ดัชนีหุ้นสหรัฐฯ ส่วนใหญ่ลดลง จากความกังวลเรื่องแนวโน้มการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันดิบดิ่งลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางราคาทองที่เพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3
ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 15 ก.ค. 2564 แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 53.79 จุด หรือราว 0.15% ปิดที่ 34,987.02 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 14.27 จุด หรือราว 0.33% ปิดที่ 4,360.03 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก ร่วง 101.82 จุด หรือราว 0.70% ปิดที่ 14,543.13 จุด
ดัชนีหุ้นใหญ่ของวอลล์สตรีทขยับขึ้นในช่วงแรก จากสัญญาณการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและผลประกอบการของบริษัทต่างๆ ที่ดีกว่าที่คาดเอาไว้ แต่ผู้จัดการการเงินหลายคนเตือนว่า ตลาดอาจเพิ่มขึ้นกว่านี้ได้ยากในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า เพราะการระบาดรอบใหม่ของไวรัสโควิด-19 สายพันธ์ุเดลตา รวมถึงความกังวลว่าอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯ จะอยู่ในระดับสูงถึงเมื่อไร และความกังวลว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ อาจลดการสนับสนุนทางการเงินด้วย
ความกังวลดังกล่าวยิ่งถูกตอกย้ำด้วยคำพูดของนาย เจอโรม พาวเวลล์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่บอกกับคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่า อัตราเงินเฟ้อในช่วงนี้ อยู่ในระดับที่สูงกว่าเป้าหมายของพวกเขามาก และแสดงท่าทีมั่นใจในแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจน้อยลงกว่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา
ด้านราคาน้ำมันดิบ ดิ่งลงสู่ค่าต่ำสุดในรอบเกือบ 1 เดือนเมื่อวันพฤหัสบดี ท่ามกลางความกังวลเรื่องแนวโน้มความต้องการพลังงานที่กลับมาอีกครั้งจากการระบาดของไวรัสโควิดเดลตา จนหลายประเทศเริ่มใช้มาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ขณะที่เกิดความกังวลว่า จะมีการประนีประนอมเรื่องข้อตกลงผลิตน้ำมันดิบในกลุ่มโอเปกพลัส ซึ่งอาจส่งผลให้มีน้ำมันดิบเข้าสู่ตลาดเพิ่มขึ้นจนเกินความต้องการ
สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ดิ่งลง 1.48 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2% ไปอยู่ที่ 71.65 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน ร่วง 1.45 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2% ไปอยู่ที่ 73.31 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล
ส่วนราคาทองคำ เพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 3 ติดต่อกัน แต่เพิ่มอย่างจำกัดเนื่องจากค่าเงินดอลลาร์กลับมาเข้มแข็ง โดยสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม เพิ่มขึ้น 4.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 0.2% ปิดที่ 1,829.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์
ที่มา: WSJ


