ไบเดน-สี จิ้นผิง ต่อสายคุยกันครั้งแรกรอบ 7 เดือน หารือความสัมพันธ์

ข่าว

    ไบเดน-สี จิ้นผิง ต่อสายคุยกันครั้งแรกรอบ 7 เดือน หารือความสัมพันธ์

    ไทยรัฐออนไลน์
    10 ก.ย. 2564 23:46 น.
    SHARE

    ไบเดน-สี จิ้นผิง ต่อสายคุยกันครั้งแรกรอบ 7 เดือน หารือความสัมพันธ์

    ไทยรัฐออนไลน์

    10 ก.ย. 2564 23:46 น.

    ผู้นำสหรัฐฯ และจีน ต่อสายพูดคุยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน เพื่อหารือเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งสองฝ่าย เพื่อไม่ให้การแข่งขันกลายเป็นความขัดแย้ง

    สำนักข่าว บีบีซี รายงานว่า ทำเนียบขาวสหรัฐฯ เปิดเผยในวันศุกร์ที่ 10 ก.ย. 2564 ว่า ประธานาธิบดี โจ ไบเดน กับประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน โทรศัพท์พูดคุยกันเป็นครั้งแรกในรอบ 7 เดือน และเป็นครั้งที่ 2 นับตั้งแต่นายไบเดนรับตำแหน่ง โดยทั้งคู่หารือกันเรื่องความรับผิดชอบของทั้งสองประเทศ เพื่อรับประกันว่า การแข่งขันจะไม่แปรเปลี่ยนเป็นความขัดแย้ง

    ในปัจจุบัน ความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ และจีน นับว่าตึงเครียดอย่างมาก มีการปะทะคารมกันหลายครั้งในหลายประเทศ ทั้งการค้า, การจารกรรมข้อมูล และการระบาดของไวรัสโควิด-19

    “ผู้นำทั้งสองได้หารือกันเรื่องยุทธศาสตร์กว้างๆ ซึ่งรวมถึง จุดที่พวกเรามีผลประโยชน์ร่วมกัน และจุดที่ผลประโยชน์, ค่านิยม และทัศนคติของพวกเราแตกต่างกัน” แถลงการณ์ของทำเนียบขาวเสริม “อย่างที่ประธานาธิบดีไบเดนอธิบายไว้ การหารือนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของสหรัฐฯ เพื่อบริหารจัดการการแข่งขันระหว่างสหรัฐฯ กับจีน อย่างมีความรับผิดชอบ”

    ด้านสถานีโทรทัศน์ ซีซีทีวี ของจีน ระบุว่า การหารือทางโทรศัพท์ของผู้นำทั้สองนั้น ตรงไปตรงมาและถี่ถ้วน ครอบคลุมการหารือด้านยุทธศาสตร์อย่างกว้างขวาง และปัญหาที่ทั้งสองฝ่ายมีความกังวลร่วมกัน “จีนและสหรัฐฯ จะสามารถจัดการความสัมพันธ์ระหว่างกันได้หรือไม่... เป็นเรื่องสำคัญต่ออนาคตและชะตากรรมของโลก” ซีซีทีวีรายงานอ้างคำพูดของ สี จิ้นผิง

    ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่อาวุโสของทำเนียบขาวคนหนึ่งเผยว่า การโทรศัพท์พูดคุยครั้งนี้ เกิดขึ้นตามคำขอของประธานาธิบดี ไบเดน ซึ่งเริ่มไม่พอใจที่เจ้าหน้าที่ระดับต่ำกว่าของจีน ไม่ยอมจัดการหารือกับรัฐบาลของเขา หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา การเจรจาระดับสูงระหว่างรัฐบาลไบเดนกับจีนเต็มไปด้วยความตึงเครียด โดยเจ้าหน้าที่ทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันด้วยถ้อยคำรุนแรง

    ในช่วงไม่กี่ปี่ที่ผ่านมา มีประเด็นใหญ่ 2-3 เรื่องที่ชาติมหาอำนาจทั้งสองมีปัญหากัน โดยเฉพาะเรื่องสิทธิมนุษยชนและประชาธิปไตย โดยสหรัฐฯ กล่าวหาจีนว่าฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวอุยกูร์ ในมณฑลซินเจียง, เหยียบย่ำประชาธิปไตยในฮ่องกงด้วยการออกกฎหมายความมั่นคงที่นักวิเคราะห์ระบุว่า กำลังถูกใช้เพื่อปราบปรามผู้เห็นต่าง

    ขณะที่จีนบอกให้สหรัฐฯ หยุดแทรกแซงเรื่องภายในของพวกเขามาตลอด และกล่าวหารัฐบาลวอชิงตันว่า ใส่ร้ายป้ายสีการปกครองของพรรคคอมมิวนิสต์จีน

    นอกจากนี้ยังมีปัญหาด้านการค้า โดยการต่อสู้ทางการค้าระหว่างทั้งสองฝ่ายเริ่มขึ้นในปี 2561 ในยุคการปกครองของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งสหรัฐฯ ตั้งกำแพงภาษีสินค้าจีนมูลค่าถึง 3.6 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ส่วนจีนตอบโต้ด้วยการตั้งกำแพงภาษีสินค้าสหรัฐฯ จำนวน 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

    สหรัฐฯ กับจีนยังขัดแย้งกันเรื่องทะเลจีนใต้ ที่จีนกับหลายประเทศในภูมิภาคกำลังแย่งสิทธิความเป็นเจ้าของกันในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา โดยจีนอ้างความเจ้าของพื้นที่เกือบทั้งหมดของทะเลดังกล่าว แต่สหรัฐฯ ไม่เห็นด้วย

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      สหรัฐจีนโทรศัพท์หารือโจ ไบเดนสี จิ้นผิงความสัมพันธ์การแข่งขันการค้าทำเนียบขาว

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 เวลา 17:09 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์