นับตั้งแต่โลกพบผู้ป่วยโควิด-19 รายแรกในเมืองอู่ฮั่น ของจีน เมื่อเดือนธ.ค.2562 จนถึงตอนนี้ผ่านไป 1 ปีครึ่ง การระบาดยังรุนแรง มีผู้ติดเชื้อทั่วโลก 186.3 ราย เสียชีวิตทั่วโลกทะลุ 4 ล้านศพแล้ว

เมื่อวันที่ 9 ก.ค. เว็บไซต์ข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานว่า สถานการณ์ทั่วโลกในขณะนี้หลายประเทศกำลังต่อสู้กับเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ ต้องเร่งจัดหาและฉีดวัคซีนให้กับประชาชนเพื่อลดอัตราการติดเชื้อแล้วเสียชีวิต ซึ่งจนถึงตอนนี้ตัวเลขผู้เสียชีวิตพุ่งขึ้นไปถึง 4 ล้านศพแล้ว อยู่ที่ 4,022,541 ศพ 

จากการประเมินของ สถาบันวิจัยสันติภาพ ในกรุงออสโล ของนอร์เวย์ระบุว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลก เป็นตัวเลขพอๆ กับจำนวนผู้เสียชีวิตทั่วโลกรวมกันในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 และยังสูงกว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนนทั่วโลกในแต่ละปีถึง 3 เท่า ตัวเลขนี้ยังพอๆ กับจำนวนประชากรทั้งเมืองลอสแอนเจลิส ของสหรัฐฯ หรือเท่ากับจำนวนประชากรจอร์เจียทั้งประเทศ คิดเป็นตัวเลขมากกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนประชากรในฮ่องกง และเกือบเท่าครึ่งหนึ่งของประชากรในนครนิวยอร์ก 

โดยสหรัฐฯ มีผู้เสียชีวิตสูงสุดที่กว่า 6 แสนราย ตามด้วยบราซิลกว่า 5 แสนราย และอินเดียกว่า 4 แสนราย ขณะที่การแพร่ระบาดยังรุนแรงในหลายประเทศแถบแอฟริกา ส่วนแถบลาตินอเมริกามีอัตราการป่วยแล้วเสียชีวิตสูงสุด มีประชากรที่ได้รับวัคซีนครบเพียง 1 ใน 10 ของประชากร

ขณะที่บรรดาชาติร่ำรวยอย่างสหรัฐฯ และหลายประเทศในยุโรป กำลังเตรียมผ่อนคลายมาตรการโควิดกันแล้ว แต่ในหลายประเทศแถบเอเชียกลับต้องฟื้นมาตรการล็อกดาวน์ ทั้งญี่ปุ่น เวียดนาม มาเลเซีย และอินโดนีเซีย

ด้านผู้เชี่ยวชาญคาดว่าตัวเลขผู้เสียชีวิตจริงมีสูงกว่านี้มาก อย่างที่อินเดีย ซึ่งอยู่ในช่วงการระบาดระลอก 2 ตอนนี้ทางการเปิดเผยตัวเลขผู้เสียชีวิตอยู่ที่ประมาณวันละ 1 พันคน แต่ตัวเลขจริงอาจสูงกว่านั้นมาก ซึ่งทางรัฐบาลอินเดียได้เคยออกมาปฏิเสธเรื่องนี้หลายครั้ง

ด้านนายเทดรอส อัดฮานอม เกเบรเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก แถลงเรื่องตัวเลขผู้เสียชีวิตทั่วโลกจากโควิด-19 ทะลุหลัก 4 ล้านคน โดยบอกว่าตัวเลขนี้อาจเป็นการประเมินต่ำเกินความจริง พร้อมกันนี้ยังตำหนิประเทศร่ำรวยที่กักตุนวัคซีน นอกจากนี้ยังเริ่มผ่อนคลายมาตรการเข้มงวดต่างๆ ทำราวกับว่าการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ได้จบลงแล้ว.

ที่มา CNN