สื่อกระแสหลักในสหรัฐฯ รุมถล่มประธานาธิบดี โจ ไบเดน ว่าจัดการเรื่องการถอนทหารผิดพลาด จนกลุ่มตาลีบันสามารถกลับมายึดครองกรุงคาบูลได้สำเร็จ
เมื่อ 16 ส.ค. 2564 ประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐฯ กำลังถูกโจมตีอย่างหนักจากกลุ่มการเมืองฝั่งตรงข้าม เรื่องความผิดพลาดในการถอนทหารออกจากอัฟกานิสถาน จนเปิดโอกาสให้กลุ่มติดอาวุธตาลีบัน เข้ายึดพื้นที่หลายส่วนของประเทศ และล่าสุด ยึดเมืองหลวงกรุงคาบูลได้สำเร็จ จนเกิดภาพผู้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่สนามบินคาบูล เพื่อออกจากประเทศ ขณะที่สหรัฐฯ ต้องรีบอพยพเจ้าหน้าที่ออกมาอย่างทุกลักทุเล
แต่ที่น่ากังวลสำหรับรัฐบาลเดโมแครตของไบเดนคือ พวกเขากำลังสูญเสียแรงสนับสนุนจากสื่อกระแสหลัก เช่น เจค แทปเปอร์ จากซีเอ็นเอ็น ที่ค่อนข้างอยู่ฝั่งไบเดนมาตลอด เปิดรายการ ‘State of the Union’ เมื่อวันอาทิตย์โดยเรียกสถานการณ์ที่เกิดขึ้นว่าเป็น “โศกนาฏกรรมจากหายนะในนโยบายต่างประเทศ” ซึ่งเล่นงานรัฐบาลไบเดนอย่างไม่ทันตั้งตัว
...
“แน่นอนว่านี่เป็นสถานการณ์ที่กลับตาลปัตรจากเมื่อ 6 สัปดาห์ก่อน ตอนที่ประธานาธิบดีไบเดนบอกว่า กลุ่มตาลีบันไม่น่าที่จะยึดอัฟกานิสถานได้ ซึ่งเป็นการคาดการณ์ที่ทำให้ผู้เชี่ยวชาญมากมายในเวลานั้น ตกตะลึงในการไม่มองความเป็นจริงของรัฐบาลไบเดน” นายแทปเปอร์กล่าว “ตอนนี้ นักการทูตอเมริกันต้องรีบร้อนทำลายเอกสารในสถานทูตแล้วหนีออกมา ดูเหมือนน่าตกใจมากที่ประธานาธิบดีไบเดนจะสามารถคิดผิดได้ขนาดนี้”
ด้านสื่อกระแสหลักอื่นๆ ฉายซ้ำภาพวิดีโอเมื่อ 8 ก.ค. ที่นายไบเดนอ้างว่า ไม่มีความจำเป็นต้องใช้เฮลิคอปเตอร์เพื่อช่วยเหลือใครออกจากสถานทูตสหรัฐฯ แต่มันเกิดขึ้นแล้วในวันนี้ ขณะที่นาย แอนโทนี บลิงเคน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังเขาเลี่ยงการตอบคำถามระหว่างการให้สัมภาษณ์หลายครั้งเมื่อเช้าวันอาทิตย์
สำนักข่าว ดิ แอตแลนติก เผยแพร่บทความพาดหัวว่า “การทรยศชาวอัฟกันของไบเดน จะเป็นชื่อเสียที่คงอยู่สืบไป”
ขณะที่นาย ทิม นาฟตาลี หัวหน้านักประวัติศาสตร์ของ ซีเอ็นเอ็น เป็นหนึ่งในผู้สังเกตการณ์หลายคน ที่เปรียบเทียบสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในอัฟกานิสถาน ว่าเหมือนกับเหตุการณ์อันอื้อฉาวตอนไซง่อน อดีตเมืองหลวงของเวียดนามใต้ แตกในปี 2518 และทหารอเมริกันต้องอพยพหนีกองทัพเวียดนามเหนือที่บุกเข้ามาอย่างน่าอับอาย “นี่คือเหตุการณ์ไซง่อนสำหรับประธานาธิบดี ไบเดน และเรื่องนี้จะเป็นตราบาปติดตัวเขาไปตลอด”
ส่วนนักเขียนอาวุโสของสำนักข่าว นิวยอร์ก ไทมส์ อย่าง เดวิด อี. แซงเจอร์ เขียนบทความโจมตีนายไบเดนว่า เขารับตำแหน่งพร้อมกับประสบการณ์ในนโยบายต่างประเทศที่มากกว่าประธานาธิบดีคนใดในยุคปัจจุบัน แต่ยังสร้างจุดด่างพร้อยในเกียรติประวัติของตัวเองได้ด้วยการบริหารที่ย่ำแย่
“ไบเดนจะถูกจารึกในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าจะเป็นธรรมหรือไม่ก็ตาม ว่าเป็นประธานาธิบดีที่ต้องรับผิดชอบต่อความอับอายครั้งสุด ในปฏิบัติการณ์ของอเมริกันในอัฟกานิสถาน ที่ดำเนินมาอย่างยาวนาน” นายแซงเจอร์ระบุ “แม้แต่พันธมิตรของไบเดนหลายคนที่เชื่อว่า เขาตัดสินใจถูกต้องที่ในที่สุดก็ออกจากสงครามซึ่งสหรัฐฯ อาจไม่มีวันชนะและไม่มีผลประโยชน์ต่อชาติอีกต่อไป ก็ต้องยอมรับว่า เขาทำพลาดใหญ่หลวงมากมายในการดำเนินการถอนทหาร”
ท่ามกลางภาพอันน่าหดหู่มากมายจากอัฟกานิสถานที่ถูกเผยแพร่ตามหน้าสื่อ ไบเดนกลับตอบรับสถานการณ์ด้วยความเงียบงัน เขาถูกโจมตีอย่างหนักจากการที่ไม่ยอมกลับจากการพักผ่อนที่แคมป์ เดวิด ในวันอาทิตย์ หลังจากกรุงคาบูลถูกยึดไปแล้ว ก่อนที่ทำเนียบขาวจะเผยแพร่ภาพแสดงให้เห็นว่า ไบเดนได้รับรายงานสถานการณ์แล้ว แต่เขาจะออกแถลงการณ์ในช่วงบ่ายวันจันทร์
...
ริชาร์ด เองเกล นักข่าวของ เอ็นบีซี กล่าวจากกรุงคาบูลว่า การที่ตาลีบันยึดเมืองหลวงแห่งนี้ได้ ไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจเลยสำหรับคนที่ใส่ใจ “ผมไม่ตกใจเลย ผมคิดว่าคาบูลจะแตกในเวลาประมาณนี้ นั่นเป็นแค่ความรู้สึกตามสัญชาตญาณ ผมคิดว่าคนมากมายที่ผมได้คุยด้วยก็เชื่อเช่นนั้น” “ผมไม่เข้าใจว่ารัฐบาลตกใจอะไร มันค่อนข้างชัดเจนว่าเรื่องจะลงเอยแบบนี้ หลังจากคุณเห็นว่า ตาลีบันยึดพื้นที่ต่างๆ ได้โดยไม่มีการต่อสู้มาตั้งแต่หลายเดือนก่อนแล้ว”
นาย จอห์น เบอร์แมน นักข่าวซีเอ็นเอ็นอีกคนก็ออกมาตำหนิรัฐบาลไบเดนเช่นกัน “ไม่ว่าใครจะสนับสนุนการตัดสินใจของประธานาธิบดีที่จะถอนทหารอเมริกันทั้งหมด เป็นเรื่องที่ไม่มีข้อกังขาเลยว่า ทำเทียบขาวคิดผิดเรื่องระยะเวลาที่พวกเขามี, คิดผิดเรื่องความแข็งแกร่งของกองทัพอัฟกานิสถาน และคิดผิดเรื่องความร้ายกาจของตาลีบัน”
ไบเดนเคยพูดเอาไว้เมื่อ 8 ก.ค. ว่า เห็นได้ชัดเจนว่ารัฐบาลและผู้นำอัฟกันมีความสามารถที่จะค้ำจุนรัฐบาลเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม เมื่อวันอาทิตย์ ประธานาธิบดี อัชราฟ กานี ของอัฟกานิสถาน หลบหนีออกจากประเทศหลังตาลีบันปิดล้อมกรุงคาบูล ขณะที่โฆษกกลุ่มตาลีบันอ้างว่า กองทัพอัฟกันละทิ้งที่มั่น ทำให้พวกเขายึดเมืองหลวงได้อย่างง่ายดาย.
ที่มา : foxnews