านายบายูมี มีตำแหน่งสูงมากที่สถานกงสุลซาอุดีอาระเบีย ประจำลอสแอนเจลิส อีกทั้งยังให้ความช่วยเหลือแก่นายฮัซมีและมิดฮาร์ สองผู้ก่อการร้ายจี้เครื่องบิน รวมทั้งการแปลภาษา ที่พัก การเดินทาง และการเงิน

อย่างไรก็ตาม เอกสารข้อมูลชุดใหม่นี้ไม่มีหลักฐานว่ารัฐบาลซาอุดีอาระเบียเกี่ยวข้องกับการวางแผนก่อวินาศกรรม 9/11 แต่อย่างใด ในขณะที่สถานเอกอัครราชทูตซาอุดีอาระเบียประจำกรุงวอชิงตัน ได้แสดงความยินดีที่เอฟบีไอเผยแพร่เอกสารลับการสืบสวนชุดใหม่ในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน

ก่อนหน้านี้ บรรดาญาติพี่น้องผู้เสียชีวิตในเหตุวินาศกรรรมช็อกโลกบางคนได้เรียกร้องมานานแล้วให้ทางการสหรัฐฯ เผยแพร่เอกสารลับชุดใหม่ ซึ่งเป็นการสอบสวนความเชื่อมโยงของพลเมืองชาวซาอุดีอาระเบียในสหรัฐฯ กับกลุ่มก่อการร้ายในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน เชื่อว่าเจ้าหน้าที่ซาอุดีอาระเบีย รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุวินาศกรรม แต่ไม่พยายามจะหยุดยั้ง โดยมีญาติของเหยื่อบางคนได้กดดันให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนเผยแพร่ข้อมูลชุดใหม่เหล่านี้ และพูดด้วยความเคืองแค้นว่าประธานาธิบดีไบเดนไม่ควรมาร่วมในพิธีรำลึก 9/11 หากไม่เผยแพร่เอกสารลับ

ต่อมา ประธานาธิบดีไบเดนได้มีคำสั่งเมื่อสัปดาห์ก่อน ให้กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทบทวนเอกสารการสอบสวนและเผยแพร่ต่อสาธารณชนภายใน 6 เดือนข้างหน้า ขณะที่เอฟบีไอได้เผยแพร่เอกสารลับชุดนี้เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา ไม่กี่ชั่วโมงก่อนที่ประธานาธิบดีไบเดนจะไปเป็นประธานในพิธีรำลึกผู้เสียชีวิต 2,977 ศพในเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ทั้ง 3 แห่ง ทั้งนิวยอร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย และอาคารเพนตากอน ที่ตั้งกระทรวงกลาโหมในรัฐเวอร์จิเนีย

...

ประธานาธิบดี ไบเดน  พร้อมด้วยนางจิล ไบเดน สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่ง อดีตประธานาธิบดีบิล คลินตัน นางฮิลลารี คลินตัน และอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามาและนางมิเชล โอบามา ได้มาเป็นประธานในพิธีรำลึกเหตุวินาศกรรม 11 กันยายน ที่อนุสรณ์สถานและพิพิธภัณฑ์ 9/11 ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 11 กันยายน ที่ผ่านมา โดยมีชาวอเมริกันมาร่วมในพิธีด้วยความโศกเศร้าอาลัยต่อผู้เสียชีวิตจากเหตุวินาศกรรมครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์โลก.