ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ สวิงปิดบวกทำนิวไฮต่อเนื่อง ส่วนราคาน้ำมันดิบลดลง เพราะกังวลเรื่องความต้องการพลังงาน ขณะที่ราคาทองคำลดลงเล็กน้อย
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 12 ส.ค. 2564 ในแดนบวก โดยดัชนีดาวโจนส์ ขยับขึ้น 14.88 จุด หรือราว 0.042% ปิดที่ 35,499.85 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 เพิ่มขึ้น 13.13 จุด หรือราว 0.30% ปิดที่ 4,460.83 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก บวกเพิ่ม 51.13 จุด หรือ 0.35% ปิดที่ 14,816.26 จุด
วอลล์สตรีทกลับมาปิดบวก โดยเฉพาะดาวโจนส์ ที่อยู่ในแดนลบเกือบทั้งวัน ส่วนแนสแด็กบวกครั้งแรกในรอบ 3 วัน ด้วยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี หลังจากกระทรวงแรงงานเผยว่า ผู้ขอรับสิทธิประโยชย์คนว่างงานเมื่อสัปดาห์ก่อน ลดลง 10,000 รายไปอยู่ที่ 375,000 รายตามความคาดหมายของนักวิเคราะห์
นอกจากนั้น ข่าววุฒิสภาสหรัฐฯ อนุมัติร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐาน 1 ล้านล้านดอลลาร์ ยังช่วยหนุนหุ้นวัฏจักร เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมและวัตถุดิบ ซึ่งได้ประโยชน์โดยตรงจากเรื่องนี้อีกด้วย
ด้านราคาน้ำมันดิบ ลดลงเล็กน้อยในวันพฤหัสบดี หลังจากองค์กรพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) เผยรายงานว่า ความต้องการน้ำมันของโลกลดลงอย่างมีนัยสำคัญในช่วงที่เหลือของปี 2564 เนื่องจากชาติผู้บริโภคน้ำมันรายใหญ่หลายประเทศโดยเฉพาะในเอเชีย หวนกลับมาใช้มาตรการคุมเข้มอีกครั้งเพื่อรับมือการระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา
การที่รัฐบาลสหรัฐฯ ของประธานาธิบดี โจ ไบเดน เรียกร้องให้ชาติสมาชิกโอเปกกับพันธมิตร เพิ่มกำลังผลิตน้ำมันมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาน้ำมันเบนซินแพง ก็ฉุดราคาน้ำมันดิบลงเช่นกัน
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนกันยายน ลดลง 0.16 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.2% ไปอยู่ที่ 69.09 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอนเดือนตุลาคม ปรับลง 0.13 ดอลลาร์สหรัฐ ไปอยู่ที่ 71.31 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อบาร์เรล
...
ส่วนราคาทองคำ ลดลงเล็กน้อย โดยนักวิเคราะห์มองว่าเป็นการลดลงอย่างไม่มีนัยสำคัญ เพราะนักลงทุนยังเชื่อมั่นว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะไม่รีบกระชับนโยบายสนับสนุนทางการเงิน โดยสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนธันวาคม ลดลง 1.50 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 0.1% ปิดที่ 1,751.80 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์.