อัฟกานิสถานอดีตและอนาคต

ข่าว

อัฟกานิสถานอดีตและอนาคต

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
28 ก.ค. 2564 05:01 น.
SHARE

อัฟกานิสถานอดีตและอนาคต

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

28 ก.ค. 2564 05:01 น.

ประวัติศาสตร์ของอัฟกานิสถานที่เลวร้ายที่สุดเกิดขึ้นเมื่อ ค.ศ.1222 เมื่อกองทัพมองโกลเข้ามาตี บ้านเมืองถูกทำลายและประชาชนจำนวนมากถูกฆ่าทิ้ง คนอัฟกันอยู่ภายใต้การกดขี่ข่มเหงของผู้ปกครองชาวมองโกลอยู่นานถึง 150 ปี

หัวหน้าโจรชาวอัฟกันคนหนึ่งสร้างตัวจนได้เป็นพระเจ้านาดีร์ ชาห์ แห่งเปอร์เซีย เจ้าองค์นี้ส่งเสริมให้คนอัฟกันรับราชการตำแหน่งสูงๆ แต่ไม่นานก็ถูกลอบปลงพระชนม์ ชายหนุ่มคนหนึ่งชื่ออะเหม็ดจากเผ่าอับดัล ปลุกระดมประชาชนจนยึดเมืองกันดาหาร์ได้ จึงได้รับเลือกเป็นกษัตริย์ ทรงพระนามว่า อะเหม็ด ชาห์ ดูร์รานี ท่านนี้นี่ละครับ คือต้นราชวงศ์ดูร์รานี

ในยุคราชวงศ์ดูร์รานีนี่เองครับ ที่อัฟกานิสถานมีสถานะเป็นประเทศ ถ้าถามถึงศักราชที่แน่ชัด อัฟกานิสถานเป็นประเทศตั้งแต่ ค.ศ.1747 ยุคของอะเหม็ด ชาห์ ดูร์รานี อัฟกานิสถานรุ่งเรืองมาก และขยายอาณาเขตได้กว้างขวาง อัฟกานิสถานรุ่งเรืองจนถึงยุคของพระโอรสคือ พระเจ้าติมูร์

พระเจ้าติมูร์มีโอรสมากกว่า 20 องค์ ต่างแก่งแย่งชิงอำนาจ บ้านเมืองจึงยุ่งเหยิงยับย่อย ตอนหลังพวกซิกข์แย่งตีพื้นที่ไปได้เยอะ ต่อมาอังกฤษก็ตีพวกซิกข์ไปได้อีก หลังจากนั้น อังกฤษก็ทำสงครามกับอัฟกานิสถานอีก 2 ครั้ง จบลงด้วยอังกฤษเป็นฝ่ายชนะ ซึ่ง ผมรับใช้ไปแล้ว

ประวัติศาสตร์ของอัฟกานิสถานมีแต่การลอบสังหารผู้นำ คนไหนเป็นใหญ่ก็โดนปฏิวัติรัฐประหาร แล้วก็โดนลอบสังหาร หมดยุคกษัตริย์ เป็นยุคที่มีประธานาธิบดีและนายกรัฐมนตรี พวกนี้ก็โดนลอบสังหารหลายยุคหลายสมัย

อัฟกานิสถานเป็นเอกราชชาติใหม่เป็นครั้งแรกด้วยสนธิสัญญาราวัลปินดี เมื่อ ค.ศ.1919 แต่อังกฤษก็ยังอยู่เบื้องหลังในการปกครองและความวุ่นวายต่างๆ

อัฟกานิสถานไม่มีน้ำมัน แต่เป็นประเทศที่มีพรมแดนประชิดติดกับกลุ่มประเทศเอเชียกลาง ปากีสถาน และอิหร่าน ความที่มีพื้นที่เป็นเทือกเขาสูง การเดินทางไปมาหาสู่กันจึงลำบาก ผู้คนอยู่เป็นกลุ่ม เป็นเผ่า เผ่าใครเผ่ามัน ไม่มีความสมัครสมานสามัคคี ใครขึ้นมาก็ต้องมีอำนาจเหนือกลุ่มอื่นด้วยการใช้กำลังและอาวุธ ใช้การฆ่าฟันกันเพื่อสร้างความกลัวให้อีกฝ่ายหนึ่ง

อังกฤษออกไปนานแล้ว สหภาพโซเวียตก็หนีหางจุกตูดไปแล้ว สหรัฐฯก็พาพันธมิตรหนีไปในเดือนกรกฎาคมนี้เอง ถ้าอัฟกานิสถานต้องการจะพัฒนา ก็ต้องหามหาอำนาจที่มีสตางค์และเทคโนโลยีเข้ามาช่วย สหรัฐฯกับตะวันตกคงไม่เอาแล้ว รัสเซียก็ยังแขยงแขงขน

คราวนี้ก็เหลือแต่เพียงจีน แต่สไตล์จีนไม่เหมือนอังกฤษ สหรัฐฯ และรัสเซีย ที่ใช้กำลังและอาวุธ มหาอำนาจตะวันตกชอบหนุนหลังเพื่อให้เกิดการทะเลาะเบาะแว้งกัน แต่สไตล์จีน ชอบทำการค้ามากกว่า จีนชอบให้คนเลิกทะเลาะกัน ถ้าฟังนายหวัง อี้ ซึ่งเป็นมนตรีแห่งรัฐและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศจีน ก็จะพบว่า ท่านพยายามอำนวยความสะดวกในด้านการเจรจาระหว่างฝ่ายต่างๆในอัฟกานิสถาน เพื่อต้องการให้เกิดสันติภาพอย่างยั่งยืนในประเทศนี้

จีนมองแผ่นดินอัฟกานิสถานเป็นแลนด์ลิงค์ที่จะเชื่อมเอเชียกลางกับปากีสถาน ดังที่ผู้อ่านท่านอาจจะทราบข่าวมาแล้วนะครับ ว่าจีนจะช่วยสร้างทางรถไฟจากกรุงทัชเคนท์เมืองหลวงของอุซเบกิสถานไปยังเปชาวาร์ เมืองชายแดนในปากีสถานที่อยู่ติดกับอัฟกานิสถาน ซึ่งเรื่องการพัฒนาอย่างนี้ อังกฤษ สหรัฐฯ และสหภาพโซเวียตไม่เคยทำมาก่อนในช่วงที่ตัวเองยังมีอิทธิพลอยู่ในอัฟกานิสถาน

อุปสรรคอย่างหนึ่งที่ผมพอมองเห็นในประวัติศาสตร์หน้าใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือ การขึ้นมาของพวกตอลีบานที่เป็นพวกเคร่งศาสนาสุดโต่ง ซึ่งอาจเกิดความขัดแย้งกับกลุ่มอื่นได้ง่าย หากคนจีนเข้ามาทำมาค้าขาย และมีพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องกับวัฒนธรรมอิสลาม ต่อไปก็ทะเลาะเบาะแว้งกัน หากมีอะไรเกิดขึ้นกับคนจีน รัฐบาลจีนก็คงไม่ยอมดอกครับ

ถึงแม้คนจีนที่เข้าไปพัฒนาและทำมาค้าขายในอัฟกานิสถานจะไม่ทำอะไรผิดวัฒนธรรม แต่ก็อาจจะมีมือที่สามไปสร้างสถานการณ์ทำให้เกิดการขัดแย้ง และพยายามดึงจีนให้ตกหล่มสงครามเหมือนดังมหาอำนาจอื่นๆ.

นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

    แท็กที่เกี่ยวข้อง

    อัฟกานิสถานสงครามอัฟกานิสถานตาลีบันประวัติศาสตร์พัฒนาประเทศประเทศมหาอำนาจจีนเปิดฟ้าส่องโลกนิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย

    คุณอาจสนใจข่าวนี้

    thairath-logo

    ApplicationMy Thairath

    ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
    Trendvg3 logo
    Sonp logo
    inet logo
    วันจันทร์ที่ 20 กันยายน 2564 เวลา 11:58 น.
    ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
    เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์