อังกฤษเดินหน้าเปิดประเทศ 19 ก.ค.

ข่าว

    อังกฤษเดินหน้าเปิดประเทศ 19 ก.ค.

    ลม เปลี่ยนทิศ
    16 ก.ค. 2564 05:04 น.
    SHARE

    อังกฤษเดินหน้าเปิดประเทศ 19 ก.ค.

    ลม เปลี่ยนทิศ

    16 ก.ค. 2564 05:04 น.

    วันนี้ผมจะพาไปดู การปลดล็อกระยะที่ 4 ของอังกฤษ กันครับ นายซาจิด จาวิด รมว.สาธารณสุขอังกฤษ แถลงต่อ สภาผู้แทนราษฎร วันจันทร์ยืนยัน รัฐบาลอังกฤษจะผ่อนคลายล็อกดาวน์ระยะที่ 4 ตามแผน ในวันที่ 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งเป็นการปลดล็อกมาตรการเข้มงวดทั้งหมด รวมทั้ง การบังคับใส่หน้ากากอนามัย การเว้นระยะห่างทางสังคม และ คำแนะนำให้ทำงานที่บ้าน โดยเรียกวันปลดล็อกครั้งนี้ว่า “Freedom Day วันแห่งอิสรภาพ” หลังจากที่อังกฤษประกาศล็อกดาวน์ครั้งที่ 3 ทั่วประเทศตั้งแต่ต้นเดือนมกราคม แล้วทยอยปลดล็อกเป็นระยะตามสถานการณ์ในช่วง 2–3 เดือนที่ผ่านมา

    การปลดล็อกครั้งนี้ เลื่อนจากกำหนดเดิม 21 มิ.ย. เป็น 19 ก.ค. เพื่อ ระดมฉีดวัคซีนแก่ประชาชนผู้ใหญ่ให้ได้มากที่สุด เพื่อต่อสู้กับ โควิดกลายพันธุ์เดลตา (อินเดีย) ที่ติดต่อได้ง่ายขึ้น และกลายเป็นสายพันธุ์หลักในสหราชอาณาจักร

    ก่อนหน้านี้ นายบอริส จอห์นสัน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ แถลงว่า การระบาดใหญ่จะยังไม่จบลงง่ายๆ และจะไม่สิ้นสุดลงในวันที่ 19 ก.ค.นี้ ขณะนี้จำนวนผู้ติดเชื้อรายวันเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จำนวนผู้ป่วยที่ต้องเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลก็เพิ่มขึ้น หากเราไม่กลับมาเปิดประเทศในอีก 2–3 สัปดาห์ข้างหน้า ซึ่งตรงกับ “ช่วงฤดูร้อน” และ “ปิดเทอมใหญ่” เราก็ต้องมาถามตัวเองว่า แล้วจะเปิดเมื่อไหร่

    แต่การปลดล็อกระยะที่ 4 วันจันทร์ที่ 19 ก.ค.นี้ มีเงื่อนไขว่าต้องสอบผ่าน “เกณฑ์ทดสอบ 4 ข้อ” ในการควบคุมโรคระบาด คือ 1.การให้วัคซีนแก่ประชาชน 2.ประสิทธิภาพของวัคซีน 3.อัตราผู้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 4.เชื้อกลายพันธุ์ชนิดใหม่

    (พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ควรเรียนรู้จากอังกฤษถึง มาตรฐานการทำงานของรัฐบาล ไม่ใช่สั่งงานแบบมั่วๆ สั่งวันนี้ยกเลิกพรุ่งนี้ ไม่มีแผนงานชัดเจน เช่น การฉีดวัคซีนที่นัดกะทันหัน ยกเลิกกะทันหัน การเปลี่ยนสูตรการฉีดวัคซีน จากเดิมชนิดเดียว 2 เข็ม เป็น 2 เข็มต่างชนิดสลับกัน สั่งวันนี้มีผลพรุ่งนี้ โดยไม่มีข้อมูลปริมาณวัคซีนที่เพียงพอ)

    นายจอห์นสัน ย้ำว่า โรคระบาดครั้งนี้ยังไม่ยุติลง คาดว่าผู้ติดเชื้อจะเพิ่มขึ้นในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า ประชาชนต้องเรียนรู้ที่จะใช้ชีวิตร่วมกับไวรัสชนิดนี้ รู้จักใช้วิจารณญาณและความระมัดระวัง นายจอห์นสัน ยังได้วาง โรดแม็ปการอยู่ร่วมกับโควิด ดังนี้

    1.ลดระยะเวลาการฉีดวัคซีน 2 เข็มของผู้มีอายุต่ำกว่า 40 ปี จากเดิม 12 สัปดาห์เป็น 8 สัปดาห์ โดยมีเป้าหมายให้ผู้มีอายุ 18 ปีขึ้นไปได้รับวัคซีนครบ 2 โดสภายในกลางเดือนกันยายน 2.ในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะจัดให้มีการฉีด “วัคซีนเข็ม 3” เพื่อกระตุ้นภูมิต้านทานให้กลุ่มบุคคลที่มีสุขภาพเปราะบางที่สุด 3.ยกเลิกการสวมหน้ากากอนามัยภายในอาคาร แต่ให้ทำตามความสมัครใจ 4.การใช้มาตรการเว้นระยะห่างทางสังคม 1 เมตร หากไม่สามารถทำได้ในระยะ 2 เมตร 5.ยกเลิกข้อจำกัดจำนวนคนที่พบกันในอาคารและนอกอาคาร 6.ยกเลิกการจำกัดจำนวนคนเข้าชมคอนเสิร์ต ละครเวที การแข่งขันกีฬา 7.ธุรกิจทุกประเภทจะกลับมาเปิดได้ตามปกติ รวมทั้งไนต์คลับ

    ทีนี้ไปดูตัวเลขการฉีดวัคซีนและผู้ติดเชื้ออัปเดต ณ วันที่ 13 ก.ค. ดูครับ มีผู้ได้รับวัคซีนเข็มแรก 46 ล้านโดส เข็มสอง 35 ล้านโดส รวม 81 ล้านโดส มีผู้ใหญ่ได้รับวัคซีนเข็มแรก 87.3% เข็มสอง 66.4% และ มีผู้ติดเชื้อใหม่ 36,660 คน เสียชีวิต 50 คน เข้ารักษาในโรงพยาบาล 564 คน ที่น่าสนใจคือ ตรวจเชื้อเชิงรุกวันเดียว 1.06 ล้านคน ไม่ใช่วันละ 5-6 พันคนแบบไทย

    ตัวเลขนี้จะเห็นว่า อังกฤษมีการตรวจเชื้อเชิงรุกสูงมาก วันละกว่า 1 ล้านคนทุกวัน แม้จะมี ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นวันละ 36,660 คน แต่มีผู้เสียชีวิตเพียง 50 คน น้อยกว่าไทยมาก และ มีผู้ป่วยหนักเข้าโรงพยาบาล 564 คน น้อยกว่าไทยอีก เพราะอังกฤษมีการฉีดวัคซีนสูงมาก ตรวจเชิงรุกเป็นล้านคนทุกวัน เป็นการยืนยันว่า รัฐบาลลุงตู่ทำงานหลงทางมาตลอด ทำให้คนไทยติดเชื้อป่วยตายมากมาย ล็อกดาวน์ครั้งนี้ผมหวังว่าจะใช้อังกฤษเป็นบทเรียน เร่งฉีดวัคซีนให้มากที่สุด ตรวจเชิงรุกให้มากที่สุด แล้วเราจะรอดแบบอังกฤษครับ.

    “ลม เปลี่ยนทิศ”

    อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

      แท็กที่เกี่ยวข้อง

      เปิดประเทศอังกฤษปลดล็อกปลดล็อกมาตรการโควิด-19โควิด-19สถานการณ์โควิดโควิดอังกฤษยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19ลม เปลี่ยนทิศหมายเหตุประเทศไทย

      คุณอาจสนใจข่าวนี้

      thairath-logo

      ApplicationMy Thairath

      ios-app-logoandroid-app-logohuawei-app-logo
      Trendvg3 logo
      Sonp logo
      inet logo
      วันพฤหัสที่ 21 ตุลาคม 2564 เวลา 20:52 น.
      ติดต่อโฆษณาร่วมงานกับเราติดต่อเรา
      เกี่ยวกับไทยรัฐมูลนิธิไทยรัฐศูนย์ข้อมูลไทยรัฐบริการข่าวไทยรัฐ - App & SMSFAQศูนย์ช่วยเหลือนโยบายความเป็นส่วนตัวเงื่อนไขข้อตกลงการใช้บริการไทยรัฐโลจิสติคส์