ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ปิดบวกแม้มีความกังวลเรื่องการเติบโตและเศรษฐกิจโลก ด้านราคาน้ำมันดิบ ดิ่งลงต่อเนื่องความกังวลเรื่องความต้องการพลังงาน ขณะที่ราคาทองคำเพิ่มขึ้นปานกลาง
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 17 ส.ค. 2564 แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 110.02 จุด หรือราว 0.31% ปิดที่ 35,625.40 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ขยับขึ้น 11.71 จุด หรือราว 0.26% ปิดที่ 4,479.71 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก ลดลง 29.13 จุด หรือราว 0.20% ปิดที่ 14,793.76 จุด
หุ้นวอลล์สตรีตฟื้นตัวปิดบวก หลังลดลงช่วงเปิดตลอด เว้นเพียงแนสแด็กที่ยังปิดในแดนลบ ท่ามกลางความกังวลเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจและสถานการณ์โลก โดยการค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีนในเดือนกรกฎาคมเติบโตเพียง 8.5% และ 6.4% ตามลำดับ ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดไว้ทั้งคู่ บ่งชี้ว่า เศรษฐกิจของจีนในช่วงครึ่งหลังของปีจะโตช้ายิ่งขึ้น เนื่องจากแดนมังกรกำลังเผชิญการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19
ขณะที่สถานการณ์โลก อย่างความไม่สงบในอัฟกานิสถาน ก็มีส่วนฉุกรั้งตลาด แต่ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังเชื่อว่า ผลประกอบการที่ดีเกินคาดของบริษัทต่างๆ น่าจะช่วยรักษาสมดุล และหนุนตลาดให้ก้าวต่อไปได้
การชะลอตัวของการเติบโตด้านการค้าปลีกและการผลิตภาคอุตสาหกรรมของจีน ยังส่งผลให้ความกังวลเรื่องความต้องการพลังงานรุนแรงขึ้น ทำให้ราคาน้ำมันดิบร่วงหนักเป็นวันที่ 3 ต่อเนื่องจากสัปดาห์ก่อน แม้ตลาดน้ำมันจะได้แรงหนุนบ้างจากรายงานที่ระบุว่า กลุ่มโอเปกและพันธมิตรมองว่า ตลาดไม่ต้องการน้ำมันดิบเพิ่มเติมจากแผนที่พวกเขาวางไว้ในช่วงหลายเดือนข้างหน้า ดังนั้นจึงไม่มีความจำเป็นต้องเพิ่มกำลังผลิตตามที่สหรัฐฯ เรียกร้อง
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 1.15 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.7% ไปอยู่ที่ 67.29 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน ปรับลง 0.91 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 1.3% ไปอยู่ที่ 69.68 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
...
ด้านราคาทองคำ เพิ่มขึ้นในวันจันทร์ เนื่องจากการลดลงของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ระยะเวลา 10 ปี, ข้อมูลเศรษฐกิจที่อ่อนแอจากจีน และดัชนีการผลิตรัฐนิวยอร์ก ที่ค่อนข้างธรรมดา ทำให้นักลงทุนหันเข้าหาทรัพย์สินปลอดภัยมากขึ้น สถานการณ์ในอัฟกานิสถานก็มีส่วนช่วยหนุนราคาทองคำเช่นกัน
สัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม เพิ่มขึ้น 11.60 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.7% ปิดที่ 1,789.80 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์.
ที่มา: yahoo