• นายโยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ไม่สู้ต่อ ประกาศไม่ลงชิงตำแหน่งผู้นำพรรคแอลดีพี เตรียมลงจากเก้าอี้นายกฯ หลีกทางให้คนอื่นมารับหน้าที่แทน
  • ประเทศญี่ปุ่นภายใต้การนำของนายซูกะ นั้นต้องเผชิญกับวิกฤติที่ถาโถม ทั้งการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และโครงการฉีดวัคซีนที่ล่าช้า รวมไปถึงการจัดการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากรอบด้าน และการใช้งบประมาณมหาศาลในการจัดงาน ทำเอาคะแนนนิยมของนายซูกะตกฮวบ
  • จับตาผู้ลงชิงตำแหน่งเก้าอี้พรรคแอลดีพีคนต่อไป ผลโพลชี้นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีกำกับดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ตัวเต็งเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ญี่ปุ่นคนต่อไป 

นายโยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่น วัย 72 ปี ระบุชัดว่า เมื่อวันที่ 3 ก.ย. 64 ว่าเขาจะลงจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และหลีกทางให้ผู้นำคนใหม่ขึ้นมาบริหารประเทศแทน ซึ่งนายซูกะนั้นได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นเพียงหนึ่งปีเท่านั้น แต่ประจวบเหมาะกับช่วงที่ญี่ปุ่นต้องเผชิญกับวิกฤติที่ถาโถม ซึ่งนายซูกะได้ถูกมองว่าบริหารประเทศขณะที่ต้องเผชิญกับโรคระบาดอย่างไม่มีประสิทธิภาพจนทำให้คะแนนนิยมดิ่งลงฮวบ ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่ตัวเลขผู้ติดเชื้อในญี่ปุ่นนั้นพุ่งทะลุ 1.5 ล้านราย และโครงการฉีดวัคซีนในประเทศยังเป็นไปอย่างล่าช้า 

นอกจากนี้การผลักดันการจัดงานโตเกียวโอลิมปิกที่ผ่านมา ท่ามกลางเสียงต่อต้านจากหลายฝ่าย บวกกับการใช้งบประมาณมหาศาล ที่ประชาชนมองว่าควรนำมาใช้แก้ปัญหาปากท้องของคนในประเทศ มากกว่าทุ่มไปกับงานจัดการแข่งขันกีฬา ก็ได้ซ้ำเติมให้ความนิยมของนายซูกะดิ่งลงเหว

แต่ถึงแม้ว่าจะเผชิญกับวิกฤติหนัก แต่การประกาศไม่ลงเลือกตั้งผู้นำพรรคของนายซูกะ ก็สร้างความประหลาดใจไม่น้อย เนื่องจากนายซูกะขึ้นดำรงตำแหน่งนายกฯ ญี่ปุ่นได้เพียงหนึ่งปีและยังไม่เคยมีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะลงจากตำแหน่ง

...

การที่นายซูกะชี้ชัดว่าจะไม่ลงเลือกตั้งนั้น จะทำให้พรรคเสรีประชาธิปไตย หรือ แอลดีพี ของญี่ปุ่น ต้องเลือกผู้นำญี่ปุ่นคนใหม่ ซึ่งผู้ที่ได้รับเลือกให้เป็นผู้นำพรรค จะได้ขึ้นเป็นนายกฯ ญี่ปุ่นคนต่อไป เนื่องจากพรรคแอลดีพีนั้นครองเสียงข้างมากในสภาล่าง โดยหลังจากที่นายซูกะประกาศดังกล่าว ตลาดหุ้นโตเกียวก็ปรับตัวขึ้น โดยเบนช์มาร์คของดัชนี นิคเคอิ ปรับตัวขึ้น 2 เปอร์เซ็นต์ ส่วนดัชนีหุ้นโทปิกซ์ (Topix) ปรับตัวขึ้นสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1991 

ถึงแม้ว่ายังไม่มีมติอย่างเป็นทางการ แต่ดูเหมือนว่า นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีกำกับดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 นั้นเป็นตัวเต็งเข้ารับตำแหน่งนายกฯ ญี่ปุ่นคนต่อไป 

ดำรงตำแหน่งเพียงหนึ่งปี รับมือโควิดไม่มีประสิทธิภาพ คะแนนิยมดิ่ง

"ผมอยากให้ความสำคัญกับการแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา ผมได้บอกในที่ประชุมพรรคแอลดีพี ว่า ผมตัดสินใจไม่ลงชิงชัยในการเลือกตั้งผู้นำพรรค" นายซูกะให้สัมภาษณ์กับนักข่าว โดยนายซูกะจะยังคงดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นไปจนกว่าการเลือกตั้งผู้นำพรรคแอลดีพีจะเสร็จสิ้น ซึ่งผู้ที่ได้ขึ้นเป็นหัวหน้าพรรคก็จะได้เป็นนายกรัฐมนตรีของญี่ปุ่นคนต่อไป ขณะที่รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังพิจารณาจัดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 17 ต.ค. 64

หลังจากที่นายซูกะได้ทำหน้าที่แทน นายชินโซะ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนก่อนหน้าที่ดำรงตำแหน่งมายาวนานถึง 8 ปี ในช่วงแรกนายซูกะมีคะแนนนิยมถึง 75 เปอร์เซ็นต์ และถูกมองว่ามีประสบการณ์ทางการเมือง และมีความสามารถในการนำพาญี่ปุ่นเดินหน้า ถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกมองว่าเป็นเหมือนเงาของนายอาเบะก็ตาม แต่ระหว่างที่ดำรงดำแหน่งนั้นได้เกิดข้อกังขามากมาย หนึ่งในนั้นคือ การผลักดันแคมเปญกระตุ้นการท่องเที่ยวในประเทศ ขณะที่โรคโควิด-19 ระบาด รวมถึงการระงับการเดินทางเคลื่อนย้ายในประเทศที่ล่าช้า ทำให้ถูกมองว่าเป็นปัจจัยที่ทำให้สถานการณ์โควิด-19 ในประเทศญี่ปุ่นเลวร้ายลง นอกจากนี้การประกาศบังคับใช้ภาวะฉุกเฉิน ยังส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและผู้ประกอบการในญี่ปุ่น จนนำไปสู่เสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก 

ด้านหนังสือพิมพ์ ไมนิจิ ชิมบุน เผยผลโพลชี้ว่า สาธารณชนให้การสนับสนุนนายซูกะ อยู่ที่ 26 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น นอกจากนี้นักเขียนชื่อดังก้องโลกชาวญี่ปุ่นอย่าง ฮารูกิ มูราคามิ ยังวิพากษ์วิจารณ์นายซูกะด้วยเช่นกัน 

...

ส่วนในแง่ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ในระยะเวลาหนึ่งปีที่นายซูกะดำรงตำแหน่งผู้นำญี่ปุ่นนั้น ได้ทำให้สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งนายซูกะถูกมองว่าเป็นพันธมิตรคนสำคัญของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ในการต่อต้านอิทธิพลของจีน และยังเป็นผู้นำคนแรกที่นายไบเดนต้อนรับที่ทำเนียบขาวด้วยตนเองอีกด้วย

ด้านโฆษกกระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐฯ เผยว่านายไบเดนรู้สึกยินดีกับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ รวมถึงการแลกเปลี่ยนความท้าทายต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น วิกฤติโควิด-19, ปัญหาด้านสภาพอากาศ, เกาหลีเหนือ, จีน และการรักษาสันติภาพและความมั่นคงบริเวณช่องแคบไต้หวัน

จับตาชิงเก้าอี้พรรคแอลดีพี

เมื่อนายซูกะชี้ชัดว่าจะไม่ชิงเก้าอี้ผู้นำพรรคแอลดีพี ทำให้มีการจับตาผู้ลงสมัครผู้นำพรรคเป็นพิเศษ ซึ่งตัวเต็งในครั้งนี้คือ นายทาโร โคโนะ รัฐมนตรีกำกับดูแลการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 วัย 58 ปี ที่ผลโพลของสำนักข่าวนิคเคอิ ชี้ว่า ได้คะแนนนิยมเป็นอันดับหนึ่งว่าเป็นผู้ที่เหมาะสมในการเป็นผู้นำของพรรคแอลดีพีมากที่สุด รองลงมาเป็น นายชิเกรุ อิชิบะ (Shigeru Ishiba) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมญี่ปุ่น และนายฟูมิโอะ คิชิดะ (Fumio Kishida) อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ได้คะแนนเป็นอันดับสาม ส่วนนายโยชิฮิเดะ ซูกะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนปัจจุบัน ได้คะแนนอยู่ที่อันดับที่ 4

...

ด้านสำนักข่าว นิปปอน รายงานว่า นายซูกะ จะให้การสนับสนุน นายโคโนะ ขึ้นนั่งเก้าอี้พรรคแอลดีพีแทนตน ซึ่งนายโคโนะนั้นเป็นขวัญใจชาวญี่ปุ่นรุ่นใหม่ และมีผู้ให้การสนับสนุนบนโลกออนไลน์อย่างทวิตเตอร์ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่แปลกใหม่ เพราะวงการการเมืองญี่ปุ่นถูกมองว่ามีสมาชิกเป็นชายวัยผู้ใหญ่เป็นส่วนมาก ซึ่งมักไม่คุ้นชินกับการใช้โซเชียลมีเดียเท่าไรนัก ทำให้นายโคโนะที่มีผู้ติดตามบนบัญชีทวิตเตอร์มากถึง 2.3 ล้านคน บวกกับประสบการณ์การเป็นรัฐมนตรีกระทรวงต่างประเทศและกระทรวงกลาโหม กลายเป็นนักการเมืองที่โดดเด่น และได้รับการสนับสนุนจากสาธารณชน.

ผู้เขียน: นัฐชา กิจโมกข์ (Nattachar K.)

ที่มา: CNA, CNA, Nikei, Aljazeera

...