หุ้นสหรัฐฯ ปิดผสมในวันอังคาร จากความกังวลเรื่องทิศทางเศรษฐกิจ ขณะที่ราคาน้ำมันดิ่งแรง ส่วนราคาทองคำบวกต่อเนื่องเป็นวันที่ 4

ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดการซื้อขายวันที่ 6 ก.ค. 2564 แบบผสมผสาน โดยดัชนีดาวโจนส์ ลดลง 208.98 จุด หรือราว 0.60% ปิดที่ 34,577.37 จุด ส่วนดัชนีเอสแอนด์พี 500 ลดลง 8.80 จุด หรือราว 0.20% ปิดที่ 4,343.54 จุด ขณะที่ดัชนีแนสแด็ก เพิ่มขึ้น 24.32 จุด หรือราว 0.17% ปิดที่ 14,663.64 จุด

วอลล์สตรีทปิดผสมในวันอังคาร หลังหุ้นกลุ่มที่เติบโตตามการเติบโตของเศรษฐกิจอย่างเช่น คาเตอร์พิลเลาร์, เชฟรอน และ เจพี มอร์แกน เชส ลดลง ในขณะที่หุ้นเทคโนโลยีอย่าง แอมะซอน, แอปเปิล และ อัลฟาเบต เพิ่มขึ้น เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่า การเติบโตของเศรษฐกิจกำลังเข้าใกล้จุดอิ่มตัว และการปรับฐานกำลังจะมาถึง

นักลงทุนกำลังเฝ้ารอเบาะแสเพิ่มเติม จากรายงานการประชุมนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ ที่จะเผยแพร่ในช่วงบ่ายวันพุธที่ 7 ก.ค.นี้ โดยคาดกันว่า เฟดอาจจะเริ่มชะลอการซื้อพันธบัตร เป็นก้าวแรกในการถอนตัวจากนโยบายผ่อนคลายทางการเงินครั้งใหญ่ที่ใช้หลังไวรัสโควิด-19 ระบาด แต่ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ, ตลาดแรงงาน และอัตราเงินเฟ้อ

ด้านราคาน้ำมันพุ่งขึ้นสู่ค่าสูงสุดในรอบ 7 ปี ก่อนจะดิ่งลงจนปิดการซื้อขายในแดนลบ เพราะความไม่แน่นอนว่าชาติผู้ผลิตน้ำมันขนาดใหญ่จะจัดการนโยบายการผลิตอย่างไร หลังจากการประชุมกลุ่มโอเปกพลัสในสัปดาห์ก่อน เรื่องข้อตกลงเพิ่มกำลังผลิต ประสบความล้มเหลว เพราะซาอุดีอาระเบียกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ตกลงกันไม่ได้

สัญญาซื้อขายน้ำมันดิบล่วงหน้า เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) งวดส่งมอบเดือนสิงหาคม ลดลง 1.79 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.4% ไปอยู่ที่ 73.37 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ขณะที่สัญญาน้ำมันดิบ เบรนต์ทะเลเหนือลอนดอน ลดลง 2.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 3.4 ไปอยู่ที่ 74.52 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

ส่วนราคาทองคำเพิ่มขึ้นเป็นวันที่ 4 ติดต่อกันนับจากสัปดาห์ก่อน หลังผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวของสหรัฐฯ ตกลงสู่ค่าต่ำสุดในรอบหลายสัปดาห์ แต่เงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้น ทำให้ราคาทองไม่เพิ่มขึ้นเท่าที่ควร โดยสัญญาซื้อขายทองคำล่วงหน้าตลาดโคเม็กซ์ งวดส่งมอบเดือนสิงหาคมเพิ่มขึ้น 10.90 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 0.6% ปิดที่ 1,794.20 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อออนซ์

ที่มา: CNBC