องค์การอาหารและยาแห่งชาติสหรัฐฯ (FDA) ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 12 ก.ค.64 ตามเวลาท้องถิ่น แจ้งเตือนวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน (Johnson & Johnson) มีความเป็นไปได้ที่จะเสี่ยงให้เกิดโรคทางระบบประสาทที่เกิดขึ้นได้ยาก ที่เรียกว่า Guillain-Barré syndrome (กลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร) ซึ่งเป็นโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ที่ทำให้กล้ามเนื้ออัมพาตอ่อนแรงอย่างเฉียบพลันทั้งสองข้าง
จากแถลงการณ์ขององค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (FDA) ยังระบุว่า มีผู้ได้รับการฉีดวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ซึ่งเป็นวัคซีนที่ฉีดแค่เข็มเดียว แล้วเกิดกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร 95 ราย จนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 1 ศพ โดยกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร โรคทางระบบประสาทที่ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายทำลายเซลล์ประสาททำให้กล้ามเนื้ออ่อนแรงและก่อให้เกิดอัมพาตได้ในบางครั้ง โดยส่วนใหญ่ พบอาการนี้ในผู้ได้รับการฉีดวัคซีนของจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ภายใน 42 วันหลังฉีด ทว่าความเสี่ยงเกิดผลข้างเคียงนี้อยู่ในระดับต่ำมาก
ศูนย์ควบคุมโรคติดต่อแห่งชาติสหรัฐฯ (CDC) ออกแถลงการณ์ด้วยว่า ขณะนี้ FDA และ CDC กำลังตรวจสอบรายงานการป่วยในกลุ่มอาการกิลแลง-บาร์เร ของผู้ได้รับการฉีดวัคซีนจอห์นสัน แอนด์ จอห์นสัน ที่มีรายงานเข้ามามากในช่วงประมาณ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยส่วนใหญ่ผู้ที่เกิดอาการ จะเป็นผู้ชาย และจำนวนมาก อายุ 50 ปี รวมถึงอายุมากกว่า 50 ปีขึ้นไป ในขณะที่ทางการสหรัฐฯได้ฉีดวัคซีนป้องกันโควิด-19 ของจอห์สัน แอนด์ จอห์นสัน แล้ว 12.8 ล้านโดส
ทั้งนี้ จากข้อมูลของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรคของไทย ระบุว่า Guillain-Barré syndrome คือโรคระบบประสาทและกล้ามเนื้อ ที่ทำให้กล้ามเนื้ออัมพาตอ่อนแรงอย่างเฉียบพลันทั้งสองข้างโดยไม่มีไข้ เริ่มมีอาการอัมพาตและมักเกิดอาการภายใน 6 สัปดาห์ หลังจากได้รับการสร้างเสริมภูมิคุ้มกันโรค


